"จงจำไว้ให้ดี ลู่หยาง... ในโลกของผู้บำเพ็ญเซียน คนไร้ค่านั่นก็ไม่ต่างจากเศษธุลีใต้ฝ่าเท้า ต่อให้เจ้าเพียรพยายามจนกระดูกแตกสลาย ฟ้าดินก็ไม่เคยเหลือบแลเจ้าแม้เพียงหางตา"
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากที่สูงบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของลู่หยาง เขานอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นหินศิลาที่เย็นเยียบ รสคาวเลือดข้นคลั่กในลำคอจนกลืนไม่ลง ดวงตาที่พร่ามัวจากการกระทบกระเทือนมองเห็นรองเท้าผ้าไหมปักลวดลายเมฆาของ 'หานตง' ศิษย์พี่ร่วมสำนักผู้มีสถานะสูงส่งกว่าเขาหลายเท่าตัว
ลู่หยางพยายามยันกายขึ้น แต่เพียงแค่ขยับ ปราณกระบี่ที่ฝังค้างอยู่ในเส้นชีพจรก็ฉีกกระชากกล้ามเนื้อจนเขาสั่นสะท้าน เขากระอักเลือดออกมาคำโต กระเซ็นลงบนปลายรองเท้าของอีกฝ่าย
"ศิษย์พี่หานตง... ข้า... ข้าเพียงแค่ทำตามกฎสำนัก..." ลู่หยางเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งผิดกับสภาพร่างกายที่ปางตาย ดวงตาคู่คมดุจกระบี่ที่ยังไม่ยอมดับแสงนั้นจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
"กฎ? กฎคือสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งเป็นผู้เขียนขึ้น!" หานตงตวัดฝ่ามือลงมา พลังปราณอัดแน่นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว มันพุ่งเข้าปะทะหน้าอกลู่หยางอย่างรุนแรงจนร่างของเขาปลิวไปปะทะกับแผ่นหินผาเบื้องหลัง เสียงกระดูกซี่โครงหักดังกรอบสนั่นหวั่นไหว
ความเจ็บปวดแล่นริ้วดั่งถูกเปลวเพลิงเผาผลาญ ลู่หยางรับรู้ได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่มุมปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มสมเพช
"ข้าอาจเป็นสวะในสายตาพวกท่าน... แต่จงจำไว้... สิ่งที่พวกท่านทำในวันนี้ สักวันหนึ่ง... มันจะกลายเป็นคมกระบี่ที่ย้อนกลับมาเชือดคอพวกท่านเอง"
"ปากดีนักนะ!" หานตงเตะร่างของลู่หยางเข้าที่สีข้างอย่างแรงจนร่างนั้นกลิ้งหลุนๆ ไปตามทางลาดของหน้าผา "ไปตายเสียเถอะไอ้สวะ! หุบเขาไร้ก้นบึ้งนี่แหละ คือสุสานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้า!"
ร่างของลู่หยางร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ลมหนาวกรีดผ่านผิวหนังราวกับคมมีดนับพันเล่ม ในห้วงเวลาที่ความตายอยู่ใกล้เพียงเอื้อม ภาพใบหน้าหนึ่งแวบเข้ามาในห้วงคำนึง... เซียนจื่อเวย นางผู้มีดวงตาดั่งธารน้ำแข็งที่เคยแอบมองเขาด้วยสายตาที่ซ่อนความห่วงหาไว้ใต้ความเย็นชา
'หากข้าต้องดับสูญในวันนี้... ปณิธานที่ข้าตั้งมั่นไว้เพื่อจะทลายกฎเกณฑ์ที่อยุติธรรมนี้ คงต้องจบลงเช่นนี้หรือ?'
ลู่หยางหลับตาลง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเขากำลังสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ... ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ควรจะมีแต่ความว่างเปล่า ปราณสีดำสนิทสายหนึ่งกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในตันเถียนที่แตกสลายของเขา มันไม่ได้ไหลเวียนตามหลักวิชาเซียนทั่วไป แต่มันกลับ 'กัดกิน' ทุกสิ่งที่ขวางหน้า แม้แต่ความเจ็บปวดจากการถูกกระทำ
ทันใดนั้น เสียงคำรามดั่งสัตว์ร้ายจากบรรพกาลดังขึ้นในจิตวิญญาณของเขา ราวกับมีบางสิ่งในก้นบึ้งของหุบเขาที่ตอบรับการตื่นขึ้นของพลังนี้
ร่างของเขาไม่ได้ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นหินตามที่ควรจะเป็น แต่กลับถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจากเบื้องล่าง แรงนั้นดุดันและหิวกระหาย ลู่หยางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทว่าดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงสีดำธรรมดาอีกต่อไป แต่มันกลับฉายแสงสีทองลึกลับวาวโรจน์ออกมาในความมืด
ร่างที่ควรจะแหลกเหลวจากการตกจากที่สูงกลับหยุดชะงักกลางอากาศในระยะห่างจากก้นหุบเขาเพียงไม่กี่ฉื่อ ลู่หยางลอยตัวอยู่อย่างมั่นคง พื้นดินใต้เท้าเขาสั่นสะเทือน เลือดที่เปรอะเปื้อนตัวเริ่มระเหยกลายเป็นไอสีแดงฉาน พลังปราณที่เคยจืดจางกลับพุ่งพล่านดั่งพายุคลั่ง
เขาไม่ได้ถูกทิ้งให้ตาย... เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องล่าง มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างแช่มช้า เงาร่างนั้นถือครองกระบี่เก่าคร่ำที่สนิมเกาะจนแทบจำรูปร่างไม่ได้ แต่ทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้ยอดเขาเบื้องบนถึงกับสั่นคลอน เงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูคล้ายกับลู่หยางในอีกหลายสิบปีให้หลัง
ชายปริศนาผู้นั้นยกกระบี่ชี้มาที่อกของลู่หยางแล้วเอ่ยด้วยเสียงที่ก้องกังวานดุจฟ้าร้อง "เจ้าอยากจะล้างแค้น หรือเจ้าอยากจะเหนือกว่าลิขิตสวรรค์?"
ลู่หยางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ในมือขวาของเขาปรากฏร่องรอยของอักขระโบราณที่ส่องแสงสว่างโรจน์ท่ามกลางหุบเขาแห่งความตาย เขาตัดสินใจก้าวเท้าออกไปข้างหน้า... มุ่งตรงสู่คมกระบี่ของชายปริศนาผู้นั้น
"ข้าต้องการทำลายมันทั้งหมด... ทั้งเซียน ทั้งมาร และทั้งสวรรค์!"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับกระบี่ไร้ลักษณ์นะครับ
กระบี่นิรนามสะบั้นฟ้า สยบมรรคาเซียนไร้ทิฐิ•ตอนที่ 1
ศิษย์สวะผู้ถูกทอดทิ้ง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรนามสะบั้นฟ้า สยบมรรคาเซียนไร้ทิฐิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
