"ปล่อยมือริน! ถ้ายังขืนดึงต้นกะเพราที่เหลืออยู่นั่นไว้ เดี๋ยวรากก็ขาดหมดหรอก!"
เสียงตวาดของลุงป้องก้องแข่งกับเสียงคำรามของฟ้าที่เพิ่งผ่านพ้นไป รินไม่ฟัง มือของเธอเปรอะไปด้วยโคลนตมที่เละเทะจนเกือบถึงข้อศอก เธอพยายามตะเกียกตะกายฉุดดึงลำต้นกะเพราแดงที่ยายเคยเป็นคนปลูกด้วยตัวเองขึ้นมาจากหล่มโคลน แต่มันสายเกินไป
พายุฝนเมื่อคืนไม่ใช่แค่ฝน มันคือมหาภัยพิบัติที่พัดถล่มแปลงผักสมุนไพร "สูตรลับ" ของบ้านสวนจนราบคาบ ต้นข่าอ่อนที่กำลังจะเก็บเกี่ยวถูกลมกดทับจนหักสะบั้น ยอดโหระพาเน่าเละเพราะน้ำขัง และที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือแปลงกะเพราแดงพันธุ์พื้นเมืองที่เป็นหัวใจสำคัญของแกงเผ็ดสูตรเด็ดที่เธอตั้งใจจะใช้กู้ชื่อร้าน
รินนั่งทรุดลงกลางโคลน ลมหายใจหอบถี่พอกับหยดน้ำที่ไหลอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะฝน แต่เพราะความอัดอั้นที่เก็บกดมานาน
"มันพังหมดแล้วลุง..." รินพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ทุกอย่างที่หนูพยายามทำมาตลอดสามเดือน... ฝนแค่คืนเดียวเอาไปหมดเลย"
ลุงป้องเดินย่ำโคลนเข้ามาใกล้ คราบดินบนใบหน้าแก่ชราดูไม่ต่างจากริน เขาไม่ได้พยายามดึงตัวเธอขึ้น แต่หย่อนตัวลงนั่งเคียงข้างบนแคร่ไม้ไผ่ที่เอียงกะเท่เร่
"ริน เอ๊ย... อาหารน่ะ มันไม่ได้มีแค่รสชาติในลิ้นหรอกนะ" ลุงป้องหยิบก้านกะเพราที่หักครึ่งขึ้นมาดม กลิ่นหอมฉุนอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงติดอยู่ "ยายของหนูเคยบอกไว้ว่า ดินที่ผ่านพายุจัด จะให้รสชาติที่เข้มข้นกว่าปกติเสมอ เพราะรากมันต้องดิ้นรนเพื่อรอดตาย ความอดทนต่างหากที่ทำให้สมุนไพรพวกนี้มี 'วิญญาณ'"
"วิญญาณอะไรล่ะลุง ในเมื่อแม้แต่ต้นกะเพราสักต้นหนูก็รักษาไว้ไม่ได้" รินปาดน้ำตาแรงๆ จนแก้มขึ้นสีแดงก่ำ ความรู้สึกล้มเหลวจากชีวิตในเมืองที่เธอพยายามทิ้งมา กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง มันไม่ต่างจากตอนที่ร้านอาหารของเธอถูกสั่งปิดเพราะบริหารงานไม่เป็น รินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนดวงซวยที่ทำอะไรก็พังพินาศไปหมด
เธอมองไปยังเรือนไม้เก่าที่ยายเคยใช้งาน ทุกอย่างดูเงียบเหงาและเย็นเยียบ เหมือนกับคำตำหนิที่เธอไม่เคยได้รับ แต่มันฝังลึกอยู่ในใจตลอดมา
"ลุกขึ้น" ลุงป้องสั่งเสียงเข้มขรึม
"ไม่ค่ะ หนูจะกลับเข้าเมือง หนูพอแล้ว" รินพยุงตัวขึ้น ยืนสั่นเทาอยู่กลางแปลงผักที่เหลือเพียงเศษซาก "ที่นี่ไม่มีที่ให้คนขี้แพ้อย่างหนูหรอก"
ลุงป้องมองเด็กสาวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อที่เปียกชื้น คว้าห่อผ้าเก่าๆ ที่ห่อหุ้มสมุดบันทึกเล่มหนึ่งไว้อย่างมิดชิดออกมา "ถ้าหนูจะไป ก็เอาไอ้นี่ไปดูด้วย ก่อนจะตัดสินใจว่าใครกันแน่ที่ 'แพ้' ในบ้านหลังนี้"
รินรับสมุดเล่มนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา มันคือบันทึกสูตรอาหารของยายที่เธอเคยตามหามาตลอด แต่รินไม่เคยได้รับอนุญาตให้แตะต้อง ลุงป้องเดินเลี่ยงไปอีกทาง ทิ้งให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นโคลนและกลิ่นฝนที่เริ่มจางลง
รินค่อยๆ คลี่ผ้าห่อออก หน้ากระดาษข้างในเหลืองกรอบและรอยเปื้อนคราบน้ำมันเก่าๆ เธอเปิดไปที่หน้าท้ายสุดของเล่ม ลายมือหวัดๆ ของยายปรากฏชัดเจน แต่มันไม่ใช่สูตรอาหาร
*‘แด่ริน... หลานรัก หากวันใดที่พายุพัดพาทุกอย่างไปจนหมดสิ้น จงรู้ไว้ว่ายายไม่ได้ทิ้งสมบัติไว้ให้ แต่ยายทิ้งความแข็งแกร่งไว้ในใจเจ้า... และถ้าเจ้าหา "ของสิ่งนั้น" เจอในแปลงผักหลังฝนหยุด เจ้าจะได้รู้ว่าทำไมยายถึงไม่เคยเอ่ยคำชมเจ้าเลยสักครั้ง’*
รินใจเต้นรัว สายตาของเธอกวาดไปทั่วแปลงผักที่ถูกพายุซัดจนดินเปิดออก เธอเห็นวัตถุอะไรบางอย่างที่เป็นประกายสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ที่เพิ่งแทรกผ่านก้อนเมฆออกมาจากใต้โคลนตมใกล้รากต้นกะเพราที่หักโค่น
เธอก้มลงคุ้ยดินที่เหนียวหนึบออก มือของเธอสัมผัสได้ถึงกล่องโลหะใบเล็กที่ฝังจมลึกอยู่ในดินมานานหลายปี เมื่อเธอหยิบมันขึ้นมาได้ หัวใจก็แทบหยุดเต้น
ในขณะที่รินกำลังจะเปิดฝากล่อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวน ชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศโคลนตมปรากฏตัวขึ้น เขามองรินด้วยสายตาที่เยือกเย็นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"คุณรินครับ ผมว่าคุณควรรีบตัดสินใจขายที่ดินผืนนี้เสียดีกว่า ก่อนที่ความลับที่อยู่ในมือคุณ... จะทำให้คุณต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุฝนไปกับครัวคุณยายในตอนนี้นะครับ —
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 9
พายุเข้าถล่มใจ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!