"วางมีดลงเถอะริน... แกไม่ได้กำลังทำแกง แต่แกกำลังทำสงครามกับตัวเองอยู่"
เสียงของลุงป้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในครัวไม้เก่าแก่ ปลายมีดในมือรินสั่นระริกขณะที่ฝานข่าแว่นบางเฉียบจนแทบโปร่งแสง กลิ่นหอมฉุนของข่าอ่อนผสมกับความอับชื้นของเครื่องเทศสมุนไพรในครัวอบอวลจนน่าอึดอัด รินสูดหายใจเข้าลึก พยายามกดความสั่นไหวในดวงตาไม่ให้ลุงป้องเห็น ก่อนจะวางมีดกระทบเขียงไม้ดังสนั่นจนเศษสมุนไพรเล็กๆ กระเด็น
"หนูไม่ได้ทำสงครามค่ะลุง... หนูแค่กำลังพยายามทำให้ออกมาเหมือนที่ยายเคยทำ" รินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาของเธอขยุ้มผ้ากันเปื้อนแน่น "ถ้าหนูทำไม่ได้ ยายจะมองหนูยังไงคะ?"
ลุงป้องวางตะหลิวลงบนขอบกระทะเหล็กเก่าๆ เขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นกายของชายชราที่อบอวลด้วยไอควันไฟและดินสวนทำให้รินรู้สึกตัวเล็กลงถนัดตา เขามองรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ปลายนิ้วของเธอ ซึ่งเกิดจากความรีบร้อนในอดีตที่เธอเคยทิ้งไว้ในครัวหรูใจกลางเมืองหลวง
"ยายของแกไม่ได้ต้องการคนสืบทอดที่สมบูรณ์แบบหรอกนะริน" ลุงป้องพูดเสียงทุ้มต่ำ "ยายแกต้องการคนที่ 'รู้รส' ของชีวิต... ไม่ใช่คนที่ทำตามตำราจนลืมกลิ่นดินกลิ่นหญ้า ริน... แกอยู่ที่นี่มานานพอที่จะรู้นะ ว่ามือของแกเหมาะกับงานไม้ในสวน หรือถุงมือเชฟราคาแพงในห้องแอร์เย็นฉ่ำกันแน่"
รินนิ่งงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกทิ้งลงในบ่อน้ำนิ่ง เธอเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงหลังบ้าน มองออกไปในสวนสมุนไพรที่เธอค่อยๆ ฟื้นฟูมันขึ้นมาด้วยสองมือ ต้นกะเพราป่าที่เธอปลูกเองกำลังออกดอกชูช่อ พริกขี้หนูสวนสีแดงสดตัดกับสีเขียวของใบไม้ นี่คือที่ที่เธอเคยเกลียด นี่คือที่ที่เธอเคยรู้สึกว่ามันคือคุกที่กักขังอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเธอไว้
แต่ในวินาทีนี้... เสียงจิ้งหรีดเรไรยามโพล้เพล้กลับดูไพเราะกว่าเสียงดนตรีแจ๊สในร้านอาหารหรูที่เธอเคยหลงใหล
"ถ้าหนูอยู่ที่นี่... หนูจะหนีจากความผิดพลาดไม่ได้นะคะลุง" รินพูดโดยไม่หันกลับไปมอง "หนูจะกลายเป็นแค่หลานสาวที่สืบทอดสวนสมุนไพร และชื่อเสียงของเชฟรินจะกลายเป็นเพียงอดีต"
"แล้วชื่อเสียงพวกนั้นมันทำให้อิ่มท้องหรืออิ่มใจกันล่ะ?" ลุงป้องเดินตามมาสมทบ เขาพิงราวระเบียงไม้ มองไปที่ท้องฟ้าสีครามที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง "คนเราเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น แต่คนส่วนใหญ่ที่พ่ายแพ้ คือคนที่พยายามจะเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นต่างหาก"
รินหลับตาลง เธอเห็นภาพตัวเองในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา แต่ใบหน้ากลับหม่นหมองในกระจกเงา กับภาพของตัวเองในชุดผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบสมุนไพรที่กำลังหัวเราะให้กับมื้อเย็นง่ายๆ กับลุงป้อง ความทรงจำเรื่องคำชมที่เธอโหยหาจากยายมาตลอดชีวิตค่อยๆ เลือนลางลง... เปลี่ยนเป็นความเข้าใจว่า ยายไม่เคยต้องการคำชม ยายแค่ต้องการให้เธอ 'มีความสุข'
เธอตัดสินใจแล้ว เธอจะไม่ไปไหนอีกแล้ว การทิ้งความคาดหวังของคนอื่นไว้เบื้องหลังคือการปลดแอกที่หนักที่สุดที่เธอเคยแบกรับ
"หนูตัดสินใจแล้วค่ะลุง" รินหันกลับมา แววตาของเธอสว่างไสวอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน "หนูจะไม่กลับไปกรุงเทพฯ อีก ไม่ใช่เพราะหนูหนีความล้มเหลว แต่เพราะที่นี่... คือที่เดียวที่หนูอยากจะเริ่มต้นสร้างความสำเร็จในแบบของหนูเอง"
เธอกำลังจะก้าวเดินไปหาลุงป้องเพื่อบอกความในใจที่หนักแน่นกว่าเดิม แต่ทันใดนั้น เสียงรถยนต์คันหรูที่คุ้นตาอย่างประหลาดก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้านสวน ฝุ่นดินตลบอบอวลท่ามกลางแสงสนธยาที่ใกล้จะดับลง
หญิงสาวในชุดเดรสหรูหราที่ดูขัดกับสภาพแวดล้อมของบ้านสวนก้าวลงจากรถ เธอมองสำรวจบ้านไม้เก่าแก่ด้วยสายตาที่รินคาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มคือเอกสารในมือของผู้มาเยือน... มันเป็นตราประทับทางกฎหมายที่เธอจำได้ดีว่ามันหมายถึงการ 'ยึดครอง' สวนแห่งนี้โดยสมบูรณ์
"ริน... ฉันมาตามทวงสิทธิของฉันคืน" เสียงของผู้หญิงคนนั้นดังกังวานขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่จู่โจมเข้ามาแทนที่เสียงจิ้งหรีดที่เคยบรรเลงอย่างมีความสุข
ครัวคุณยายขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 28 ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยกำลังใจนะคะ!
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 28
วิถีชีวิตที่เลือกเอง
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!