เสียงแจกันเซรามิกราคาถูกที่กระทบเข้ากับกรอบประตูไม้สน ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ นั้น ดังบาดลึกเสียจนกวินสะดุ้งสุดตัว กาแฟกระป๋องในมือของเขาเกือบจะหล่นร่วงลงพื้น หากมือที่สั่นเทาจะไม่รีบคว้ามันไว้เสียก่อน ความเงียบสงบยามค่ำคืนของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ย่านชานเมือง ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกรีดแหลมสูงของเด็กหญิงตัวเล็กๆ และตามมาด้วยเสียงตวาดทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
"กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ว่าอย่ามาขัดจังหวะกูเรื่องเงิน!"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นชัดเจน ตามด้วยเสียงสะอื้นฮักที่พยายามกลั้นไว้จนตัวโยน กวินยืนแข็งทื่ออยู่หน้าห้องหมายเลข 404 ซึ่งอยู่ถัดจากห้องของเขาไปเพียงสองห้อง ผนังปูนบางๆ ของตึกแถวแห่งนี้ไม่เคยมีความลับกับเรื่องราวชีวิตรันทดของเพื่อนบ้านเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้... มันไม่ใช่แค่เสียงบ่นพึมพำยามเมามาย หรือการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องค่าเช่าห้องเหมือนที่ผ่านมา
กวินกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอ ความลังเลแล่นพล่านขึ้นมาในอก ชายหนุ่มผู้เพิ่งสูญเสียทุกอย่างในชีวิตอย่างเขา มักจะบอกตัวเองเสมอว่า "เรื่องของคนอื่นไม่ใช่ธุระอะไร" ความพ่ายแพ้จากหน้าที่การงานทำให้เขากลายเป็นคนขลาดเขลา กลัวแม้กระทั่งเงาของตัวเอง กลัวการเข้าไปยุ่งเกี่ยว ปัญหาของคนอื่นนั้นหนักหนาเกินกว่าที่คนแบกรับความล้มเหลวไว้เต็มบ่าอย่างเขาจะไหว
แต่ทว่า... เสียงร้องไห้สะอื้นที่ดังเล็ดลอดออกมา พร้อมกับเสียงของแข็งกระแทกกับผนังห้องซ้ำๆ มันกลับสั่นคลอนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในก้นบึ้งหัวใจของกวินอย่างรุนแรง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
นิ้วมือของกวินเคาะลงบนประตูห้อง 404 โดยที่สมองยังไม่ทันได้สั่งการด้วยซ้ำ เขากลั้นหายใจ รอคอยปฏิกิริยาจากด้านใน
เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินมาหยุดกึกอยู่หลังบานประตูไม้เก่าๆ ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงในเสี้ยววินาทีต่อมา เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคน ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์สุรา เส้นผมยุ่งเหยิง ดวงตาขุ่นคลั่กเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย กลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นบุหรี่พวยพุ่งเข้าปะทะจมูกจนกวินต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว
"มึงเป็นใครวะ? มีธุระอะไรดึกดื่น!" ชายคนนั้นตวาดเสียงดัง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงหน้า
กวินเหลือบสายตาข้ามไหล่หนาเข้าไปด้านในห้อง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทําให้หัวใจของเขากระตุกวูบ บนพื้นห้องมีเศษแก้วกระจัดกระจาย หญิงสาวร่างผอมบางคนหนึ่งกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่มุมห้อง ใบหน้ามีรอยฟกช้ำและคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน ข้างกายเธอคือเด็กหญิงตัวน้อยวัยประมาณเจ็ดขวบที่กำลังสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่กวินด้วยแววตาที่เว้าวอนขอความช่วยเหลือ... สายตาที่ไม่มีเสียงกรีดร้อง แต่มันดังยิ่งกว่าเสียงระเบิดใดๆ ในโลก
"เอ่อ... ผม... ผมได้ยินเสียง..." กวินพูดตะกุกตะกัก ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมลำคอ เมื่อชายเจ้าของห้องก้าวประชิดตัวเขาพร้อมกับจ้องเขม็ง
"เรื่องของครอบครัวกู! เสือกอะไรด้วยวะไอ้หน้าอ่อน ไสหัวกลับห้องมึงไปซะ ก่อนที่มึงจะเจ็บตัว!" ชายคนนั้นชี้หน้ากวินอย่างคุกคาม ก่อนจะกระแทកประตูใส่หน้าอย่างแรง เสียงล็อกกลอนดัง *คลิก* สะท้อนก้องในความเงียบ
กวินยืนนิ่งงันอยู่หน้าประตู ปลายนิ้วชาหนึบ ความรู้สึกละอายใจพวยพ่นขึ้นมาเผาไหม้ทรวงอก เขาหมุนตัวเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เปิดประตู ปิดมันลง และทิ้งตัวลงนั่งพิงบานประตูฝั่งด้านในอย่างคนหมดแรง เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหดหู่ที่เคยคิดว่าคุ้นชินกับมันแล้ว กลับพรั่งพรูเข้ามาซ้ำเติมจนหายใจไม่ออก
มหานครแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ แต่มันกลับแคบและโหดร้ายเหลือเกินสำหรับคนอ่อนแอ ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาบนท้องถนน แย้มยิ้มให้กันในที่สาธารณะ แต่หลังบานประตูที่ปิดทึบของตึกแถวแต่ละห้อง กลับมีคราบน้ำตา ความรุนแรง และเสียงร้องไห้ที่ถูกกลบฝังไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้
กวินหยิบกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันคือกระดาษแผ่นเดิมที่ลินินเคยเขียนส่งข้อความถึงเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน ลินินหญิงสาวผู้มองโลกในแง่ร้ายแต่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อิตรอย่างลึกซึ้ง เธอมักจะบอกเขาเสมอผ่านตัวอักษรว่า *'บางครั้งความเงียบของเรา ไม่ใช่การปกป้องตัวเองจากอันตราย แต่มันคือการเป็นพวกเดียวกับผู้ล่าทางอ้อม'*
คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือกระจกที่สะท้อนความขลาดเขลาของตัวกวินเอง
เขาลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมจะกดเบอร์แจ้งตำรวจ แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเขาจะได้กดโทรออก เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบของทางเดินนอกห้องก็ดังขึ้น เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งกำลังเดินมาหยุดลงที่หน้าห้องของเขาเอง
ไม่ใช่เสียงเดินของคนเมา... แต่มันเป็นเสียงเคาะประตูเบาๆ สามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
กวินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นปานนี้ ใครกันที่จะมาเคาะห้องของเขา? หรือจะเป็นชายคนนั้นที่ตามมาเอาเรื่องที่เขาไปยุ่งเรื่องในครอบครัว?
เขาก้าวเข้าไปใกล้ประตูช้าๆ ส่องมองผ่านตาแมวออกไปด้านนอก ความมืดสลัวของทางเดินสะท้อนภาพร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอยืนนิ่งสงบ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
ลินิน... เธอยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับจดหมายสีขาวซองใหม่ในมือที่ยื่นมาแนบชิดกับบานประตู และกระซิบผ่านรอยแยกเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่
"คุณคิดว่าคุณกำลังช่วยพวกเขาอยู่เหรอ, กวิน... คุณยังไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่คนเดียวที่คุณต้องระวังในตึกนี้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและค้นหาความหมายของชีวิตท่ามกลางความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 24
เสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยิน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!