กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในสายลมยามสนธยา ไม่ได้ทำให้หัวใจของบุรุษหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่บนเนินดินสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
"พวกมันมาแล้ว..."
เสียงทุ้มต่ำราวกับพยัคฆ์คำรามลอดผ่านไรฟันของ หลี่ชิงเฟิง ดวงตาคมกวาดมองไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งกลุ่มโจรป่ามารนับสิบชีวิตควบม้าฝุ่นตลบมุ่งตรงเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ไร้ทางสู้ ความโกรธเกรี้ยวในอกเดือดพล่านดั่งลาวา แต่สีหน้าของเขากลับเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี มือหนากำด้ามกระบี่ไม้เก่าๆ แน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
ในยุทธภพนี้ ผู้มีพลังคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ อ่อนแอคือบาป ความเมตตาต่อโจรชั่วก็คือการฆ่าผู้บริสุทธิ์ นี่คือสัจธรรมที่หลี่ชิงเฟิงเรียนรู้มาตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียร
มู่หรงเสวี่ย ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนลงมาจากสรวงสวรรค์ ปรายตามองฝุ่นควันเบื้องล่างด้วยแววตาไร้ระลอกคลื่น รัศมีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างนางจนหญ้าใต้ฝ่าเทือกกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งสายธารน้ำแข็ง "เศษสวะเหล่านี้ หาคู่ควรให้พวกเราลงมือไม่... แต่หากปล่อยไว้ ชาวบ้านตาดำๆ คงไม่พ้นต้องเป็นเหยื่อเซ่นสังเวยวิชาโลหิตโลกันตร์ของพวกมัน"
"ต่อให้เป็นเซียนหรือมาร หากเหยียบย่ำผู้บริสุทธิ์ต่อหน้าข้า หลี่ชิงเฟิง... มันผู้นั้นต้องสังเวยด้วยโลหิต"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่ชิงเฟิงก็พุ่งทะยานออกไปดั่งลูกธนูหลุดจากแหล่ง พลังปราณพยัคฆ์ทะยานโลดแล่นห่อหุ้มทั่วร่างจนเกิดเสียงคำรามก้องกังวานในอากาศ สะท้านฟ้าดินจนฝูงนากลัวตายบินหนีแตกตื่น
หัวหน้าโจรป่ามารนาม "อัคคีทมิฬ" (สมุนปลายแถวของพรรคมาร) หัวเราะลั่นด้วยความฮึกเหิมเมื่อเห็นเป้าหมายพุ่งเข้ามาหา มันชูดาบติดหนามโลหิตขึ้นฟ้าแล้วตะโกนกร้าว "ไอ้หนูหาที่ตาย! ข้าจะควักหัวใจเจ้ามาต้มกินสดๆ วันนี้แหละคือวันตายของพวกแก!"
*ฉับ! เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะระเบิดขึ้นกลางอากาศ ดาบโลหิตฟาดฟันลงมาด้วยพละกำลังมหาศาลหวังผ่าร่างหลี่ชิงเฟิงเป็นสองท่อน ทว่าหลี่ชิงเฟิงกลับไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าว ใช้เคล็ดวิชาหมัดพยัคฆ์ทะลวงสวรรค์ซัดเข้าใส่ตัวดาบอย่างแม่นยำ แรงปะทะสะท้อนกลับจนแขนของโจรป่าชาหนึบ อาวุธในมือแทบหลุดร่วง
"วิชาบ้าอะไรกัน!?" โจรป่าหน้าถอดสี ตื่นตระหนกจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
"วิชาที่จะส่งพวกเจ้าไปลงนรกยังไงล่ะ!"
หลี่ชิงเฟิงหมุนตัวกลางอากาศอย่างไร้ที่ติ กระบี่ไม้ในมือที่ดูธรรมดา กลับอาบไล้ด้วยลมปราณอันคมกริบราวกับกระบี่เหล็กกล้าชั้นยอด ความเร็วของเขาเหนือล้ำจนสายตาคนธรรมดามองตามไม่ทัน ชั่วพริบตาเดียว ร่างของโจรป่าสามคนแรกก็ล้มฟุบลงจมกองเลือด โดยที่คอของพวกมันมีรอยแผลบางเฉียบปรากฏขึ้นพร้อมกับโลหิตที่พุ่งกระฉูด
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดตระการตา เลือดสาดกระเซ็นเคล้ากับเสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกโจรป่ามารที่เริ่มตระหนักว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจำแลงกาย หลี่ชิงเฟิงเคลื่อนไหวราวกับพยัคฆ์หนุ่มผู้หิวกระหายในชัยชนะ ทุกหมัด ทุกกระบวนท่า เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตและจิตวิญญาณแห่งลูกผู้ชายที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้โชคชะตา
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกเป็นฝ่ายได้เปรียบ ท้องฟ้ายามสนธยากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับลงมาจากเบื้องบนจนบีบเค้นหัวใจของทุกคนในรัศมีร้อยลี้
มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวงามเข้าหากันเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แววตาเย็นชาฉายแววระแวงเป็นครั้งแรก "ระวังตัวด้วย... ปราณมารระดับนี้ ไม่ใช่พวกสมุนปลายแถว"
ก่อนที่หลี่ชิงเฟิงจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เงาดำมหึมาสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้ากระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดจากการลงพื้นกวาดร่างของพวกโจรป่าและบ้านเรือนใกล้เคียงพังทลายในชั่วพริบตา ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
เมื่อควันจางลง ปรากฏร่างของบุรุษชุดดำสนิทผู้หนึ่ง ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิต ดวงตาสองข้างเปล่งแสงสีแดงฉานจ้องมองมาที่หลี่ชิงเฟิงและมู่หรงเสวี่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เสียงหัวเราะแหบพร่าดังเสียดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องจากขุมนรก
"ฮ่าๆๆๆ... นึกว่าจะMคำสาปกระบี่เยือกเย็นที่ไหน ที่แท้ก็เป็นแค่ลูกเจี๊ยบสองตัวที่บังIอาจมาขวางทางของพรรคมารเรา หลี่ชิงเฟิง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการปกป้องหมู่บ้านปลวกนี่ จะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของท่านประมุขได้?"
หลี่ชิงเฟิงหรี่ตาลง จิตสังหารในตัวพวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขากระชับกระบี่ในมือมั่น ก้าวขึ้นมาบังมู่หรงเสวี่ยไว้ครึ่งก้าว แม้จะรู้ว่าศัตรูเบื้องหน้าแข็งแกร่งเกินกว่าจะรับมือไหว แต่วิญญาณนักสู้ของพยัคฆ์เดี่ยวไม่มีวันยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุดนั้นเอง บุรุษหน้ากากอสูรกลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะโยนวัตถุสิ่งหนึ่งตกกระแทกแทบเท้าของหลี่ชิงเฟิง
เมื่อก้มลงมอง ดวงตาของหลี่ชิงเฟิงก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด... สิ่งที่กลิ้งอยู่ตรงหน้า คือป้ายหยกประจำตัวของอาจารย์ผู้ล่วงลับ ที่เขาฝังไว้ในสุสานลับเมื่อสามปีก่อน!
"เจ้า... รู้จักสิ่งนี้ได้อย่างไร!" หลี่ชิงเฟิงคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล
"อยากรู้ไหมล่ะ?" บุรุษหน้ากากอสูรหัวเราะเยาะ "ถ้าอยากรู้ความจริงเบื้องหลังการตายของอาจารย์เจ้า ก็จงเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือข้าในคืนนี้ให้ได้เสียก่อน... หากเจ้าทำได้!"
หวังว่ารี้ดดิเตอร์ทุกท่านจะชื่นชอบและร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าไปกับหลี่ชิงเฟิงและมู่หรงเสวี่ยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่เยือกเย็นฝืนลิขิตฟ้า กับพยัคฆ์เดี่ยวทะยานยุทธ์•ตอนที่ 1
เงากระบี่เดียวดายในยามสนธยา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกเย็นฝืนลิขิตฟ้า กับพยัคฆ์เดี่ยวทะยานยุทธ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
