วาดรักให้ร้าย ใส่ใจภัณฑารักษ์•ตอนที่ 1

ศึกแรกที่สตูดิโอ

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดวาบเข้ามาราวกับจะแผดเผาให้ทุกสิ่งเป็นจุล แต่มันยังไม่ร้อนแรงเท่ากับสายตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมองมายังรินรดาจากอีกฟากหนึ่งของเวที "คุณรินรดาคะ ดีไซน์ในคอลเลกชันนี้ฉีกกฎเดิมๆ ของพิพิธภัณฑ์ไปค่อนข้างมาก ทางเราอยากทราบว่าคุณเอาแรงบันดาลใจมาจากไหนคะ" คำถามจากนักข่าวบันเทิงถูกยโยนเข้ามากลางวง รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพราวเสน่ห์ มือเรียวภายใต้ชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีแดงเพลิงจัดจ้านยกขึ้นทัดผมทัดใบหูอย่างจงใจเรียกเรตติ้ง เธอกำลังจะอ้าปากตอบด้วยประโยคที่เตรียมไว้เรียกเสียงฮือฮา แต่ทว่า... "แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากความไร้ระเบียบค่ะ... มันแค่เกิดจากการที่เรากล้าพอจะก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ที่ถูกคนบางกลุ่มตีเส้นขีดขวางไว้ด้วยความยึดติดต่างหากล่ะคะ" เสียงนุ่มทุบทว่าก้องกังวานและเฉียบคมราคมมีดโกนดังแทรกขึ้นมาจากเก้าอี้ VIP แถวหน้า รินรดาชะงัก รอยยิ้มบนเรียวปากสีไวน์แดงค้างเติ่งไปสามวินาที ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยจะตวัดขวับไปยังต้นเสียงทันที ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว! พิมพ์มาดา ภัณฑารักษ์สาวมือหนึ่งผู้ได้ชื่อว่าเป็น 'ราชินีน้ำแข็ง' แห่งหอศิลป์แห่งชาติ หล่อนนั่งไขว่ห้างหลังตรงเป๊ะในชุดสูทรasymmetricalสีเทาเข้ม ชนิดที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ารีดมาเรียบกริบไร้รอยยับแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียวสวยเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับฉายแววท้าทายชัดเจนชนิดที่ต่อให้ใส่แว่นตากรองแสงหนาเตอะก็ปิดความเย่อหยิ่งไว้ไม่มิด เสียงชัตเตอร์รัวเร็วยิ่งกว่าเดิมเมื่อนักข่าวสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสงครามประสาทที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ บรรยากาศในห้องจัดแถลงข่าวโปรเจกต์นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ‘Art & Soul’ ที่ควรจะราบรื่น กลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมระหว่างดีไซเนอร์สาวสายแฟผู้มั่นหน้ากับภัณฑารักษ์สาวผู้เป๊ะทุกกระเบียดนิ้วทันที "อ๋อเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเยาะหยันเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยพลังดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้หันกลับมาหาเธอ "เข้าใจว่าคนเราถ้าเติบโตมาในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีแต่กฎเกณฑ์เฮงซวยคอยครอบงำ ก็คงจะมองไม่เห็นความงดงามของโลกกว้างนอกกรอบหรอกค่ะ จริงไหมคะคุณภัณฑารักษ์" จังหวะการหายใจของคนทั้งห้องสะดุดกึก ไดอะล็อกปะทะฝีปากแบบหมัดแลกหมัดนี้ไม่มีอยู่ในสคริปต์ที่ทีมประชาสัมพันธ์เตรียมไว้แน่นอน พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทสั่งตัดทำให้เธอดูสง่างามและน่าเกรงขามในคราเดียวกัน หล่อนก้าวเท้าเข้ามาใกล้เวทีทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ราเสียงนับถอยหลังสู่หายนะ "ศิลปะไม่ใช่แฟชั่นฉาบฉวยที่จะมาเปลี่ยนตามฤดูกาลนะคะคุณรินรดา" พิมพ์มาดาหยุดยืนห่างจากขอบเวทีเพียงก้าวเดียว เงີยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาพอดิบพอดี ระยะห่างแค่นี้ทำให้รินรได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นยะเยือกจางๆ จากตัวอีกฝ่าย "มันคือประวัติศาสตร์ คือจิตวิญญาณ และถ้าคุณไม่มีปัญญาจะเคารพพื้นที่จัดแสดง ผลงานชิ้นเอกของคุณก็เป็นได้แค่ขยะเปื้อนสีราคาแพงเท่านั้นค่ะ" *กรี๊ด!* เสียงอุทานในใจของทีมงานดังระงม รินรดาเลือดขึ้นหน้าจนความร้อนพุ่งปรี๊ดไปถึงใบหู ดีไซเนอร์สาวจิกเล็บลงบนไมโครโฟนในมือจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอยังไม่เคยเจอใครปากกล้ากล้าหยามผลงานชิ้นโบว์แดงของเธอต่อหน้าสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตแบบนี้มาก่อนในชีวิต! "ขยะงั้นเหรอคะ?" รินรดาก้าวลงจากเวทีพรวดเดียว ยืนประจันหน้ากับพิมพ์มาดาในระยะประชิด ความสูงของเธอไม่ได้ด้อยกว่าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย แถมประกายตาคู่นั้นยังวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึงที่ถูกปลุกเร้าจนเซ็กซี่ "ถ้าผลงานของฉันมันไร้ค่า ทำไมผู้บริหารระดับสูงถึงต้องดึงดันให้เอามาจัดแสดงคู่กับโบวัตถุโบราณคร่ำครึของคุณล่ะคะ หรือว่า... กลัวว่างานของฉันมันจะเด่นจนกลบความน่าเบื่อของพิพิธภัณฑ์คุณจนมิดกันแน่?" ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิง อีกคนเยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็ง ทว่าในความต่างนั้นกลับมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างสาร์นสลับไปมาจนคนดูรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ พิมพ์มาดาไม่ได้ถอยหนี หล่อนก้มมองรินรดาด้วยสายตายากจะคาดเดา มุมปากสวยหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บางเบาเสียจนแทบเป็นภาพลวงตา แต่กลับสร้างความสั่นไหวในอกของรินรดาได้อย่างน่าประหลาด "ก็ลองดูค่ะ ว่าระหว่างแฟชั่นราคาถูกกับประวัติศาสตร์พันปี... อันไหนจะพังคามือใครก่อนกัน" พิมพ์มาดากระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าสายตาคู่คมนั้นกลับสำรวจเรือนร่างระหงของรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมายที่ทำเอาดีไซเนอร์สาวถึงกับชะงักกึก รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อย เธอเกลียดผู้หญิงคนนี้... เกลียดความเย่อหยิ่ง เกลียดความเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว และที่สำคัญที่สุด... เกลียดที่อีกฝ่ายทำให้เธอละสายตาไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว "ยินดีต้อนรับสู่นรกขุมของฉันค่ะคุณภัณฑารักษ์" รินรดาแค่นยิ้ม ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดของอีกฝ่ายจนเส้นผมสีดำสนิทเคลียคลอข้างแก้ม "แล้วคุณจะรู้ว่านรก... มันสนุกกว่าสวรรค์น่าเบื่อของคุณเยอะ" ขณะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินมาถึงจุดเดือดปรอทแตก เสียงประกาศจากทีมงานด้านหลังก็ดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่คุ้นตา "ขอโทษที่มาสายครับทุกคน... พอดีผมแวะไปเคลียร์เอกสารสำคัญมา" รินรดาชะงักกึกทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น เธอนิ่งค้างไปในขณะที่พิมพ์มาดาขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ กวินทร์... อดีตคนรักเก่าของพิมพ์มาดาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน กำลังเดินยิ้มร่าเข้ามากลางวงล้อม พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาให้แก่ประธานโครงการด้วยท่าทีสนิทสนม และทันทีที่กวินทร์กวาดสายตากลับมามองหน้าเธอและพิมพ์มาดา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่บ่งบอกว่า... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ (ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ "สการ์เล็ตโรส" เสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาดรักให้ร้าย ใส่ใจภัณฑารักษ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%