“ถ้าเรายังเดินต่อด้วยอัตราเร็วเท่านี้ ภายในยี่สิบนาที สมองของเธอจะเริ่มระเหยกลายเป็นไอระเหยโปรตีนไปเสียก่อน ธันวา”
เสียงของดร.เมษาแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความรำคาญใจที่เจือจางด้วยความห่วงใย เธอใช้หลังมือปาดคราบเกลือที่เกาะตัวอยู่บนผิวแก้มขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้แว่นกันแดดทรงสปอร์ตยังคงจับจ้องไปที่เข็มทิศดิจิทัลซึ่งกำลังรวนเรอย่างหนักท่ามกลางคลื่นความร้อนที่บิดเบือนทัศนียภาพเบื้องหน้าจนแทบจะกลายเป็นภาพหลอน
ธันวาไม่ได้หยุดเดิน เขาเพียงแต่ขยับผ้าโพกศีรษะสีซีดให้แน่นขึ้น กลิ่นไอความร้อนที่พุ่งขึ้นจากผืนทรายนั้นรุนแรงจนรู้สึกได้ถึงความแห้งผากในลำคอ “ถ้าเราหยุดตอนนี้ ทฤษฎีของปู่ผมก็จะหยุดลงด้วย เมษา คุณก็รู้ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในหุบเขานี้มีรูปแบบที่จำเพาะเจาะจง ถ้าเราไม่ไปถึงจุดที่เขาบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเล่มนั้น เราจะไม่มีวันเข้าใจเลยว่าทำไมทะเลทรายแห่งนี้ถึงเป็น 'กระจกเงา' ของจักรวาล”
“วิทยาศาสตร์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากความเพ้อฝันของชายชราคนเดียวหรอกนะ” เมษาโต้กลับ พลางทรุดตัวลงนั่งบนเนินทรายที่ร้อนระอุจนดูเหมือนจะแผดเผาเนื้อผ้ากางเกงคาร์โก้ของเธอ “ธรรมชาติมีกฎของมัน ความร้อนสะสมที่สูงถึงห้าสิบองศาเซลเซียสแบบนี้ มันคือการคัดเลือกโดยธรรมชาติที่แท้จริง ใครที่ไม่มีการวางแผนรอดชีวิตที่ดีพอ ก็แค่กลายเป็นฟอสซิลให้คนรุ่นหลังมาขุดเจอเท่านั้น”
ธันวาหยุดชะงัก เขาหมุนตัวกลับมามองคู่หูของเขา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ภายใต้ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นทรายนั้นมีความอัจฉริยะที่ตื่นตระหนกซ่อนอยู่ เขาหยิบแท็บเล็ตเครื่องจิ๋วออกมา หน้าจอแสดงค่าความเข้มข้นของรังสีคอสมิกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในบริเวณนี้
“คุณเห็นนี่ไหม เมษา” เขาชี้ให้ดูเส้นกราฟที่หยักขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง “นี่ไม่ใช่เรื่องของธรรมชาติที่ปกติแล้ว นี่คือการบิดเบือนของปริภูมิ-เวลา (Space-time Curvature) ในระดับไมโคร ปู่ของผมไม่ได้เพ้อฝัน ท่านแค่ไม่ได้ใช้ภาษาเดียวกับคนในยุคของท่าน ท่านใช้ภาษาของฟิสิกส์ชั้นสูงที่ต้องอาศัยสถานที่เฉพาะเจาะจงในการสังเกตการณ์”
เมษาขมวดคิ้ว เธอไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่เห็น แต่นักชีววิทยาในตัวเธอกำลังสั่นคลอน “มันไม่มีทางเป็นไปได้ ธันวา กฎทางฟิสิกส์ต้องคงที่ในทุกจุดของจักรวาล ถ้ามันบิดเบี้ยวที่นี่ เราต้องสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่... ที่ขัดกับหลักการพื้นฐาน”
“ใช่! และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเดินต่อ” ธันวายื่นมือไปหาเธอด้วยแววตามุ่งมั่นที่หาได้ยาก “การที่เรายังไม่ตายในสภาพอากาศแบบนี้ ทั้งที่ระดับน้ำในร่างกายเราควรจะวิกฤตแล้ว นั่นแหละคือหลักฐานชิ้นแรกที่ปู่ผมทิ้งไว้ให้”
เมษานิ่งอึ้ง เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติมาตั้งแต่เช้า ความเหนื่อยล้าที่ควรจะรุมเร้ากลับดูจางหายไปอย่างน่าประหลาด ราวกับมีพลังงานบางอย่างประคองร่างกายพวกเขาเอาไว้ เธอคว้ามือของธันวาแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน ความเงียบงันที่ปกคลุมทะเลทรายดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงหึ่งๆ ที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นเสียงที่ธันวาเรียกว่า ‘เสียงกระซิบของดวงดาว’
พวกเขาก้าวเดินผ่านแนวหินทรายที่ดูคล้ายกับกรงเล็บขนาดยักษ์ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ธันวาหยิบเครื่องมือตรวจวัดคลื่นความถี่ขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เข็มไมล์กลับนิ่งสนิท ก่อนจะหมุนกลับหลังหันหนึ่งร้อยแปดสิบองศาอย่างรวดเร็ว
“เรามาถูกทางแล้ว” เขากระซิบ น้ำเสียงสั่นเครือ “มันไม่ได้อยู่บนผืนทรายนี้... มันอยู่ข้างใต้”
ทันใดนั้น ผืนทรายเบื้องหน้าพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนตัวราวกับกระแสน้ำไหลวน มันไม่ใช่การถล่ม แต่มันคือการเปิดออกของกลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกสุดหยั่งใต้เปลือกโลก ดินทรายมหาศาลไหลหลั่งลงสู่ช่องว่างที่ว่างเปล่าเบื้องล่าง เกิดเป็นโพรงมืดมิดที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมาตัดกับความร้อนระอุของทะเลทรายด้านบนอย่างสิ้นเชิง
ธันวาและเมษาหยุดยืนอยู่ที่ขอบเหวที่เพิ่งก่อตัวขึ้น แสงไฟฉายจากอุปกรณ์ของพวกเขาฉายลงไปข้างล่าง และสิ่งที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่หินหรือดิน แต่เป็นโครงสร้างโลหะที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ยุคปัจจุบัน มันดูเหมือนชิ้นส่วนของยานพาหนะหรืออาคารที่ไม่ได้สร้างจากวัสดุบนโลกนี้
“นั่นมัน... อะไรกัน” เมษาพึมพำ สายตาที่เคยยึดติดกับหลักฐานเชิงประจักษ์บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
ธันวาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ตที่ตอนนี้ไม่ได้บอกค่าความร้อน แต่กำลังนับถอยหลังเป็นรหัสสีแดงฉาน ซึ่งเขารู้ดีว่ามันคือรหัสเริ่มต้นของสิ่งที่ปู่เขาเรียกว่า 'จุดจบของม่านพรางตา'
“เมษา” ธันวาเรียกเสียงสั่น “มันไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อรอการค้นพบ แต่มันกำลังรอ... การเปิดใช้งาน”
เงาดำมืดเริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมาจากใต้ช่องว่างนั้น ไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นมวลสารที่ดูเหมือนกลุ่มก้อนของความทรงจำและข้อมูลที่ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์ ซึ่งใบหน้าของมันชัดเจนเสียจนทำให้ธันวาต้องเข่าอ่อนลงกับพื้นทราย เพราะใบหน้านั้น... คือใบหน้าของเขาสมัยที่ยังเป็นเด็ก ในช่วงเวลาที่เขายังเชื่อมั่นในตัวปู่มากที่สุด
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความร้อนแรงและปริศนาที่ซับซ้อนไปกับผมในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพจากวิทยาศาสตร์รอบตัวครับ
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 40
มุ่งหน้าสู่ทะเลทราย
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!