“ถ้าเจ้าจะตาย ก็จงไปตายให้ไกลจากเรือนหลักของตระกูลหลิว อย่าได้ทำตัวเป็นเสนียดจัญไรคอยขวางทางวาสนาของน้องสาวเจ้าอีกเลย”
เสียงของมารดาเลี้ยงดังบาดลึกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลฉกรรจ์ที่ยังไม่ทันได้ตกสะเก็ด หลินอวี้เถิงกระตุกร่างขึ้นเฮือกใหญ่ ความรู้สึกแสบร้อนที่ลำคอและความเหน็บหนาวที่กัดกินถึงกระดูกทำให้นางต้องรีบกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอับชื้นของดินและฟางเน่าในกระท่อมซอมซ่อโชยเข้าจมูกจนนางต้องไอออกมาอย่างรุนแรง
นางยังมีชีวิตอยู่?
อวี้เถิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเอง สัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านของผิวพรรณที่กรำแดดฝน และรอยแผลเป็นที่ข้างขมับอันเป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์ ‘อุบัติเหตุ’ ที่ตระกูลหลิวจงใจจัดฉากเพื่อกำจัดนางทิ้ง นางจำได้ดี... วันนี้คือวันก่อนที่นางจะถูกขับไล่ให้ไปอยู่กระท่อมปลายนาในฐานะภรรยาของนายทหารผู้ถูกเนรเทศ เจียงหาน ชายที่นางเคยหวาดกลัวและรังเกียจในความแข็งกระด้างของเขา
“ข้าจะไม่ตายในกระท่อมผุพังนี่อีกเป็นครั้งที่สอง” นางพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าทว่าแฝงด้วยความเด็ดขาดที่นางไม่เคยมีมาก่อนในชาติภพที่แล้ว
นัยน์ตาสีรัตติกาลของอวี้เถิงวาวโรจน์ นางยันกายลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ความทรงจำเกี่ยวกับ ‘มิติคลังเสบียง’ ที่นางได้รับมาในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตผุดขึ้นในห้วงคำนึง หากมันไม่ใช่ภาพหลอนก่อนตาย แต่มันคือปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ประทานมาให้ นางจะใช้มันพลิกชีวิตของนางและชายที่เคยปกป้องนางจนตัวตายในวันที่โลกพังทลาย
*ครืด...*
ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออก หลิวชิวเยว่ น้องสาวต่างแม่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีที่ตัดกับสภาพความเป็นอยู่ของนางอย่างสิ้นเชิง ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่ถูกปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากของความสงสาร
“พี่หญิง ท่านยังไม่ตายหรอกหรือ?” ชิวเยว่เอ่ยพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก “ท่านพ่อให้ข้าเอาของใช้จำเป็นมาให้... แต่อย่าหวังเลยว่าท่านจะได้กลับเข้าเรือนตระกูลหลิวอีก เจียงหานกำลังจะถูกส่งตัวมาที่นี่ และข้าหวังว่าท่านคงไม่โง่พอที่จะอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาหรอกนะ เพราะคนอย่างเขา... ก็แค่หมาป่าที่รอวันตายไม่ต่างจากท่าน”
อวี้เถิงเงยหน้ามองน้องสาวที่นางเคยเชื่อฟังอย่างโง่เขลา ทุกถ้อยคำที่ชิวเยว่พ่นออกมาคือยาพิษที่เคลือบน้ำตาล นางไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่กลับรู้สึกสมเพชในความตื้นเขินของหญิงสาวตรงหน้า
“ขอบใจที่เตือน” อวี้เถิงตอบพลางขยับกายลงจากแคร่ จังหวะการก้าวเดินของนางมั่นคงและสง่างามผิดกับคนเพิ่งฟื้นไข้ “แต่เจ้าควรเก็บความห่วงใยนี้ไว้ให้ตัวเองเถอะ เพราะนับจากวันนี้ไป สิ่งใดที่เป็นของข้า... ข้าจะทวงคืนทุกชิ้น และสิ่งใดที่ข้าเคยเสียสละให้เจ้า... ข้าจะคิดดอกเบี้ยอย่างสาสม”
ชิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ “ท่านเพ้อเจ้ออะไร? อยู่ในสภาพนี้แล้วยังจะปากดีอีกรึ!”
อวี้เถิงไม่ตอบโต้ นางเพียงก้าวผ่านชิวเยว่ออกไปข้างนอก พื้นที่รอบกระท่อมร้างแห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่นางจะเปลี่ยนเศษดินให้เป็นทองคำ สายตาของนางกวาดมองพืชผักที่ขึ้นปะปนกับวัชพืชด้วยความละเอียดอ่อน ในมิติคลังเสบียงของนางมีทุกอย่างที่โลกนี้ขาดแคลน ทั้งเมล็ดพันธุ์หายาก เครื่องปรุงรสเลิศรส และอุปกรณ์การเกษตรที่จะทำให้นางเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งของอำเภอ
ทว่า ขณะที่นางกำลังจะก้าวไปถึงขอบรั้วไม้ที่ผุพัง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ท่ามกลางหมอกจางยามเย็น ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเทาเข้มที่ดูเก่าและซีดจางปรากฏขึ้นในสายตา
เจียงหาน... ชายผู้มีดวงตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย ทว่าแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการศึก เขายืนนิ่งงันเมื่อเห็นสตรีที่เขาถูกบังคับให้รับผิดชอบยืนขวางทางอยู่ สายตาของเขาจ้องมองนางราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันที กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น อวี้เถิงกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ห่อหุ้มหัวใจที่เคยเย็นชืดมาเนิ่นนาน
“เจ้ามาถึงแล้วหรือ?” อวี้เถิงเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยไมตรีที่เขาไม่เคยคาดหวัง
เจียงหานชะงัก กรามของเขาสันนูนขึ้นขณะพยายามควบคุมอารมณ์ “ข้าไม่ได้ต้องการเมียที่เป็นตัวภาระ หากเจ้าจะกลับไปที่เรือนตระกูลหลิว ก็เชิญไปเสีย ข้ามีเพียงบ้านร้างกับความว่างเปล่าที่จะให้เจ้า”
อวี้เถิงยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนายทหารผู้แข็งกร้าวเต้นผิดจังหวะ นางเดินเข้าไปหาเขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของเขา
“หากท่านไม่มีสิ่งใดให้ข้า... เช่นนั้นข้าก็จะเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง แต่มีข้อแม้ข้อเดียว...”
นางหยุดเว้นจังหวะ สายตาของนางสะกดนิ่งอยู่ที่ดวงตาคมกริบของเขา “คืนนี้ เรามาเริ่มทำมื้อค่ำมื้อแรกของเรากันเถอะ ท่านทหาร... เพราะข้าหิวจนแทบจะกินวัวได้ทั้งตัวแล้ว”
ขณะที่เจียงหานยังคงยืนอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของภรรยา เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้ากระท่อม—นั่นคือพวกญาติของอวี้เถิงที่ตามมาดูความอัปยศของนางด้วยตาตนเอง พร้อมกับถุงเงินที่ชิวเยว่เพิ่งแอบขโมยไปจากเรือนใหญ่และกำลังจะโยนความผิดทั้งหมดมาให้นาง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหงส์เพลิงหวนคืนในบทแรกนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะนะคะ
มื้อค่ำของภรรยาที่ตายไปแล้ว กับสามีทหารผู้ไม่มีวันลืม•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นในกระท่อมร้าง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อค่ำของภรรยาที่ตายไปแล้ว กับสามีทหารผู้ไม่มีวันลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
