โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผืนป่าไผ่แห่งหุบเขาอสูรโลกันตร์จนกลายเป็นสีฉานดั่งภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกแต่งแต้มด้วยความตาย
อักขระเวทสีเลือดนับพันสายแผ่พุ่งขึ้นจากพื้นดิน ก่อตัวเป็นม่านอาคมรูปทรงกะโหลกมหึมาที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนสะท้านวิญญาณ "ค่ายกลมารโลหิตสลายวิญญาณ" ของนิกายโลหิตผลาญฟ้ากำลังบีบรัดวงล้อมเข้ามาทุกขณะ อากาศรอบกายหนักอึ้งดั่งแบกภูเขาไว้ทั้งลูก แรงกดดันมหาศาลนี้เพียงพอที่จะบดขยี้กระดูกของยอดฝีมือขอบเขตผสานวิญญาณทั่วไปให้แหลกละเอียดในพริบตา
ทว่า... ใจกลางขุมนรกโลหิตนั้น ร่างของบุรุษผู้หนึ่งยังคงยืนหยัดตรงตระหง่านดั่งขุนเขา
เฟยหลงก้มมองเศษเหล็กในมือ มันคือกระบี่คู่ชีพ "อัคคีทมิฬ" ที่บัดนี้เหลือเพียงด้ามจับและใบดาบที่หักสะบั้นเหลือความยาวไม่ถึงครึ่งศอก คมกระบี่ที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้า บัดนี้บิ่นร้าวและอาบชะโลมด้วยหยาดโลหิตอันร้อนรุ่มของเขาเอง เสียงหัวใจที่เต้นรัวรากลองศึกสอดรับกับเสียงคำรามก้องในห้วงสมอง ภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อน—วันที่สำนักกระบี่นภาต้องมอดไหม้เป็นจุลด้วยน้ำมือของพวกมันยังคงชัดเจนดั่งเพลิงผลาญที่แผดเผาอยู่ทรวงอก
"เฟยหลง เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกของ "มู่หรงอวิ๋น" ผู้อำนวยการค่ายกลดังขึ้นก้องฟ้า เงาร่างนับร้อยในชุดคลุมสีเลือดปรากฏกายขึ้นบนยอดไผ่ แต่ละคนถือธงอาคมที่ปล่อยไอพิษสีเขียวคล้ำออกมาคุกคามประสาทสัมผัส
เฟยหลงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแววตานับร้อยที่จ้องมองมาดั่งฝูงหมาป่าตะמתกระหายเหยื่อ ดวงตาคมกริบทอประกายดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นในฝัก ริมฝีปากที่แห้งผากระบายยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน
"หนีงั้นหรือ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอ สุ้มเสียงนั้นราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบข้างสั่นระริก "วิถีกระบี่ของข้า... ไม่เคยมีบัญญัติคำว่า 'หนี' อยู่ในสารบบ มีแต่ 'ทะลวง' ผ่านซากศพของพวกเจ้าเท่านั้น!"
สิ้นคำพูด ร่างของเฟยหลงก็ระเบิด "ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์" ออกมาอย่างฉับพลัน!
คลื่นพลังสีครามเข้มพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับมังกรคำราม แรงระเบิดนี้รุนแรงจนต้นไผ่รัศมีร้อยวาหักโค่นราบเป็นหน้ากลอง อักขระเวทสีเลือดที่ตรึงร่างเขาไว้สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าว มู่หรงอวิ๋นที่อยู่บนยอดไม้ถึงกับใบหน้าถอดสี รีบสะบัดมือส่งธงอาคมเข้ากดทับทันที
"ไอ้เด็กนี่! มันเหลือตัวคนเดียวแล้ว เหตุใดพลังปราณถึงยังแข็งแกร่งปานนี้! รีบเร่งพลังค่ายกล สังหารมันเสีย!"
เฟยหลงกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลรินมุมปาก บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกจากการรับกระบวนท่าเมื่อวานส่งผลให้ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ความเจ็บปวดทางกายหรือจะสู้ความแค้นสุมอก เคล็ดวิชา "กระบี่หักสะท้านฟ้า" ที่อาจารย์ผู้ล่วงลับถ่ายทอดให้ถูกเรียกใช้งานถึงขีดสุด ลมปราณในตันDian (จุดตันเถียน) หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามคล้ายอสุนีบาต
เขาไม่ใช่จอมยุทธ์ผู้สมบูรณ์แบบ กระบี่ของเขาหัก พลังของเขาพร่อง และลมหายใจของเขากำลังจะขาดหช่วง แต่วิญญาณนักสู้ภายในกลับคมกริบยิ่งกว่ากระบี่เล่มใดในใต้หล้า
"รับกระบวนท่าแรก... 'กระบี่เดียวตัดภพ'!"
เฟยหลงสะบัดข้อมือที่ถือเศษกระบี่หักพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ร่างกายของเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับคมดาบ แสงสีครามสว่างวาบเจิดจ้าแข่งกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง คมกระบี่ที่เหลือเพียงครึ่งเล่มกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิว รัศมีกระบี่ความยาวร้อยวาฟาดฟันลงมาดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางม่านค่ายกลมารโลหิต!
*ตูมมมม!*
แรงปะทะระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทำให้หุบเขาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันและเศษซากพลังปราณกระจายฟุ้งไปทั่วทิศทาง ร่างของสาวกนิกายโลหิตหลายสิบคนกระเด็นลอยละลิ่วกระแทกพื้นกระדורแหลกเหลว ม่านค่ายกลที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทานถูกผ่าแยกออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดาย
เฟยหลงพ่นโลหิตคำโตออกมาอีกครั้ง ร่างกายเซถอยหลังไปหลายก้าว ปลายเท้าเหยียบลึกลงไปในดินโคลนจนมิดข้อเท้า การฝืนใช้กระบวนท่านี้ในสภาพร่างกายที่สะินสะเทือนถึงขีดสุดทำให้เส้นชีพจรของเขาเสียหายอย่างหนัก สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์
ทว่า มู่หรงอวิ๋นยังไม่ตาย มันอาศัยจังหวะที่เฟยหลงกำลังอ่อนแรง พุ่งทะยานแหวกฝุ่นควันเข้ามาพร้อมกับกระบี่โลหิตในมือที่แฝงไปด้วยพิษร้าย หมายปลิดชีพเขาในกระบวนท่าเดียว
"ตายเสียเถอะเฟยหลง!"
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น แววตาของเฟยหลงไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว นิ้วมือที่ถือเศษกระบี่หักเตรียมจะแผดเผาพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายเพื่อสวนกลับ
*ชิ้งงงง—!*
เสียงกระบี่ใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นสะท้านกังวานไปทั่วผืนป่า ความหนาวเหน็บระดับเยือกแข็งแผ่ซ่านเข้ามาในพริบตา ทำให้อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าคราม
มู่หรงอวิ๋นที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า พลันแข็งค้างกลางอากาศ ร่างกายของมันถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งหนาทึบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งสีขาวโพลนท่ามกลางความว่างเปล่า!
เฟยหลงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆฝน เงาร่างอันบอบบางแต่สง่างามดั่งเทพเซียนปรากฏขึ้นบนกิ่งไม้เบื้องบน นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์สะบัดตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับรูปสลักน้ำแข็ง แววตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองเขาด้วยความเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งพันปี
"สตรีเช่นเจ้า..." เฟยหลงพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจติดขัด ไม่ใช่เพราะพิษบาดแผล แต่เป็นเพราะกลิ่นอายอันกดดันที่คุ้นเคย
ไป๋ชิงฮั่น ประมุขพรรคกระบี่เหมันต์ นางเซียนน้ำแข็งผู้ไม่เคยใส่ใจความเป็นตายของใคร เหตุใดจึงยื่นมือเข้าช่วยเขาในดินแดนรกร้างแห่งนี้?
ก่อนที่เฟยหลงจะทันได้เอ่ยปากถามอันใด นางเซียนน้ำแข็งกลับพลิกกายลงมาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วดั่งภาพลวงตา ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกเย็นแตะลงที่กลางหน้าผากของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว กระแสความเย็นยะเยือกพุ่งพล่านเข้าสู่จุดตันเถียน สะกดกั้นพิษโลหิตและซ่อมแซมเส้นชีพจรที่ขาดวิ่นในพริบตา
ดวงตาสفرที่เย็นชาคู่นั้นจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเขา น้ำเสียงหวานใสแต่เยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นข้างหูเบาๆ
"กระบี่ของเจ้าหักแล้ว... แต่ดูเหมือนว่า 'หนี้ชีวิต' ที่เจ้าติดค้างข้า ยังคงต้องชำระให้ครบถ้วนเสียก่อน"
เฟยหลงยังไม่ทันได้ขยับริมฝีปากตอบโต้ พื้นดินเบื้องล่างที่สงบลงเมื่อครู่กลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! หลุมลึกขนาดมหัศจรรย์ปรากฏขึ้นใจกลางซากศพของนิกายโลหิต พร้อมกับเสียงคำรามก้องคำรณที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นฟ้า แผ่กลิ่นอายบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่ไป๋ชิงฮั่นยังต้องเปลี่ยนสีหน้า
สิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้หุบเขาอสูรโลกันตร์... กำลังจะตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันคมกระบี่และสายลมหนาวไปกับผมในตอนนี้นะครับ
กระบี่หักสะท้านฟ้า กับ ยอดพธูน้ำแข็งร้าว•ตอนที่ 1
เงากระบี่กลางพายุโลหิต
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หักสะท้านฟ้า กับ ยอดพธูน้ำแข็งร้าว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!