"ยี่สิบเก้า..."
เสียงสังเคราะห์จากระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในความเงียบงันของห้องทำงานไร้หน้าต่าง แสงสีแดงวาบจากบรรทัดคำสั่งที่กำลังรันตัวเองสะท้อนลงบนดวงตากลมโตของรินรดาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผมของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ ในขณะที่นิ้วเรียวบางบนคีย์บอร์ดชะงักค้าง ราวกับสมองกำลังประมวลผลความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
"ถอยไป"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนกับแววตาคมกริบที่กวาดมองโค้ดบรรทัดอันตรายนั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าหน่วยประมวลผลของ AI เสียอีก
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยอมขยับตัวหลีกทางให้วิศวกรหนุ่มเข้ามาประชิดหน้าจอหลัก แม้ไหล่ของเธอจะเฉียดโดนร่างสูงของเขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา แต่ในวินาทีเป็นตายเท่ากันนี้ ไม่มีพื้นที่เหลือให้ความเขินอายใดๆ ทั้งสิ้น
"สคริปต์นี้ถูกฝังไว้ในคอร์พรีเซสชันของระบบหลัก..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามควบคุมไม่ให้ความตื่นกลัวครอบงำ "มันไม่ใช่การโจมตีจากภายนอกแน่นอน เพราะไม่มีร่องรอยการเจาะไฟร์วอลล์... ธันวา คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องมีคีย์การ์ดระดับผู้บริหาร และรู้โครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในของเราทุกกระเบียดนิ้ว"
"สิบห้า..."
ระบบนับถอยหลังต่อ
ธันวาไม่ตอบคำถามของเธอ นิ้วเรียวยาวของเขาพรมลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วระดับแสง โค้ดสีเขียวและแดงกระโดดสลับกันบนจอภาพราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรำอยู่บนปากเหวน ความเงียบรอบตัวพวกเขาน่าอึดอัดเสียจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน สมาธิของธันวาพุ่งสูงจนรินรดารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กดทับบรรยากาศในห้องให้ดิ่งลึก
นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันเขียนโค้ดในสมัยโอลิมปิกวิชาการที่แพ้ชนะตัดสินกันด้วยคะแนนสอบ แต่มันคือการเดิมพันกับหยาดเหงื่อ ความฝัน และชื่อเสียงของบริษัทที่พวกเขาร่วมกันฟูมฟักมานับแรมปี
"เจ็ด..."
"ธันวา!" รินรดากลั้นใจอุทาน มือบางเผลอเอื้อมไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบสะท้อนความกังวลทั้งหมดที่มี
"เงียบก่อน ริน" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ตาคมยังคงจดจ้องหน้าจอไม่กะพริบ ปลายนิ้วกดปุ่ม *Enter* ครั้งสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่มี ก่อนจะกระแทกนิ้วลงบนปุ่ม *Force Terminate* ค้างไว้
*ปี๊ب—!*
เสียงเตือนภัยหยุดกะทันหัน หน้าจอสีแดงฉานค่อยๆ มืดดับลง ก่อนจะรีบูตกลับมาเป็นหน้าต่างสีดำสนิทพร้อมกับข้อความสถานะ *[System Restored: Safe Mode]* ปรากฏขึ้นตรงกลาง
รินรดาทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนระโหย แรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่เมื่อครู่ทำให้เข่าแทบทรุด เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับ ลมหายใจหอบถี่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่ยังคงเต้นระรัวในอก
"รอด... เราปลอดภัยแล้วใช่ไหม?" เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ เอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม
ธันวาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เขาปล่อยมือจากคีย์บอร์ดแล้วหันมามองหญิงสาว แววตาคู่คมนั้นมีความซับซ้อนบางอย่างซ่อนอยู่ ภายใต้ความเยือกเย็นที่เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอด บัดนี้กลับมีร่องรอยของความเดือดดาลระอุอยู่ลึกๆ
"ปลอดภัยจากตัวสคริปต์... แต่ยังไม่ใช่กับคนร้าย" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มหันกลับไปมองหน้าจอที่แสดงบันทึกการเข้าถึงระบบย้อนหลัง "มีคนพยายามลบร่องรอยเซสชัน แต่อัลกอริทึมการตรวจสอบย้อนกลับที่ฉันเขียนไว้ดักจับ IP Address ภายในได้ทัน... มานี่สิ ริน"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา สายตาสอดส่องไปยังหน้าต่างแสดงผลที่ธันวาเรียกขึ้นมาใหม่ บนจอภาพปรากฏตำแหน่งของจุดเชื่อมต่อ (Node) ที่ส่งคำสั่งทำลายล้างเมื่อครู่ มันไม่ได้มาจากห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดินอย่างที่ควรจะเป็น และไม่ได้มาจากคอมพิวเตอร์ของพนักงานทั่วไป
แต่มันมาจากห้องทำงานส่วนตัวของ... รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเสียงนับถอยหลังเมื่อครู่ รินรดานิ่วหน้า ดวงตากลมโตฉายแววไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปไม่ได้... คีย์น่ะเหรอ? เขาไม่มีทางทำลายโปรเจกต์ที่ตัวเองเป็นคนผลักดันเด็ดขาด เขารู้ดีว่าถ้า AI ตัวนี้ล่ม บริษัทจะพินาศ"
"คนเรามักจะทำลายสิ่งที่ตัวเองรักได้เสมอ ถ้าราคาที่ได้มันสูงพอ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "จำเรื่องการควบรวมกิจการเมื่อเดือนก่อนได้ไหม? คีย์ไม่ได้อยากให้บริษัทเราเติบโต เขาต้องการให้มันล้มละลาย เพื่อที่บริษัทแม่จากต่างประเทศที่เขามีเอี่ยวอยู่ จะได้เข้ามาซื้อกิจการในราคาถูก"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาแทนที่ความหวาดกลัวเมื่อครู่ ความฉลาดเฉลียวของเธอทำให้เชื่อมโยงทุกจิ๊กซอว์เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว ทั้งเอกสารการเงินที่ผิดปกติเมื่อสัปดาห์ก่อน และท่าทีมีพิรุธของคีย์ในห้องประชุม
"เราต้องเอาหลักฐานนี้ไปบอกท่านประธาน" รินรดากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ขยับตัวเตรียมจะหยิบแฟลชไดร์ฟสำรองข้อมูล
ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเธอจะทันได้แตะตัวเครื่อง เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทั้งธันวาและรินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังต้นเสียงทันที ร่างสูงโปรดในชุดสูทเนี๊ยบของคีย์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของตู้เก็บเอกสาร ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับปีศาจที่กำลังมองดูเหยื่อติดกับ
"ฉลาดมาก สมกับที่เป็นอดีตเด็กโอลิมปิกวิชาการทั้งสองคน" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนขนลุก "น่าเสียดายจริงๆ ที่พวกเธอรู้มากเกินไป... และน่าเสียดายยิ่งกว่า ที่หลักฐานที่พวกเธอพยายามจะเอาไปฟ้องท่านประธานน่ะ มันถูกส่งตรงมาที่เซิร์ฟเวอร์สำรองของฉันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่พวกเธอถอดรหัส"
รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เธอมองหน้าคีย์สลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ไอคอนสถานะการเชื่อมต่อเปลี่ยนเป็นสีส้มกระพริบเตือนภัยระดับสูงสุด
ระบบถูกบล็อก... และพวกเขากำลังถูกขังให้อยู่ในห้องนี้ตามลำพังกับคนทรยศ
ธันวาขยับก้าวมาบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งยกขึ้นกั้นระหว่างรินรดากับคีย์ แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคู่กรณีราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ "คุณคิดว่าจะปิดปากพวกเราได้เหรอ คีย์?"
คีย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย "ใครบอกว่าจะปิดปากล่ะครับ ธันวา... ผมแค่อยากจะเสนอ 'อัลกอริทึมทางเลือก' ให้พวกคุณเซ็นยอมรับมันด้วยความสมัครใจก็เท่านั้นเอง"
ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดต่อ ประตูห้องทำงานระบบอัตโนมัติก็ส่งเสียง *คลิก* ลั่นล็อกสนิท พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่เริ่มหมุนวนสาดส่องไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศบีบคั้นราวกับโลกทั้งใบกำลังจะล่มสลายลงตรงหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคูล•ตอนที่ 7
ความลับใต้เงาบริษัท
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!