“ถ้านังตัวดีไม่ยอมลุกไปตักน้ำถังที่สี่ก่อนตะวันขึ้น เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้แตะแม้แต่เศษข้าวต้มก้นหม้อ!”
เสียงแหลมสูงของหญิงชราดังบาดแก้วหูจนขมับของ ‘หลินอิง’ สั่นระริก ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วร่างราวกับเพิ่งถูกรถบรรทุกชนเข้าเต็มแรง กลิ่นควันฟืนและกลิ่นสาบดินอับชื้นที่ลอยคลุ้งอยู่รอบตัวชวนให้วิงเวียนศีรษะ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องครัวระดับมิชลินที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นเพดานไม้เก่าคร่ำคร่าที่เต็มไปด้วยหยากไย่และคราบเขม่าควัน
หลินอิงฝืนยันกายลุกขึ้น ความทรงจำแปลกปลอมถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นสึนามิ—ร่างนี้คือ ‘หลินอิง’ สะใภ้รองของตระกูลจาง หญิงสาวผู้ถูกกดขี่จนถึงแก่ความตายด้วยความอ่อนแอและตรากตรำทำงานหนักเกินตัว ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงปี 1978 เช่นนี้ ชีวิตของสะใภ้รองก็ไม่ต่างจากทาสในเรือนเบี้ย
“ข้าสั่งไม่ได้ยินหรือยังไง!” ป้าสะใภ้ใหญ่—ผู้มีใบหน้าหย่อนยานแต่แววตาดุดัน—ตรงเข้ามาคว้าแขนของเธอแล้วกระชากอย่างแรง “ทำเป็นนอนสำออย! คิดว่าแต่งเข้ามาแล้วจะเป็นคุณนายหรือไง ถ้าผัวทหารของเจ้าไม่อยู่ส่งเงินมาให้ ก็อย่าหวังว่าคนในบ้านนี้จะเลี้ยงดูคนขี้เกียจอย่างเจ้า!”
หลินอิงสูดลมหายใจลึก ความรู้สึกเย็นยะเยือกในทรวงอกถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันคมกริบ เธอไม่ใช่สะใภ้ผู้โง่เขลาคนเดิมอีกต่อไป เธอคือเชฟระดับท็อปที่เคยผ่านสนามรบในวงการธุรกิจมานับครั้งไม่ถ้วน
เธอสะบัดแขนออกอย่างแรงจนป้าสะใภ้เซถลาไปชนขอบโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงดังโครม “ป้าใหญ่ครับ ถ้าข้าเป็นคนขี้เกียจ อย่างน้อยข้าก็ยังมีสติปัญญาพอที่จะรู้ว่าการตะคอกใส่คนเพิ่งฟื้นไข้ ไม่ใช่สิ่งที่คนมีอารยธรรมเขาทำกัน”
สายตาที่เปลี่ยนไปของหลินอิงทำให้คนตรงหน้าชะงักงันไปชั่วขณะ ความกดดันจากท่าทางที่ดูมั่นคงและแววตาที่ดุจคมมีดทำให้นางเฒ่าถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วครู่ แต่นางก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาฉุนเฉียว “แก... แกกล้าเถียงข้าหรือ! นังเด็กนี่!”
หลินอิงไม่สนใจเสียงเห่าหอนนั่น เธอเดินตรงไปยังโอ่งน้ำหลังบ้านอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่มือสัมผัสกับขอบโอ่งที่เย็นเยียบ มิติลับในจิตวิญญาณของเธอก็สั่นไหว แสงสีเขียวจางๆ วูบผ่านขึ้นในดวงตา—ระบบฟาร์มอัจฉริยะยังอยู่! เธอสัมผัสได้ถึงเมล็ดพันธุ์พืชที่เก็บกักไว้และกลิ่นหอมของสมุนไพรที่เธอเคยรวบรวมไว้ในโลกก่อน
*‘ในยุคแห่งความอดอยากเช่นนี้ สิ่งที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่เสียงตะคอก แต่คือปากท้อง’* เธอคิดในใจพลางหยิบน้ำเย็นจัดราดลงบนใบหน้าเพื่อเรียกสติ
ขณะที่เธอกำลังตักน้ำ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังมาจากหน้าประตูบ้าน ประตูไม้ถูกผลักออกอย่างรุนแรง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบน้ำมันก้าวเข้ามา ดวงตาของเขาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างของหลินอิงที่กำลังยืนตัวเปียกโชกอยู่ข้างโอ่ง ความแข็งกร้าวในดวงตาคู่นั้นก็วูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ต้องลม
“หลินอิง...” เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อเธอ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
หลินอิงหันไปมอง ‘เฉินเจียง’ สามีผู้เป็นพันจ่าหนุ่มที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว เขาเพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามที่ยากลำบาก ทว่าในมือหนาหยาบกร้านของเขากลับกำถุงกระดาษสีน้ำตาลห่อหนึ่งไว้แน่น
“ข้ากลับมาแล้ว” เขากล่าวเพียงแค่นั้น ก่อนจะหันไปตวัดสายตามองป้าสะใภ้ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง “และข้าคิดว่า... ข้าคงต้องคุยเรื่อง ‘การปฏิบัติ’ ต่อภรรยาของข้ากับท่านเสียหน่อย”
ป้าสะใภ้หน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าเฉินเจียงไม่ใช่คนอ่อนโยน หากแต่นี่คือเสาหลักของบ้านที่แม้แต่พ่อแม่ยังไม่กล้าหือ
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด หลินอิงกลับเดินเข้าไปหาเฉินเจียง มือเรียวของเธอแตะลงที่ถุงกระดาษในมือเขา กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งสาลีชั้นดีและเนื้อสัตว์ป่าที่หายากลอยออกมาจากถุงนั้น มันเป็นกลิ่นที่ไม่มีในหมู่บ้านที่อดอยากแห่งนี้
“ท่านกลับมาก็ดีแล้วครับ” หลินอิงยิ้ม มุมปากของเธอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉินเจียงถึงกับลืมหายใจ “เพราะข้ากำลังจะเปลี่ยนบ้านหลังนี้ ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้คาดคิดถึง”
เธอไม่ได้พูดเปล่า หากแต่ยื่นมือไปหยิบถุงนั้นมาเปิดออก ข้างในไม่ใช่แค่เสบียงธรรมดา แต่มันคือวัตถุดิบชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้ สายตาของเธอประกายวาววับเหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อชิ้นโต แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไร เสียงทุบประตูดังลั่นจากคนในหมู่บ้านที่ยืนอออยู่หน้าบ้านพร้อมตะโกนก้อง
“เฉินเจียง! หลินอิง! พวกเจ้าแอบทำอะไรกิน! กลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน ทำไมถึงหอมไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้!”
ความลับที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้ เริ่มต้นขึ้นด้วย ‘กลิ่นหอม’ ที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป และจากรอยแยกของประตูบ้าน สายตาของคนนับสิบที่หิวโหยก็กำลังจ้องมองเข้ามาที่มือของเธอราวกับจะกลืนกิน...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกของเรื่องราวนี้ครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
กับดักรักฉบับแม่ครัวผู้ทะลุมิติ: กลิ่นหอมจากปลายจวักปะทะใจนายทหาร•ตอนที่ 1
ตื่นมาในยุคแห่งความอดอยาก
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับแม่ครัวผู้ทะลุมิติ: กลิ่นหอมจากปลายจวักปะทะใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
