"ถ้าจะทำพริกแกงให้ถึงเครื่องขนาดนี้ รินคิดว่าเราคงต้องเตรียมตัวจองวัดกันตั้งแต่วันนี้เลยนะคะลุงป้อง ไม่ใช่แค่เตรียมของขาย"
รินวางสากหินหนักอึ้งลงในครกทองเหลือง เสียงกังวานของโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วครัวไม้เก่า ลุงป้องไม่ได้เงยหน้าจากกองข่าแก่ที่กำลังซอยอย่างละเอียด มือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัยของเขายังคงทำงานด้วยจังหวะคงที่ราวกับเครื่องจักรที่ไร้ความเหนื่อยล้า
"งานเทศกาลอาหารปีนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการค้าหรอกริน มันคือการประกาศศักดาของบ้านสวนเรา" ลุงป้องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักแน่น "ย่าเธอเคยบอกไว้ว่า อาหารที่ดีที่สุดไม่ใช่ของที่สวยที่สุด แต่คือของที่ทำให้คนที่กินเข้าไป...รู้สึกว่าเขากำลังได้กลับบ้าน"
รินชะงักมือที่กำลังหยิบใบผิวมะกรูดใส่ครก หัวใจของเธอเต้นกระตุกเหมือนมีคนมาดีดสายเปียโนข้างใน ความคาดหวังที่เธอแบกไว้ตลอดการเป็นเชฟในเมืองใหญ่ดูจะไร้น้ำหนักไปถนัดตา เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับเทศกาลที่เปรียบเสมือนสนามรบของรสมือที่ใครๆ ต่างก็จับตามอง
"รินไม่ได้ต้องการคำชมจากใครอีกแล้วค่ะ ลุงป้อง...รินแค่ต้องการรู้ว่า สิ่งที่รินกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันคือสิ่งที่ย่าอยากให้เป็นจริงๆ หรือเปล่า" รินกระซิบเบาๆ ราวกับพูดกับอากาศธาตุ รอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฉุนของกะปิชั้นดี ผสมกับความเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูแห้งที่คั่วจนได้ที่ กลิ่นที่รินคุ้นเคยแต่ไม่เคยเข้าถึงแก่นแท้ของมัน
ลุงป้องวางมีดลงแล้วหันมามองหลานสาว แววตาของชายชราไม่ได้มีความสงสาร แต่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง "ย่าเธอไม่ได้ทิ้งสูตรไว้ให้รินเพื่อเป็นกรอบขังเธอไว้หรอกนะริน สิ่งที่ย่าทิ้งไว้ คือเครื่องเทศ และความกล้าที่จะใส่ความเป็นตัวเองลงไป...งานเทศกาลครั้งนี้ รินจะทำแกงเขียวหวานสูตรเดิมที่รินเคยทำส่งประกวดในเมือง หรือจะทำ 'รสชาติที่แท้จริง' ของบ้านเรากันแน่?"
คำถามนั้นทำให้รินแน่นิ่งไป เธอมองดูเครื่องเทศนานาชนิดที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า กลิ่นยี่หร่าหอมฟุ้งตัดกับกลิ่นรากผักชีสด ความทรงจำเกี่ยวกับรอยยิ้มของย่าในวันวานผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ รินเริ่มรู้ตัวว่า ความผิดพลาดในอดีตไม่ใช่เพราะเธอขาดฝีมือ แต่เพราะเธอพยายามปรุงรสตามตำราที่คนอื่นอยากให้เป็น จนลืมไปว่าหัวใจสำคัญของครัวคุณยายคือ 'ความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก'
สองอาทิตย์ที่เหลือก่อนวันงาน กลายเป็นช่วงเวลาที่บ้านสวนแทบไม่ได้หลับได้นอน กลิ่นเครื่องเทศอบอวลไปทั่วทั้งตำบล ชาวบ้านที่ผ่านไปมาต่างแวะเวียนมาถามไถ่ด้วยความสนใจ บ้างก็นำวัตถุดิบหายากมาแบ่งปัน รินได้เรียนรู้ว่างานเทศกาลอาหารไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการส่งต่อวิถีชีวิต
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่รินกำลังเคี่ยวหัวกะทิจนแตกมันสวยงามอยู่หน้าเตาถ่าน แสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ตกดินสาดส่องผ่านร่องไม้เข้ามาในครัว รินค่อยๆ หย่อนพริกแกงที่ตำเองกับมือลงไป กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศไทยกระจายตัวจนหอมอบอวลไปทั้งบ้านสวน มันคือกลิ่นที่เธอตามหามาตลอดชีวิต กลิ่นที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย กลิ่นที่ทำให้เธอมั่นใจว่า ย่ากำลังมองดูเธออยู่
"เสร็จหรือยังริน? แขกมาถึงหน้าสวนแล้วนะ" เสียงลุงป้องดังขึ้นจากนอกชาน
รินหันไปมองหม้อแกงตรงหน้า ความรู้สึกตื่นเต้นปนหวาดหวั่นแล่นพล่าน เธอตักแกงใส่ถ้วยดินเผาใบเก่งที่ย่ามักจะใช้รับแขกสำคัญเสมอ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ หวังจะนำไปให้ลุงป้องชิมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันจริง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่รินไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าบ้านสวน ไม่ใช่เสียงของชาวบ้านที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงของรองเท้าหนังที่ก้าวอย่างมั่นคงและเด็ดขาด รินหันไปมองที่หน้าประตูครัว ร่างสูงของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วครัวที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าและกลิ่นเครื่องเทศ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ถ้วยแกงในมือของริน
"ผมตามหากลิ่นนี้มาตลอดสิบปี..." ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสั่นเครือ "กลิ่นแกงที่ย่าของคุณเคยทำให้ผมกิน ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลง...คุณริน ใช่ไหม?"
หัวใจของรินหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อชายคนนั้นหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ รอยยิ้มที่ปรากฏบนรูปนั้น... คือย่าของเธอในวัยสาว และชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้างกันในวันนั้น ก็คือคนคนเดียวกับที่กำลังยืนจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาในวินาทีนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามกลิ่นไอรักในบ้านสวนและร่วมเดินทางไปกับรินในทุกๆ ตอนนะคะ
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 22
กลิ่นเครื่องเทศอบอวลเมือง
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!