"เศษสวะแห่งเขตชายแดน... แกกล้าดียังไงถึงเอาเท้าสกปรกๆ นั่นเหยียบย่างเข้ามาในหอเกียรติยศของแอสทาเรีย"
น้ำเสียงแหลมสูงเจือความเหยียดหยามดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์
กลิ่นอายเวทมนตร์ระดับสูงที่ถูกขับออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มตระกูลขุนนางชั้นสูงนับสิบชีวิต สร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวหนาทึบและยากจะหายใจ ทว่า 'คาเอล วินเซนต์' กลับยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีรัตติกาลภายใต้เรือนผมสีดำขลับมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้ความหวั่นเกรง
ไม่มีร่องรอยของความตื่นกลัว ไม่มีอาการสั่นเทา
สำรับเอกสารการมอบตัวสีทองที่ถูกปัดร่วงลงไปกองบนพื้นหินอ่อน สะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่ผ่านการผ่านศึกและกลิ่นอายควันปืนมาอย่างโชกโชน คาเอลไม่ได้ก้มลงเก็บมันทันที เขาเพียงแค่กวาดสายตาช้าๆ มองสำรวจรอบตัวอย่างพิจารณา
โรงเรียนเวทมนตร์หลวงแอสทาเรีย สถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งของอาณาจักรที่ผลิตจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่มาประดับหน้าประวัติศาสตร์ ที่นี่เต็มไปด้วยหอคอยเวทมนตร์สูงเสียดฟ้า แผ่นศิลาจารึกอักขระโบราณ และเหล่าทายาทตระกูลขุนนางผู้ครอบครอง 'มานา' ปริมาณมหาศาลตั้งแต่กำเนิด
ทว่า สำหรับคาเอลแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ดินแดนแห่งความฝัน
มันคือสมรภูมิรบแห่งใหม่... สมรภูมิที่ไร้ซึ่งเสียงดาบ แต่เต็มไปด้วยการเหยียดหยามและสายตาดูแคลนที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด
"หูหนวกหรือไงไอ้ไร้ค่า!"
จูลส์ ฟอร์เทสทรี บุตรชายคนที่สองของดยุกแห่งเขตตะวันออก ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวคาเอล มือข้างขวากำหมัดแน่นจนเกิดประกายสายฟ้าสีฟ้าครามแลบแปลบปลาบ
"คนธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่มานาในกระแสโลหิต กล้าดียังไงถึงใช้โควตาพิเศษยัดเยียดตัวเองเข้ามาเรียนในห้องเรียนหลักสูตรพิเศษชั้นปีที่หนึ่ง? แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? อัศวินผู้กล้าในตำนานงั้นหรือ? ตลกสิ้นดี!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระเบิดขึ้นจากเหล่านักเรียนชนชั้นสูงที่ยืนล้อมวงดูเหตุการณ์ พวกเขาแต่งกายด้วยเครื่องแบบปักดิ้นทองอย่างประณีต ทุกคนต่างมองมาที่คาเอลราวกับกำลังมองดูแมลงชั้นต่ำที่บังอาจคลานขึ้นมาบนโต๊ะเสวยของชนชั้นสูง
คาเอลยังคงสงบเยือกเย็น มือซ้ายของเขาลูบแหวนเงินเรียบง่ายที่สวมอยู่บนนิ้วโดยไม่รู้ตัว
*“มานาในร่างกายของเจ้าน่ะ... มันว่างเปล่าจนน่าขันเลยนะ คาเอล”*
คำพูดของเซเลสเทีย อาร์คานา บรรณารักษ์สาวผู้กุมความลับแห่งหอสมุดเวทมนตร์เมื่อคืนนี้ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท เธอมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกขณะยื่นหนังสือปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่งให้ พร้อมกับคำเตือนที่เย็นชาแต่แฝงความนัย
*“ถ้าเจ้าคิดว่าจะใช้แค่ดาบไม้และทักษะการรบพื้นๆ เอาตัวรอดในดงเสือดาวที่หิวโหย เจ้าคงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะทันได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของพี่ชายเจ้าเสียอีก... จงจำไว้ว่า ที่หอสมุดเวทมนตร์มีคำตอบทุกอย่างที่เจ้าไขว่คว้า แต่มันต้องแลกมาด้วยราคาที่เจ้าอาจคาดไม่ถึง”*
ราคาที่ต้องจ่ายงั้นหรือ...
คาเอลหลุบตาลงมองฝ่ามือของตนเอง รอยแผลเป็นจากการผ่านศึกสงครามที่ชายแดนใต้บอกเล่าเรื่องราวความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนในการหลอมรวมมานา แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือศูนย์ ในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์ เขาคือ "ความผิดพลาด" ที่พระเจ้าหลงลืม
ทว่า... โลกอาจลืมเขา แต่วิชาการต่อสู้ การอ่านจังหวะการหายใจ การคำนวณวิถีการโจมตี และสัญชาตญาณดิบของทหารผ่านศึกไม่เคยโกหกใคร
"ถ้าพูดจบแล้ว..." คาเอลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงหัวเราะรอบด้านเงียบลงทันที "รบกวนถอยไปหน่อยครับ ขวางทางเดินของผม"
จูลส์หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจากการถูกเมินเฉยอย่างไม่ไว้หน้า
"แก! ไอ้สวะปากดี!"
สายฟ้าในมือของจูลส์ถูกปลดปล่อยออกไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เด็กหนุ่มทั่วไปจะรับมือทัน มันคือเวทมนตร์โจมตีระดับต้น [สายฟ้าทัณฑ์] ที่ทรงพลังพอจะเผาไหม้ร่างของมนุษย์ให้เกรียมได้ในพริบตา นักเรียนหลายคนส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ บางคนเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นภาพสยดสยองของการลงทัณฑ์ในวันเปิดเรียนวันแรก
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่สายฟ้าพุ่งแหวกอากาศเข้ามาใกล้...
ดวงตาสีรัตติกาลของคาเอลหรี่แคบลง
โลกภายนอกราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา จังหวะการก้าวขาของจูลส์ มุมองศาของการหมุนข้อศอก และกระแสมานาที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ ถูกประมวลผลผ่านสมองของคาเอลด้วยความเร็วสูงราวกับเครื่องจักร
*ช้าเกินไป... และการกระจายตัวของมานาที่ปลายหอกอสนีบาตมีจุดบอดบริเวณข้อต่อหัวไหล่ขวา*
พึ่บ!
คาเอลไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง เขาเพียงแค่ก้าวเท้าขวาเฉียงออกไปด้านข้างสี่สิบห้าองศาอย่างแนบเนียน ร่างกายโน้มต่ำลงเล็กน้อยด้วยท่วงท่าของนักดาบผู้ผ่านสมรภูมิ ปล่อยให้สายฟ้าเฉียดผ่านหัวไหล่ซ้ายไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรจนเส้นผมไหววูบ
และในจังหวะที่จูลส์พุ่งเลยผ่านไปด้วยแรงส่งที่มากเกินไป คาเอลก็ยื่นมือซ้ายออกไปสกัดที่ข้อพับเข่าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ พร้อมกับใช้มือขวากดลงที่ต้นคอของคุณชายตระกูลขุนนางด้วยน้ำหนักที่คำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบ
โครม!
ร่างของจูลส์ล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงจางๆ ลอยคละคลุ้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องโถงกว้างอย่างฉับพลัน
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง แม้แต่บรรดานักเรียนหัวกะทิที่เคยยืนมองด้วยสายตารังเกียจ ต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มที่ไร้มานาคนนั้น หลบหลีกเวทมนตร์ได้อย่างไร และจัดการทายาทขุนนางผู้มีพลังเวทระดับสามด้วยมือเปล่าได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้มานาแม้แต่น้อย
คาเอลยืนตรงขึ้น จัดเสื้อคลุมนักเรียนสีเทาของตนให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น เขาไม่ได้มองคู่ต่อสู้ที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบกวาดมองป้ายรายชื่อห้องเรียนที่ติดอยู่บนผนัง
"ขอตัวนะครับ"
คาเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะก้าวเดินผ่านกลุ่มนักเรียนที่ต่างพากันถอยร่นเปิดทางให้เขาด้วยความหวาดหวั่นโดยไม่รู้ตัว
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าของคาเอลดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินหินมุ่งหน้าสู่หอสมุดเวทมนตร์ตามคำแนะนำของบรรณารักษ์สาว โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า เบื้องหลังแผ่นหลังที่ตรงแน่วและไร้ซึ่งมานานั้น กำลังดึงดูดสายตาคู่หนึ่งจากหน้าต่างชั้นสามของหอคอยใหญ่ สายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจและความลับดำมืดที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ในขณะเดียวกันนั้นเอง... ท่ามกลางความเงียบงันในห้วงความคิดของคาเอล เสียงกระซิบที่เย็นเยียบและราบเรียบราวกับเสียงก้องจากห้วงลึก ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาโดยไม่มีที่มา
[ติ๊ง! ตรวจพบการปลุกสัญชาตญาณการต่อสู้แบบไร้มานาสำเร็จ]
[ระบบอัศวินไร้ดาบ (Swordless Knight System) ทำการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของโฮสต์...]
[ภารกิจระดับ SSS ปลดล็อก: "ไขปริศนาแห่งหอสมุดโบราณและรอดชีวิตจากเงาแห่งแอสทาเรียให้ครบ 30 วัน"]
[คำเตือน: หากภารกิจล้มเหลว วิญญาณของโฮสต์จะถูกผนึกไว้ในหอสมุดเวทมนตร์ตลอดกาล...]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับก้าวแรกของคาเอลนะครับ ขอฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอสมุดเวทมนตร์•ตอนที่ 1
เด็กหนุ่มผู้ไม่มีมานา
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้ดาบกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอสมุดเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
