คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 39

ของขวัญชิ้นใหญ่จากมิติ

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบบนตู้สั่นสะเทือน หลินหว่านเอ๋อไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา เธอยังคงใช้ปลายนิ้วเรียวงามเกลี่ยแป้งโดว์เนียนนุ่มสำหรับทำครัวซองต์รอบดึงเนยรอบสุดท้ายอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตึงเครียดในห้องครัวเล็กๆ ของบ้านตระกูลจาง แม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดกำลังพ่นคำพูดดูถูกเหยียดหยามออกมาเป็นชุดราวกับเครื่องจักรพังๆ "แกอย่าคิดนะว่าทำขนมปังอบอะไรพวกนี้แล้วจะรวยขึ้นมาได้! เงินทองในบ้านนี้ฉันเป็นคนคุม ถาดเหล็กพวกนั้น ค่าน้ำค่าไฟที่แกผลาญไปกับเตาอบประหลาดนี่ แกต้องเอาเงินสดมาคืนฉันครึ่งหนึ่ง!" หว่านเอ๋อยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ส่งไปให้ไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย มีเพียงความเยືือกเย็นและสายตารู้ทันที่ทำให้แม่สามีชะงักไปวูบหนึ่ง "เงินสดเหรอคะคุณแม่? น่าเสียดายจังค่ะที่สามีของฉัน... พี่จางเหว่ย เป็นคนมอบสิทธิ์การตัดสินใจเรื่องเงินในครัวเรือนทั้งหมดให้ดิฉัน แถมรายได้จากการขายพายแอปเปิ้ลและขนมปังเมื่อวานนี้..." หว่านเอ๋อจงใจเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดัน ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่ได้ยินชัดเจนทุกคำ "...แค่ยอดวันเดียว ก็มากกว่าเบี้ยเลี้ยงรายปีของคนบางคนในบ้านนี้เสียอีกค่ะ" "นัง... นังสะใภ้ปากกล้า!" แม่สามีหน้าดำคล้ำด้วยความโกรธจัด เงื้อมือหมายจะตบลงบนใบหน้าเนียนใสของสะใภ้ แต่ทว่า... ประตูไม้หน้าบ้านกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาอันทรงพลัง จางเหว่ยในชุดเสื้อคลุมทหารสีเขียวเข้ม ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าคมเข้มที่บึ้งตึง ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ปราดเดียวก็เข้าใจทุกอย่าง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ทันที ปล่อยรัศมีกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนแม่สามีต้องลดมือลงโดยอัตโนมัติ "แม่ครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยขึ้น "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญกลับเรือนใหญ่ไปเถอะครับ หว่านเอ๋อต้องพักผ่อน เธอเหนื่อยกับการหาเงินมาจุนเจือครอบครัวเรามากพอแล้ว" เมื่อร่างของแม่สามีสะบัดก้นเดินหนีออกไปด้วยความแค้นเคือง หว่านเอ๋อจึงถอนหายใจเบาๆ ปล่อยให้ความตึงเครียดมลายหายไป เธอหันไปสบตากับสามีที่ตอนนี้แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนแทบหยดน้ำ "เหนื่อยไหมครับ?" จางเหว่ยเอื้อมมือหนาที่หยาบกร้านตามประสาคนงานมาสัมผัสแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วเกลี่ยเศษแป้งขาวๆ ออกให้อย่างเบามือ "ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่... แลกกับการได้ตบหน้าคนโลภด้วยความจริง มันสะใจกว่ากินเค้กช็อกโกแลตเสียอีกนะคะ" หว่านเอ๋อยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะเอ่ยชวนสามี "แต่ตอนนี้... ฉันมีเรื่องน่าตื่นเต้นกว่านั้นจะบอกค่ะ" เมื่อมั่นใจว่ารอบกายไม่มีใครอื่น หว่านเอ๋อจึงหลับตาลงและนำจิตสำนึกดิ่งเข้าสู่ "ห้างสรรพสินค้ามิติลับ" พื้นที่ส่วนตัวที่เธอใช้หลบภัยและสร้างเนื้อสร้างตัว ทันทีที่ก้าวผ่านประตูมิติ เสียงระฆังกรุ๊งกริ๊งต้อนรับลูกค้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น ทว่าบรรยากาศภายในกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แสงไฟนีออนสีนวลตาจากชั้นสินค้าอุปโภคบริโภคสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งพื้นที่ ชั้นวางสินค้าที่เคยว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากโลกอนาคต และที่กลางโถงใหญ่... หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วขนาดมหึมาก็ปรากฏข้อความเรืองแสงสีฟ้าสดใสขึ้นพร้อมกับเสียงระบบ AI ที่ดังขึ้นในหัว [ยินดีด้วยค่ะ ผู้จัดการหลินหว่านเอ๋อ! คุณทำยอดขายทะลุเป้าสะสมครบกำหนด ระบบได้ทำการ "ปลดล็อกฟีเจอร์ใหม่ในห้างสรรพสินค้า" เรียบร้อยแล้ว!] ดวงตากลมโตของหว่านเอ๋อเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ฟีเจอร์ใหม่ที่รอคอยมานาน ในที่สุดก็เปิดใช้งาน! นิ้วเรียวรีบแตะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อตรวจสอบรายการที่ถูกปลดล็อกทีละรายการอย่างใจจดใจจ่อ รายการแรกคือ "ห้องครัวทดลองอัจฉริยะ (Smart Test Kitchen)" ที่ติดตั้งเตาอบพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าความร้อนสูงและเครื่องนวดแป้งอัตโนมัติความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยย่นเวลาการทำเบขนมปังลงได้ถึงสามเท่า! รายการที่สองคือ "ระบบขนส่งสินค้าข้ามมิติอัตโนมัติ" ที่สามารถส่งสินค้าตรงไปยังมือลูกค้าในโลกภายนอกได้โดยไม่ต้องเดินทางไปส่งเองที่ตลาดมืด และรายการที่สาม... รายการสุดท้ายที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกลงทันที หน้าจอโฮโลแกรมฉายภาพของ "เมล็ดพันธุ์พืชเรืองแสงแห่งดวงดาว" และ "แป้งสาลีโบราณร้อยปี" ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังและเพิ่มพูนพลังชีวิต ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในโซนพรีเมียมที่เพิ่งเปิดใหม่ แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับข้อความแจ้งเตือนสีแดงก่ำที่กระพริบอยู่ด้านล่างสุด [คำเตือนพิเศษจากระบบ: การปลดล็อกฟีเจอร์ระดับพรีเมียมนี้ ได้ดึงดูด "ผู้ตรวจการจากต่างมิติ" ให้เข้ามาเยี่ยมชมห้างสรรพสินค้าของคุณเป็นครั้งแรก และในขณะนี้... กำลังมีร่างปริศนาก้าวผ่านประตูมิติฝั่งทิศตะวันตกเข้ามาแล้วค่ะ!] หว่านเอ๋อหน้าถอดสีเล็กน้อย ร่างบางสะดุ้งเฮือก เธอรีบดึงสติกลับสู่โลกแห่งความจริงในห้องครัวบ้านตระกูลจางทันที ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังประตูมิติในห้างที่สะท้อนผ่านกระจกเงาด้านข้าง เงามืดของใครบางคนกำลังก้าวเท้าเข้ามาเหยียบพื้นพรมของห้างสรรพสินค้าเธอจริงๆ! จางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างกายสังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของภรรยา เขาขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือมาโอบไหล่บางไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง "หว่านเอ๋อ เป็นอะไรไป? หน้าซีดมาก มีอะไรอยู่ในนั้นงั้นเหรอ?" หว่านเอ๋อหันมามองสามี เม้มริมฝีปากแน่นอย่างลังเล ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากตอบ เสียงเคาะประตูห้องนอนไม้เก่าๆ ของเรือนพักก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... ทว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะจากคนในหมู่บ้านแน่นอน เพราะรอบบริเวณนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เรือนของจางเหว่ยในเวลานี้เลยสักคน! ...ก๊อก ก๊อก ก๊อก... และก่อนที่ทั้งสองจะได้ทันตั้งตัว ลูกบิดประตูห้องก็หมุนเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นรองเท้าหนังขัดเงาคู่หนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่ไม่ใช่ของมนุษย์ในยุค 80 นี้เลยแม้แต่น้อย! (ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นไปพร้อมกันนะคะ!)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%