เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกนิรساويดังปัง สะท้อนก้องห้องประชุมขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มและแรงกดดันระดับสิบเรกเตอร์
"คุณรสาครับ... นี่คุณใช้สมองส่วนไหนคิด ถึงได้เสนอไอเดียจัดงานอีเวนต์เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำด้วยธีม 'ตลาดนัดย้อนยุค' แบบนี้? คุณอยากให้ลูกค้าระดับเศรษฐีร้อยล้านเดินถือถุงกล้วยแขกเหยียบพื้นกระเบื้องนำเข้าจากอิตาลีราคาตารางเมตรละหลายหมื่นเนี่ยนะ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเอ่ยขึ้นทันทีที่บานประตูห้องประชุมปิดลง ภูวดล สถาปนิกหนุ่มไฟแรงเจ้าของรางวัลระดับประเทศ ขยับแว่นสายตาขอบโลหะเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองผู้จัดการอีเวนต์สาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลืออด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปนั่งไขว่ห้าง ปลายคเชนทร์เชิดขึ้นเล็กน้อย แสดงออกถึงความถือดีและเย่อหยิ่งในผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่เขากุมบังเหียนอยู่
รสา สูตรขจร ผู้จัดการโครงการสาวฝีปากกล้า ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอนั่งหลังตรงทื่อ แววตาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งมองตอบชายหนุ่มกลับไปอย่างไร้ความเกรงกลัว มุมปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มเหยียดหยันบางเบา ท่าทางนิ่งสงบแต่เชือดเฉือนทุกลมหายใจ
"อ๋อ... สมองส่วนที่ทำให้โปรเจกต์นี้ไม่กลายเป็นแท่งปูนทื่อๆ ไร้ชีวิตชีวาไงคะคุณภูวดล" รสาจงใจเน้นเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างประชดประชัน "ดิฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่วิสัยทัศน์ของดิฉันมันกว้างไกลเกินกว่าจะมองเห็นตึกของคุณเป็นแค่ 'อนุสาวรีย์คอนกรีต' ที่สร้างไว้ให้ฝุ่นเกาะ งานอีเวนต์ของเราขายประสบการณ์และความมีชีวิตชีวา ไม่ใช่การพาเศรษฐีมาเดินอวดรวยในพิพิธภัณฑ์ไร้รอยยิ้ม"
บรรยากาศในห้องประชุมพลันอึมครึมลงถนัดตา กรณ์ สถาปนิกหนุ่มเพื่อนสนิทของภูวดลที่นั่งอยู่มุมโต๊ะถึงกับต้องยกมือขึ้นลูบสันจมูกแก้เก้อ พร้อมกับส่งสายตาปรามๆ มายังเพื่อนรักที่เริ่มปล่อยรังสีอำมหิตออกมาทีละน้อย
"ใจเย็นก่อนน่าคุณภู คุณรสา..." กรณ์รีบแทรกขึ้นก่อนที่สงครามน้ำลายจะลุกลามใหญ่โต "เรามาประชุมเพื่อหาจุดร่วมนะ ไม่ได้มาเปิดเวทีประลองฝีปาก"
"ผมไม่ได้เปิดวอร์ครับคุณกรณ์ แต่ผมแค่มองไม่เห็นเหตุผลที่งานออกแบบสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีชของผม ต้องถูกลดทอนคุณค่าด้วยไอเดียจัดฉากลิเกถูๆ ไถๆ แบบนี้" ภูวดลสวนกลับทันควัน สายตาคมกวาดมองเอกสารข้อเสนอโครงการในมือด้วยความหงุดหงิด "พื้นที่ส่วนกลาง สกายเลานจ์ กระจกใสพาโนรามาเปิดรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา... สิ่งเหล่านี้ถูกดีไซน์มาเพื่อความเรียบหรู โมเดิร์น และทรงพลัง แต่คุณกลับจะเอาซุ้มยาดองมาตั้งตรงล็อบบี้เนี่ยนะ? สมองคุณคิดอะไรอยู่ครับเนี่ย"
รสาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองมือทาบลงบนขอบโต๊ะประชุมโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันกลับ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้
"แล้วคุณภูวดลล่ะคะ เคยเดินลงมาเหยียบพื้นดินจริงๆ สักครั้งไหม? หรือว่าใช้ชีวิตอยู่แต่บนหอคอยงาช้าง วาดฝันตึกสวยๆ ให้คนรวยเชยชมโดยไม่เคยสนใจเลยว่า... ลูกค้าที่เขาควักเงินกระเป๋าซื้อ เขาไม่ได้ซื้อแค่อิฐกับปูน แต่เขาซื้อ 'ความรู้สึก' ที่ได้เป็นเจ้าต่างหาก! ไอเดียตลาดนัดย้อนยุคที่ดิฉันเสนอ มันคือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตคนเมืองกับความอบอุ่นแบบไทยๆ ที่หรูหราและร่วมสมัย ไม่ใช่ลิเกอย่างที่คุณปรามาส!"
คำพูดที่ฉับไวและตรงประเด็นทำให้ภูวดลชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ ไม่ใช่เพราะคำพูดเถียงฉอดๆ นั้นไร้เหตุผล แต่เป็นเพราะ... ยัยผู้จัดการอีเวนต์คนนี้กล้าดียังไงถึงมาสั่งสอนเขา แถมยังกล้าจ้องหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น
ปกติแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าต่อปากต่อคำกับภูวดลเกินสามประโยคโดยที่เขาไม่ตอกกลับจนมุม แต่กับรสา... เธอกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหมุน ปากคอเราะราย ทันคน และไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
"ปากเก่งเสียจริงนะครับ..." ภูวดลลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นทันตาเห็น เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่รสายืนอยู่ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาหาเธออย่างคุกคาม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง "แต่ความปากเก่งของคุณมันไม่ได้ช่วยให้ตึกของผมดูแพงขึ้นมาหรอกนะ ถ้าคุณคิดจะทำโปรเจกต์นี้ร่วมกับผม กรุณาใช้สมองคิดอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่าการเอาของตลาดนัดมาแปะป้ายคำว่า 'ร่วมสมัย' เถอะครับ"
รสาผงะไปนิดเมื่อใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกาแฟ แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาเชิดหน้าสู้ สายตาวาววับด้วยความโกรธ
"ถ้าคุณภูวดลหูตาไม่บอดจนเกินไป ช่วยกรุณาเปิดหน้าสามสิบห้าในเอกสารเล่มนั้นดูให้จบก่อนจะวิจารณ์นะคะ! ดิฉันไม่ได้เอาซุ้มยาดองมาตั้ง แต่เราจะดีไซน์บูธสินค้าชุมชนให้กลายเป็นงานแฮนด์เมดดีไซน์ลักชูรี ที่แม้แต่ดีไซเนอร์ระดับโลกยังต้องเหลียวมอง!" เธอตอกกลับเสียงดังฟังชัด ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหที่ถูกดูถูกวิชาชีพ "อย่าเอาอคติส่วนตัวมาตัดสินงานของคนอื่นแค่เพราะคุณมันพวกอีгоสูงจนมองไม่เห็นหัวใครเลยค่ะ!"
"นี่คุณ..." ภูวดลกัดฟันกรอด สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือหนากำหมัดแน่นด้วยความฉุนเฉียว ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาว่าอีโก้สูงใส่หน้าตรงๆ แบบนี้มาก่อน ผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นภัยคุกคามต่อความสงบสุขในชีวิตของเขาเสียจริง
"พอๆๆๆ ครับคุณภู คุณรสา!" กรณ์รีบปรี่เข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสองคนก่อนที่สงครามโลกครั้งที่สามจะปะทุขึ้นจริงๆ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนสถานการณ์ตึงเครียด "ใจเย็นๆ ก่อนครับ เราเพิ่งเริ่มประชุมวันแรกเองนะ จะฆ่ากันตายคาห้องประชุมไม่ได้หรอกครับท่านประธานรอฟังผลงานอยู่นะ"
รสาหายใจเข้าออกแรงๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ เธอยืดตัวตรงจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ "ดิฉันหมดเรื่องจะคุยกับสถาปนิกหูหนวกตาบอดแล้วค่ะ ถ้ายังไงรบกวนทางคุณภูวดลไปทบทวนข้อเสนอของดิฉันให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยกันใหม่ในที่ประชุมครั้งหน้า"
พูดจบ เธอก็คว้ากระเป๋าถือบนเก้าอี้ หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องประชุมทันทีด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง
"เดี๋ยวครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขัดขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลังจนรสาต้องชะงักฝีเท้า
ภูวดลไม่ได้ขยับตาม แต่เขาก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังของหญิงสาวในระยะประชิดอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงเย้าหยวนแต่แฝงความท้าทายทำเอาขนลุกซู่
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นครับคุณรสา... อย่าเพิ่งรีบหนีผมไปไหนล่ะ เพราะผมคนนี้แหละ ที่จะทำให้คุณต้องยอมจำนนต่อไอเดียของผม... ด้วยตัวเอง"
รสาหันขวับกลับมาหวังจะด่ากราดให้สำนึก แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง
"ขอประทานโทษค่ะคุณภูวดล... ท่านประธานและ 'แขกคนสำคัญ' มาถึงแล้วค่ะ เชิญที่ห้องรับรองใหญ่ได้เลยค่ะ"
รสาชะงักค้าง ภูวดลเองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ทั้งสองสบตากันชั่วเสี้ยววินาทีท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนกำลังก้าวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... และวินาทีต่อมา ประตูห้องรับรองก็เปิดกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ทำให้ทั้งคู่ถึงกับพูดไม่ออก!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางเปิดฉากความปั่นป่วนครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกหนุ่มปากร้ายกับผู้จัดการอีเวนต์สายซãา•ตอนที่ 1
ศึกแรกพบ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มปากร้ายกับผู้จัดการอีเวนต์สายซãา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!