“ถ้าแกยังทำตัวขี้เกียจสันหลังยาวแบบนี้อีกวันเดียว ฉันจะให้เฉินโม่หย่ากับแกเสีย! สะใภ้ที่กินเปลืองแต่ไม่เคยหยิบจับงานบ้านงานเรือนสักอย่าง ตระกูลเฉินเราไม่ได้เลี้ยงคนไว้ประดับฝาบ้าน!”
เสียงแหลมสูงที่แฝงไปด้วยความเกลียดชังกรีดผ่านโสตประสาทของ ‘หลินฟางเซียน’ ทันทีที่เธอลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ขมับราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงทำให้เธอต้องนิ่วหน้า กลิ่นสาบชื้นของดินและฟางเน่าโชยเข้าจมูกจนแทบสำลัก
เธอไม่ได้อยู่ในห้องทำงานชั้นสี่สิบห้าที่มีวิวทิวทัศน์เป็นตึกระฟ้าของมหานครเซี่ยงไฮ้อีกต่อไป แต่กลับเป็นกระท่อมดินหลังเล็กที่ผนังผุพังจนแสงแดดส่องลอดเข้ามาเห็นฝุ่นละอองเต้นระบำในอากาศ
“ฟังอยู่ไหมนังตัวดี! ฉันพูดกับแกอยู่นะ!”
หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดผ้าป่านสีมอซอเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบลงที่ใบหน้าของเธอ ฟางเซียนไม่รอช้า เธอใช้สัญชาตญาณนักบริหารที่ผ่านสนามรบธุรกิจมานับครั้งไม่ถ้วนเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงนั้นทำให้หญิงแก่เสียหลักเซไปชนกับโต๊ะไม้เก่าๆ จนถ้วยชามที่แตกบิ่นสั่นไหว
“คุณป้าคะ... ที่นี่ที่ไหน แล้วคุณเป็นใคร?” เสียงของเธอแหบพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองกลับไปนั้นเย็นเยียบและทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก
“นัง...นังหลินฟางเซียน! แกแกล้งความจำเสื่อมหรือไง! อย่ามาสำออยให้มากนัก แค่ฉันด่าคำสองคำถึงกับทำเป็นมึนงง พรุ่งนี้ถ้าแกไม่เข้าป่าไปหาฟักทองมาให้ครบห้าลูก อย่าหวังว่าจะได้แตะข้าวสักเม็ด!”
หญิงวัยกลางคน—ที่สมองของร่างนี้บอกว่าเป็น ‘แม่สามี’—ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไปจากกระท่อม ทิ้งให้ฟางเซียนยืนงงอยู่ท่ามกลางความเงียบ เธอพยายามรวบรวมความจำ ร่างนี้คือสะใภ้ที่ถูกแต่งเข้าบ้านมาเพื่อเป็นทาสรับใช้ ในขณะที่สามีคือ ‘เฉินโม่’ นายทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ที่มักจะส่งเงินเดือนมาให้แม่ตัวเองจัดการ แต่กลับไม่เคยรู้เลยว่าภรรยาตัวเองถูกทรมานอย่างไร
ฟางเซียนยกมือขึ้นกุมขมับ พลันนั้นเอง ความรู้สึกวูบไหวในจิตใต้สำนึกก็ปรากฏขึ้น มันเหมือนกับมีมิติพื้นที่ว่างเปล่าขนาดมหาศาลซ้อนทับอยู่ในมโนภาพของเธอ
*‘มิติคลังสินค้า?’*
เธอทดลองเพ่งจิตไปที่ความรู้สึกนั้น ทันใดนั้น ภาพของชั้นวางของจัดระเบียบอย่างดี ชั้นหนึ่งเต็มไปด้วยเครื่องมือการเกษตรที่ทันสมัย อีกชั้นมีเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง และอีกฝั่งหนึ่งคือพื้นที่ว่างเปล่าที่สามารถบรรจุสิ่งของได้มหาศาล นี่มันคืออาวุธลับที่พระเจ้ามอบให้เธอในฐานะผู้ถูกส่งมาตายแล้วเกิดใหม่สินะ!
ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้ กระท่อมที่พังแหล่มิพังแหล่สั่นสะเทือนตามจังหวะก้าวนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวมะกอกปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ดวงตาคมเข้มดุจพยัคฆ์กวาดมองสภาพห้องก่อนจะหยุดลงที่เธอ
“แม่บอกว่าเจ้าไม่สบาย... เป็นอะไรมากไหม”
เฉินโม่ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ เขาเว้นระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติ แววตาของเขามีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเฉย ฟางเซียนมองชายหนุ่มตรงหน้า... นี่คือสามีที่เธอต้องอยู่กินด้วยกระนั้นหรือ? ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเคร่งขรึมนั้นมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก
“ฉันหิวค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้โอดครวญ แต่น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยจนเฉินโม่ต้องขมวดคิ้ว
“ในครัวไม่มีอะไรเหลือแล้ว แม่เก็บไปหมด... ข้ามีเพียงมันต้มสองหัวนี่ เจ้าเอาไปกินเถอะ” เขาล้วงมันต้มที่ยังอุ่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เธออย่างไม่ลังเล
ฟางเซียนมองมันต้มในมือแล้วยิ้มที่มุมปาก ในเมื่อแม่สามีคิดจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ปล่อยให้เธออดตาย เธอจะทำให้อีกฝ่ายเห็นว่า ‘สะใภ้ขี้เกียจ’ คนนี้แหละ ที่จะเป็นคนกุมชะตากรรมปากท้องของตระกูลเฉินทั้งหมด!
เธอแอบหยิบขวดน้ำวิตามินเข้มข้นจากมิติคลังสินค้าออกมาซ่อนไว้ในแขนเสื้อ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยความมั่นใจ “ขอบคุณสำหรับมันต้มนะคะ... แต่ต่อจากนี้ไป ตระกูลเฉินจะต้องไม่อดอยากอีกต่อไป คุณ...เฉินโม่ ช่วยไปหยิบจอบที่หลังบ้านมาให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ”
เฉินโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองสบตาภรรยาที่ดูเปลี่ยนไปอย่างประหลาด แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแออีกต่อไป แต่มีความทะเยอทะยานที่ร้อนแรงดุจเปลวเพลิง
“เจ้าจะทำอะไร?”
“ทำนาทำสวนไงคะ” เธอยิ้มกว้าง “และถ้าคุณกล้าพอ เรามาเดิมพันกันไหม... ก่อนตะวันตกดินวันนี้ ฉันจะทำให้คนในบ้านนี้ต้องกลับมาง้อขอร้องให้ฉันทำอาหารให้พวกเขากิน!”
เฉินโม่มองร่างบางที่ดูบอบบางแต่กลับมีพลังอำนาจแฝงอยู่อย่างกังขา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไร ความเงียบก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโครมครามจากนอกบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอของแม่สามีที่ดังลั่นเข้ามาถึงในห้อง
“หลินฟางเซียน! ออกมาเดี๋ยวนี้! แกแอบเก็บข้าวสารไว้ที่ไหนสารภาพมา! หรือว่าแกแอบเอาไปขายกินคนเดียว!”
ฟางเซียนกระตุกยิ้ม เธอหันไปมองเฉินโม่ที่กำลังขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสน เธอขยับเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นไอแดดจากตัวเขาก่อนจะกระซิบเบาๆ “อย่าเพิ่งออกไปค่ะ... ดูให้ดีนะ ว่าวันนี้ ‘สะใภ้ชั่ว’ คนนี้จะตบหน้าพวกเขาทุกคนด้วยอะไร”
เธอยื่นมือออกไปกลางอากาศ แสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือชั่วพริบตา ก่อนที่กลิ่นหอมอบอวลของเนื้อตุ๋นยาจีนที่เธอเพิ่งคัดเลือกวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติ จะทะลักออกมาฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมผุพังจนคนนอกบ้านถึงกับหยุดชะงักและเงียบกริบไปในทันที!
หวังว่าตอนแรกจะถูกใจนักอ่านที่รักทุกท่านนะคะ ชาเขียวแก้วร้ายจะตั้งใจเขียนให้สุดฝีมือเพื่อมอบความสนุกให้ทุกคนแน่นอนค่ะ!
สูตรลับฉบับนางร้าย: พลิกฟาร์มร้างให้เป็นจักรวรรดิการค้า•ตอนที่ 1
ตื่นขึ้นมาในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับนางร้าย: พลิกฟาร์มร้างให้เป็นจักรวรรดิการค้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
