“กลิ่นน้ำมันดินผสมกับกลิ่นกระดาษเก่า นี่ไม่ใช่ห้องสมุดธรรมดา แต่นี่คือหลุมฝังศพของความลับที่ถูกจัดวางไว้เป็นหมวดหมู่ครับ รวิศ”
พริมาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง ผมหยุดฝีเท้าลงทันที แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงของผมกวาดผ่านชั้นวางหนังสือไม้โอ๊คที่ดูเหมือนจะไร้ทางออก ผนังห้องลับหลังชั้นหนังสือเล่มที่สิบสามถูกเลื่อนออกเผยให้เห็นพื้นที่มืดมิดและอับชื้น กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่อากาศถ่ายเท
ผมไม่ตอบโต้ แต่ขยับเข้าไปใกล้ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมสีแดงก่ำ ร่างนั้นเป็นชายวัยกลางคน สวมชุดสูททวีดเนื้อดี มือขวากำบางอย่างไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานที่ไม่ได้เกิดจากบาดแผลทางกายเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกถึงวิญญาณ
“อย่าแตะต้องอะไรทั้งสิ้น” ผมกำชับน้ำเสียงราบเรียบ ขณะหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวม “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหก แต่มันมักจะถูกทำลายด้วยสัญชาตญาณที่ไร้เหตุผลของคุณ”
พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินเลี่ยงไปทางมุมห้องที่เต็มไปด้วยตู้กระจกเก่าแก่ “วิทยาศาสตร์บอกคุณได้ว่าเขาตายเมื่อไหร่ ตายอย่างไร แต่คุณจะไม่มีวันบอกได้ว่า *ทำไม* เขาถึงต้องถือกล่องดนตรีใบนี้มาตายในห้องที่ไม่มีใครหาเจอ”
ผมก้มลงสำรวจร่างผู้ตาย พบว่าในมือของเขาคือกล่องดนตรีไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ผมค่อยๆ แงะนิ้วที่แข็งเกร็งของผู้ตายออกอย่างระมัดระวัง เมื่อฝากล่องถูกเปิดออก ความว่างเปล่าก็ปรากฏแก่สายตา—ไม่มีเฟือง ไม่มีแกนหมุน ไม่มีเสียงดนตรี มีเพียงความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงไฟของผมเข้าไป
“กล่องดนตรีที่ว่างเปล่า...” พริมาพึมพำ เธอขยับเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เหมือนกลิ่นดอกไม้ในฤดูหนาว “คุณรู้ไหมรวิศ สิ่งที่ไม่มีกลไกนั่นแหละคือกลไกที่ซับซ้อนที่สุด คนตายคนนี้ไม่ได้ถือกล่องดนตรีมาเพื่อฟังเพลง แต่มันคือสัญลักษณ์... สัญลักษณ์ของสิ่งที่ถูกลบออกไปจากประวัติศาสตร์”
ผมไม่สนใจคำเปรียบเปรยของเธอ ผมใช้แหนบหยิบเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานกล่องดนตรีขึ้นมา มันไม่ใช่กระดาษโน้ต แต่มันคือรายชื่อ... รายชื่อของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับคดีของคู่หูผมเมื่อห้าปีก่อน
“พริมา คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้” ผมเงยหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉาบไว้ด้วยความเรียบเฉย
“ฉันรู้ว่าคุณกำลังไล่ตามเงาของคนตาย และคุณกำลังจะกลายเป็นเงาตัวถัดไป” เธอขยับตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เงาของเธอทาบทับลงบนผนังห้องสมุดดูผิดรูปผิดร่าง “รวิศ ทุกครั้งที่คุณพยายามไขปริศนา คุณกำลังถอดรหัสของตัวเอง อย่าลืมสิครับว่าห้องนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน”
คำพูดของเธอทำให้ขนลุกซู่ ผมรีบหันขวับไปยังความมืดในมุมอับของห้องลับ ทันใดนั้น เสียงคลิกเบาๆ ของนกสับปืนที่ถูกง้างขึ้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน มันเป็นเสียงที่ผมจำได้ดีกว่าเสียงหัวใจตัวเอง เพราะมันเป็นเสียงเดียวกับที่ผมได้ยินในคืนที่คู่หูของผมสิ้นลม
ร่างในเงามืดค่อยๆ ก้าวออกมา เขาไม่ได้สวมหน้ากาก ไม่ได้พรางตัว แต่ใบหน้าที่ปรากฏภายใต้แสงไฟนั้นกลับทำให้มือของผมสั่นอย่างควบคุมไม่ได้... มันคือใบหน้าของคู่หูคนที่ผมเพิ่งไปเคารพหลุมศพเมื่อสัปดาห์ก่อน
เขายกปืนเล็งมาที่กลางหน้าอกผม พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ “ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งนะ รวิศ หวังว่ากล่องใบนั้นจะให้คำตอบที่คุณต้องการได้... เพราะมันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณได้เห็น”
เสียงกล่องดนตรีที่ว่างเปล่าในมือผมพลันส่งเสียงกังวานออกมาเอง ทั้งที่ไม่มีกลไกใดๆ มันเป็นท่วงทำนองที่แหลมสูงและเยือกเย็นเกินกว่าจะเกิดจากไม้และโลหะ พริมาหายตัวไปจากห้องนั้นราวกับอากาศธาตุ ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับผีดิบที่ฟื้นคืนจากความตาย พร้อมกับรอยกระสุนที่เริ่มปรากฏขึ้นบนผนังโดยรอบ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับแฟ้มคดีลับ 007 นะครับ
พยานคนสุดท้ายคือกล่องดนตรีที่ว่างเปล่า•ตอนที่ 1
เสียงที่ขาดหายไป
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยานคนสุดท้ายคือกล่องดนตรีที่ว่างเปล่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
