เสียงกรีดร้องแหลมสูงของแม่สามีดังสะท้อนก้องไปทั่วลานหน้าบ้าน จนทำให้ฝูงนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่หน้าฟาร์มแตกตื่นบินหนีกันอลหม่าน ร่างท้วมของหญิงชราในชุดเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่ากำลังเท้าสะเอว ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหโทโส ใบหน้าย่นยู่บิดเบี้ยวด้วยความริษยาที่เห็นความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัวลูกชายคนรอง
"นังสะใภ้ตัวดี! แกคิดจะกินอยู่บนกองเงินกองทองคนเดียวหรือไง! บ้านหลังใหญ่โต รถยนต์คันงาม ยอดขายในเมืองหลวงนั่นอีก... แกมันอกตัญญู! ไม่ยอมส่งเงินกลับมาให้ตระกูลลู่ผู้ให้กำเนิดสามีแกเลยสักแดงเดียว!"
เสียงแว้ดๆ นั้นหนวกหูจนทำให้หลินชิงหานต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ หญิงสาวยังคงยืนนิ่งสงบ มือเรียวถือตะหลิวไม้ไผ่ค้างไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบมองร่างของแม่สามีและบรรดาญาติห่างๆ ที่ถูกจ้างวานให้มาพังประตูรั้วด้วยแววตาสمเพชเวทนา พวกเขาคงคิดว่าเวลาผ่านไปสองปี หลินชิงหานคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้ตลอดจะยังเป็นหมูในอวยให้รังแกได้ง่ายๆ สินะครับ
แต่ก่อนที่ภรรยาจะได้ขยับตัว ลู่ถิงที่ยืนอยู่เคียงข้างก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีความกดดันระดับนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองมารดาบังเกิดเกล้าด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"ถ้าท่านยังไม่อยากให้ผมใช้สิทธิ์ของหัวหน้าครอบครัวในการตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ก็ไสหัวออกไปจากเขตพื้นที่ฟาร์มของพวกเราซะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเรียաբๆ ทว่ากลับเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนเนื้อ
แม่สามีชะงักกึก อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางไม่คิดว่าบุตรชายที่เคยเชื่อฟังมาตลอดจะกล้าพูดจาตัดเยื่อใยเช่นนี้ใส่ต่อหน้าธารกำนัล
"ไอ้...ไอ้ลูกอกกตัญญู! แกเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าแม่หรอกเรอะ!" นางกรีดร้องเสียงหลงพร้อมกับทิ้งตัวลงกับพื้นดิน ทำท่าจะดิ้นรนโวยวายตามนิสัยเดิมที่ใช้ได้ผลเสมอในอดีต
ทว่ายุคสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ...
หลินชิงหานวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์ครัวสะอาดเอี่ยม นางเดินออกมาสมทบกับสามี ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยдяสnอบ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจของหญิงสาวผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งหมดไว้ในกำมือ
"คุณแม่จะดิ้นรนให้เสียเวลาทำไมล่ะคะ?" ชิงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส "กฎหมายคุ้มครองสิทธิสตรีและทรัพย์สินส่วนบุคคลในยุค 80 นี้ชัดเจนมากนะคะ การบุกรุกเคหสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการพยายามกรรโชกทรัพย์สินที่ได้มาจากการหยาดเหงื่อแรงงานของเรา มีโทษจำคุกไม่น้อยเลยทีเดียว หรือว่า... ท่านอยากจะไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีประจำอำเภอแทนที่จะกลับไปรับเงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือนที่ฉันเคยเมตตาให้ผ่านบัญชีลับดีล่ะคะ?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรดาญาติผู้ใหญ่ที่ถูกจ้างมามุงดูต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ข่าวลือเรื่องความเฉียบขาดของ 'เศรษฐินีฟาร์มหลิน' ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยสักนิด ทุกคนรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้มีเส้นสายกับทางราชการในเมืองหลวงและมีรายได้มหาศาลจากการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป หากพวกเขายังดันทุรังต่อ คงได้ติดคุกหัวโตตามคำขู่จริงๆ
แม่สามีหน้าซีดเผือด ร่างที่กำลังจะลงไปดิ้นกับพื้นแข็งค้างทันที นางลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นด้วยความกระอักกระอ่วน สุดท้ายทำได้เพียงชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะกวาดต้อนบรรดาญาติโขยงใหญ่ถอยร่นออกไปจากประตูฟาร์มอย่างไม่เป็นขบวน
ลู่ถิงมองตามแผ่นหลังเหล่านั้นด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาภรรยา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกในเสี้ยววินาที มือหนายื่นไปโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างธรรมชาติ
"จัดการง่ายเกินไปหน่อยไหมครับที่รัก?" เขากระซิบถามข้างใบหู พร้อมกับกดจูบเบาๆ ที่ขมับของนาง
"ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปเถอะค่ะ เวลาของเรามีค่าเกินกว่าจะเอาไปเปลืองกับคนพวกนั้น" ชิงหานยิ้มกว้าง นางซบหน้าลงกับอกแกร่งของสามีสูดเอาไออุ่นที่คุ้นเคยเข้าปอด
เสียงหัวใสแจ๋วของเด็กน้อยสองคนที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนผลไม้ด้านหลังดึงสติของทั้งคู่ให้หลุดจากภวังค์ เสี่ยวเป่าในวัยสิบขวบที่ตอนนี้โตเป็นเด็กชายผิวพรรณผ่องใส วิ่งจูงมือมากับถิงถิงเด็กหญิงตัวน้อยที่สวมชุดกระโปรงปักลายดอกไม้ประณีต ทั้งคู่หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข ชีวิตในฟาร์มมิติสวรรค์แห่งนี้ได้รับการยกระดับจนกลายเป็นต้นแบบการเกษตรสมัยใหม่ที่รัฐบาลท้องถิ่นยกย่อง ชื่อเสียงของ 'เชฟและเศรษฐินีฟาร์มมิติ' ขจรขจายไปทั่วประเทศผ่านนิตยสารธุรกิจและการเกษตรที่ตีพิมพ์เรื่องราวความสำเร็จของนาง
ตกเย็น บรรยากาศภายในบ้านพักอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเลิศรสที่หลินชิงหานตั้งใจปรุงขึ้นเพื่อฉลองความสงบสุขที่กลับคืนมา เมนูกุ้งผัดซอสX.O.สูตรลับจากมิติมหัศจรรย์ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเตะจมูกไปทั่วทุกตารางเมตร เนื้อกุ้งสดเด้งคลุกเคล้ากับเครื่องเทศเข้มข้น รสชาติกลมกล่อมที่ต่อให้เป็นนักชิมลิ้นทองคำจากภัตตาคารในปักกิ่งก็ยังต้องยอมจำนน
ลู่ถิงคีบชิ้นกุ้งโตใส่จานให้ภรรยาด้วยความเอาใจใส่ ขณะที่เสี่ยวเป่าและถิงถิงก็แย่งกันเล่าเรื่องราวความสำเร็จในการประกวดวาดภาพระดับจังหวัดของโรงเรียนให้พ่อกับแม่ฟังอย่างออกรส
ครอบครัวที่เคยแตก 6 หักพังในอดีต บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความรัก ความเข้าใจ และความมั่นคงทางฐานะที่สร้างขึ้นด้วยสองมือของพวกเขาเอง ไม่มีใครหน้าไหนสามารถเข้ามาทำลายความสุขนี้ได้อีกแล้ว... ชิงหานคิดในใจขณะตักซุปไก่ตุ๋นโสมซดแก้คอ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหันในยามวิกาล ขัดจังหวะช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ลู่ถิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะเวลานี้ไม่มีแขกคนไหนกล้ามาเยือนฟาร์มของเขาอีกแล้ว ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีระแวดระวัง
ทว่า เมื่อบานประตูไม้เปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องลับแสงไฟสลัวกลับไม่ใช่ชาวบ้านละแวกนั้น หรือแม้แต่แม่สามีจอมวุ่นวาย แต่เป็นชายชราในชุดสูทจีนสีเทาเข้มผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัย ทว่าดวงตากลับคมกริบและแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ลู่ถิงถึงกับต้องชะงักฝีเท้า
"สวัสดีครับคุณลู่... ผมเดินทางมาจากปักกิ่งตามคำแนะนำของคุณชายหลี่ เพื่อมาขอพบ 'เชฟหลิน' เจ้าของสูตรอาหารมิติสวรรค์ตัวจริง" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ก่อนจะยื่นนามบัตรสีทองอร่ามที่สลักตราสัญลักษณ์ของทำเนียบรัฐบาลให้
หลินชิงหานที่เดินตามหลังสามีมาหยุดยืนนิ่ง นางก้มมองนามบัตรแผ่นนั้น หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าประตูบานใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมกำลังจะเปิดออก...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างฟาร์มและเติบโตเคียงข้างกันมาโดยตลอดนะครับ
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 39
อนาคตอันสดใสไร้กังวล
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!