เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับไม่ได้ดังลั่นห้อง แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีสามองศา
"ถ้าคุณทัพฟ้ายังยืนกรานว่าจะทุบผนังรับน้ำหนักฝั่งทิศตะวันตกออก เพื่อแลกกับความโปร่งโล่งแบบที่เรียกว่า 'สไตล์มินิมอลป่วยๆ' ของคุณ โปรjects นี้ก็คงไม่ต้องเซ็นสัญญาอะไรกันอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ เสียเวลาเปล่า"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะเย็นชาเล็กน้อยเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง กันตภณ หรือที่ใครต่อใครในวงการเพลงต่างขนานนามให้เขาเป็น 'โปรดิวเซอร์มือทองผู้ไร้พ่าย' นั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท แว่นตากรอบทองบางเฉียบสะท้อนแสงไฟจากเพดานห้องประชุม เผยให้เห็นดวงตาสีเข้มที่ไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดๆ นอกเสียจากความรำคาญใจที่ถูกปิดบังไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท
ทัพฟ้า หรือที่ลูกน้องในบริษัทเรียกสั้นๆ ว่า 'สถาปนิกมือหนึ่งผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร' สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตาคู่คมกริบมองตรงไปยังโปรดิวเซอร์หน้านิ่งฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกที่แทบจะไม่ปิดบังความหมั่นไส้
"แล้วถ้าคุณกันตภณจะกรุณาถอดหูฟังแล้วใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด คุณก็จะรู้ว่าผนังตรงนั้นมันไม่ได้มีผลอะไรกับโครงสร้างหลักเลยสักนิด ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะหวงพื้นที่แคบๆ ไว้หลบมุมแต่งเพลงเศร้าๆ เคล้าน้ำตาเหมือนหมาโดนทิ้ง" ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงกวนประสาทแต่ฉาดฉานไปด้วยข้อมูลทางวิศวกรรมที่แน่นปึ้ก "งานนี้ผมรับผิดชอบในฐานะสถาปนิกหลัก หน้าที่ของคุณคือทำเพลงประกอบสตูดิโอ ไม่ใช่มาทำตัวเป็นผู้รับเหมาตกยุคคอยจับผิดแบบนี้ค่ะ"
คำว่า 'ค่ะ' ที่ถูกเน้นเสียงลากยาวด้วยความจงใจจากปากสถาปนิกหนุ่มทำเอา กรณ์ ผู้จัดการส่วนตัวของกันต์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำ ส่วนมีน รุ่นน้องในทีมสถาปนิกที่นั่งตัวลีบอยู่ริมสุดได้แต่ก้มหน้ามองตัก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
กันต์หรี่ตามองคนตรงข้ามช้าๆ ความนิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าวเมื่อถูกท้าทายต่อหน้าทีมงาน ปากร้ายๆ ที่มักจะใช้ปฏิเสธศิลปินค่ายอื่นอย่างไร้เยื่อใยกำลังจะถูกงัดออกมาใช้กับไอ้สถาปนิกปากจัดคนนี้
"พูดเก่งจนะพ่อคุณ... สงสัยงานออกแบบจะว่างมากสินะ ถึงมีเวลามานั่งเถียงเรื่องโครงสร้างกับคนที่ไม่ใช่วิศวกรได้เป็นฉากๆ" กันต์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนสองข้างประสานกันไว้บนโต๊ะ สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "ฟังให้ดีนะทัพฟ้า ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อสร้างตึกตามใจชอบ แต่งบประมาณห้าสิบล้านนี่คือเงินที่ผมต้องรับผิดชอบ ถ้าผลงานของคุณมันพังเพราะความอินดี้บ้าบอคอแตกของคุณ คนที่จะซวยไม่ใช่แค่ผม แต่คือชื่อเสียงที่คุณอุตส่าห์สร้างมาทั้งชีวิต"
"ห่วงชื่อเสียงผมเหรอคะ?" ทัพฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความดื้อรั้นที่ไม่มีวันลดละ "นึกว่าคุณกันต์จะสนใจแต่เรื่องโน้ตตัวโน้นตัวนี้จนลืมไปแล้วซะอีกว่าโลกความจริงมันต้องใช้ 'พื้นที่' หายใจ ไม่ใช่ใช้แค่ 'ทฤษฎีเพ้อเจอ' แบบในห้องอัด"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับสายตาที่ประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีประหลาดบางอย่างที่ระอุอยู่ระหว่างคนทั้งคู่เริ่มแผ่ขยายออกมารอบทิศทาง มันไม่ใช่แค่การถกเถียงเรื่องงาน แต่มันคือการลองเชิงเพื่อชิงความเหนือกว่าของคนสองคนที่ต่างก็อีโก้สูงลิ่วและมั่นใจในตัวเองไม่แพ้กัน
กรณ์กระแอมเบาๆ เพื่อทำหน้าที่กาวใจจำเป็น ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "เอ่อ... ใจเย็นๆ กันก่อนดีไหมครับคุณทัพ คุณกันต์ เราเพิ่งเริ่มประชุมกันเองนะ เรื่องผนังเนี่ย เดี๋ยวให้ทีมวิศวกรโครงสร้างมาเคลียร์รอบหน้าก็ได้..."
"ไม่ต้อง!" ทั้งกันต์และทัพฟ้าประสานเสียงกันขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย จนกรณ์ต้องหุบปากฉับแทบไม่ทัน
กันต์ถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาคู่คมกวาดมองแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่กางอยู่ตรงหน้าสลับกับใบหน้าดื้อรั้นของคนฝั่งตรงข้าม ยอมรับในใจลึกๆ ว่าผลงานการออกแบบของอีกฝ่ายมันช่างโดดเด่นและตรงกับสเปกที่เขาวาดฝันไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าไอ้ท่าทางอวดดีและปากเกร็งๆ นั่นแหละที่มันน่าหมั่นไส้จนอยากจะแกล้งให้ร้องไห้คาอกสักทีสองที
ส่วนทัพฟ้าเองก็แอบลอบมองสันจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิดของโปรดิวเซอร์หนุ่ม แม้จะหมั่นไส้ความหยิ่งยโสของอีกฝ่ายแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาที่กันต์จริงจังกับการดูแบบ มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตาจนน่าหงุดหงิด
"โอเค..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ กันต์เงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ "ในเมื่อคุณมั่นใจนักว่าผนังตรงนั้นมันไม่มีปัญหา งั้นเรามาเดิมพันกัน..."
"เดิมพัน?" ทัพฟ้าเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "น่าสนใจดีนี่คะ... ว่ามาสิ ว่าโปรดิวเซอร์ร้อยล้านอยากจะเอาอะไรมาเดิมพันกับสถาปนิกจนๆ อย่างผม"
"ถ้าผลวิเคราะห์โครงสร้างออกมาว่ามันทุบไม่ได้อย่างที่ผมบอก..." กันต์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ทัพฟ้ารู้สึกหนสันหลังวาบแปลกๆ "คุณต้องยอมรับเงื่อนไขการออกแบบทั้งหมดของผมโดยไม่มีข้อแม้ตลอดโปรเจกต์นี้"
"แล้วถ้าฉันชนะล่ะ?" ทัพฟ้าโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
"ถ้าคุณชนะ..." กันต์เว้นจังหวะ ดวงตาสีเข้มคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบจนได้ยินแม้แต่เสียงเข็มนาฬิกา "ผมจะยอมทำตามใจคุณทุกอย่าง... แบบที่เรียกว่ายอมสยบให้คุณสั่งได้คนเดียวเลยล่ะ"
คำพูดนั้นไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับทรงพลังและทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของคนฟังจนทัพฟ้าถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับประกายตาที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออกของโปรดิวเซอร์หน้านิ่ง
ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยอะไรแก้เก้อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ตามด้วยการก้าวเข้ามาของเลขาหน้าห้องที่ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
"คุณกันต์คะ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบข้างนอกค่ะ เขาบอกว่าเป็น..."
กันต์ยังไม่ทันได้หันไปมอง ทว่าประตูห้องประชุมที่เปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดิวเซอร์รุ่นพี่ค่ายเดียวกันที่เดินยิ้มร่าเข้ามา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ทัพฟ้าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
หวังว่าตอนต่อไปรี้ดจะยังไม่รีบหายใจเข้าออกนะคะ หมอกไม้ไผ่เป็นกำลังใจให้ค่ะ!
คุณโปรดิวเซอร์หน้านิ่งกับสถาปนิกปากแซ่บ•ตอนที่ 1
สงครามย่อมๆ บนโต๊ะประชุม
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณโปรดิวเซอร์หน้านิ่งกับสถาปนิกปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!