ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 18

มิตรภาพที่เติบโตในสวนหลังร้าน

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าเจ้ายังขยับปีกเร็วขนาดนั้น เกสรดอกลาเวนเดอร์คงร่วงลงไปในดินหมดก่อนที่เราจะได้เก็บเกี่ยวแน่ค่ะ ลิลลี่" เซนเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มบาง ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังประคองก้านดอกไม้สีม่วงเข้มอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วสัมผัสกับกลีบเนียนนุ่มที่ผ่านการดูแลด้วยหยาดเหงื่อและเวทมนตร์แห่งความใส่ใจมาหลายสัปดาห์ ร่างเล็กจิ๋วของลิลลี่ในชุดเดรสกลีบกุหลาบชะงักการบิน เธอทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบบนไหล่ซ้ายของชายหนุ่ม ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนเกิดละอองเกสรสีทองฟุ้งกระจายเล็กน้อย "ก็มันตื่นเต้นนี่คะ เซน!" เสียงใสแจ๋วราดรดด้วยความกระตือรือร้นดังขึ้นข้างใบหู "ดูแปลงมินต์ทางโน้นสิคะ ใบของพวกมันหนาและเขียวขจีจนแทบจะเปล่งแสงออกมาอยู่แล้ว ส่วนแปลงราสป์เบอร์รี่... อื้อหือ ผลผลิตรอบนี้ต้องหวานฉ่ำจนละลายในปากแน่ๆ ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะเอามาทำทาร์ตสูตรพิเศษให้ลูกค้าทาน!" บรรยากาศหลังร้านในยามบ่ายนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดินชื้น กลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรสด และความมีชีวิตชีวาที่แผ่ซ่านออกมาจากสวนผักและสมุนไพรที่ขยายอาณาเขตออกไปกว้างกว่าเดิม แปลงปลูกแต่ละแปลงถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบด้วยเวทมนตร์พฤกษาของลิลลี่ ผสมผสานกับความประณีตในการดูแลของเซน จนกลายเป็นระบบนิเวศขนาดเล็กที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่บางครั้งก็โหดร้ายและวุ่นวาย สวนแห่งนี้กลับเป็นดั่งเกาะสวรรค์ที่ตัดขาดจากความโกลาหลทั้งปวง เซนไม่ได้ตอบอะไรในทันที เขาวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย หยิบผ้าดิบผืนเล็กขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผาก สายตาทอดยาวมองไปทั่วทั้งสวน ความเขียวขจีที่ละลานตาไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มันคือหยาดเหงื่อและเวลาที่พวกเขาลงทุนลงแรงร่วมกัน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เซนเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความคาดหวังอันหนักอึ้งจากตระกูลเชฟชื่อดังในโลกเก่า ความกดดันที่ว่าทุกจานต้องสมบูรณ์แบบไร้ที่ติถูกแทนที่ด้วยความสุขเรียบง่ายของการได้มองเมล็ดพันธุ์เล็กๆ เติบโต หยั่งราก และผลิดอกออกผลในเวลาของมันเอง เช่นเดียวกับชีวิตของเขาที่ได้เริ่มต้นใหม่อย่างงดงาม ณ ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งแห่งนี้ "ความอดทนคือเครื่องปรุงที่ดีที่สุดค่ะ ลิลลี่" เซนเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงของเขามีความสุขุมที่มักทำให้ภูตสาวสงบลงได้เสมอ "เช่นเดียวกับการทำแป้งโดว์ซาวโดว์ที่เราหมักไว้ข้ามคืน ความรีบร้อนจะทำลายรสชาติที่แท้จริง สวนหลังร้านก็เช่นกัน หากเราบังคับให้มันโตเร็วเกินไป รสสัมผัสและกลิ่นอายธรรมชาติก็จะจางหายไป" ลิลลี่ทำแก้มป่องเล็กน้อยอย่างน่ารัก ก่อนจะบินวนรอบจมูกของเซนหนึ่งรอบเพื่อเป็นการหยอกเย้า "ค่ะๆ คุณเชฟผู้รอบรู้! งั้นระหว่างรอให้ผักสวนครัวพวกนี้โตจนพร้อมทำสลัดและเบเกอรี่ เราไปเตรียมกาแฟดริปรอรับช่วงบ่ายกันเถอะค่ะ กลิ่นหอมๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วกลางจากภูเขาเอลฟ์น่าจะเริ่มดึงดูดแขกกลุ่มแรกเข้ามาแล้วนะ" รอยยิ้มบางระบายขึ้นบนใบหน้าคมคายของเซน เขายื่นนิ้วชี้ให้อีกฝ่ายเกาะแล้วพาเดินกลับเข้าไปในตัวร้าน ผ่านม่านลูกไม้โปร่งแสงที่กั้นระหว่างอาณาจักรสีเขียวกับห้องครัวอบอุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ที่อบอวลอยู่เป็นประจำผสมผสานเข้ากับกลิ่นดินหลังฝนตกได้อย่างลงตัว ภายในร้านยังคงสงบเงียบ แสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ทอดเงาทอดยาวลงบนพื้นไม้ขัดมัน เคาน์เตอร์ไม้โอ๊คต้อนรับถูกเช็ดจนสะอาดสะอ้าน หม้อดริปกาแฟสแตนเลสและกาน้ำปากแคบถูกเตรียมไว้พร้อมใช้งาน เซนล้างมือให้สะอาดอย่างพิถีพิถัน บรรจงตวงเมล็ดกาแฟคั่วสดใหม่ลงในเครื่องบดมือหมุน เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นหอมละมุนของถั่วคั่วและดอกไม้ป่ากระจายตัวออกไปทั่วห้อง ลิลลี่บินไปเกาะอยู่ขอบแก้วเซรามิกสีขาวลวดลายดอกไม้บนชั้นวาง ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตัวน้อยที่คอยตรวจความเรียบร้อย "เซนคะ..." เสียงของลิลลี่แผ่วลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีมรกตกะพริบปริบๆ มองไปที่ประตูหน้าร้าน "คุณรู้สึกเหมือนฉันไหมคะว่า... วันนี้บรรยากาศมันเงียบผิดปกติ?" เซนหยุดมือจากการหมุนเครื่องบดกาแฟชั่วขณะ หูของเขาเงี่ยฟังเสียงภายนอก โดยปกติแล้ว ยามบ่ายเช่นนี้มักจะมีเสียงฝีเท้าของลูกค้าหลากหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้ามนุษย์หน้าตาตื่นเต้น 3 พี่น้องเอลฟ์ผู้รักความสุนทรีย์ หรือแม้แต่กอบลินตัวน้อยที่ชอบแอบมาขอชิมคุกกี้เนยสด แต่วันนี้... กลับไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงพูดคุย แม้แต่เสียงนกตัวเล็กๆ บนต้นไม้หน้าร้านก็เงียบหายไปอย่างไร้สาเหตุ ราวกับว่าโลกภายนอกถูกกดปุ่มปิดเสียงไว้กะทันหัน ความเงียบงันที่ผิดปกตินี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบสุข แต่มันกลับแฝงไปด้วยความกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศภายในร้านอึมครึมลงอย่างเห็นได้ชัด เซนหันไปสบตากับลิลลี่ ทั้งคู่ต่างรับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่า ก่อนที่เซนจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านเบาๆ ก็ดังขึ้นสามครั้ง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นจังหวะต้อนรับลูกค้าทั่วไป แต่เป็นเสียงที่จงใจเว้นระยะ ช้า หนักแน่น และเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำเอาผิวหนังช่วงต้นคอของเซนลุกชันขึ้นมาทันที ลิลลี่บินหลบไปซ่อนหลังโหลแก้วใส่บิสกิตอย่างรวดเร็ว ดวงตาจิ๋วเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง เซนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก้าวเท้าช้าๆ เดินออกจากหลังเคาน์เตอร์ตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้านที่ติดป้าย 'เปิด' เอาไว้ เมื่อเซนดึงบานประตูเปิดออก ลมหนาวแปลกปลอมสายหนึ่งก็พัดสวนเข้ามาในร้าน ทั้งๆ ที่ภายนอกควรจะเป็นช่วงบ่ายที่แดดจัด ไอร้อนระอุควรจะแผดเผา แต่ลมที่พัดผ่านเข้ามากลับเย็นเฉียบราวกับมาจากยอดเขาน้ำแข็งนิรันดร์ เบื้องหน้าของเขา ไม่ใช่ลูกค้าประจำหน้าตาคุ้นเคย ไม่ใช่ภูตพฤกษาหรือพ่อค้าเร่จากแดนไกล หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าไว้ใต้ฮู้ดลึก เงาจากหมวกฮู้ดทอดลงมาบังใบหน้าครึ่งบนไว้จนมองไม่เห็นแววตา เหลือเพียงริมฝีปากบางเฉียบที่ยกยิ้มขึ้นอย่างชวนขนลุก และปลายนิ้วเรียวยาวซีดเซียวที่ยื่นนามบัตรสีเงินยวงเก่าคร่ำคร่ามาตรงหน้าเซน นามบัตรที่สลักตราสัญลักษณ์รูป 'กุญแจไขว้กับรวงข้าวสีดำ' ซึ่งเซนจำได้ดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมเชฟหลวงแห่งเมืองหลวงที่เขาเคยหนีจากมา "คุณเซน... ทางสมาคมส่งผมมารับตัวคุณกลับไปครับ การทดลอง 'สวนหลังร้าน' และการหลบหนีของคุณ... จบลงเพียงเท่านี้" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอบอุ่นและลุ้นระทึกไปกับ "ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง" นะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะยังคงอยู่ในใจของทุกท่านเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%