ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าในยุคตั๋วขาดแคลน•ตอนที่ 1

วิญญาณใหม่ในร่างเดิม

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
กลิ่นอับของฟางข้าวชื้นแฉะและกลิ่นสาบโคลนที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ไม่ใช่กลิ่นหอมละมุนของห้องครัวสเตนเลสสตีลในภัตตาคารระดับมิชลินที่หลินฮวาคุ้นเคยแม้แต่น้อย "นังเด็กนี่ ถ้าแกยังดื้อดึงไม่ยอมตบแต่งออกไปให้พ้นหูพ้นตา เงินสินสอดสามสิบคณะ (หยวน) กับแป้งสาลีอีกครึ่งกระสอบที่บ้านตระกูลหวังให้มา ฉันจะเอาไปต้มกินให้อิ่มท้องแล้วปล่อยให้แกอดตายคาเรือนซะให้เขדי!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของสะใภ้รองตระกูลหลินดังแผดขึ้น พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่จนร่างผอมบางของหลินฮวาเซถลาไปตามแรง ปลายเล็บแหลมคมจิกทึ้งลงบนเนื้อแขนจนเกิดรอยแดงก่ำ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้าสู่ประสาทสัมผัส ยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน... เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'หลินฮวา' เด็กสาวกำพร้าวัยสิบแปดปีในชนบทห่างไกลยุค 1970 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก และตั๋วทุกชนิดมีค่ามากกว่าชีวิต หลินฮวากะพริบตาช้าๆ เพื่อขับไล่ความมึนงง ความทรงจำอันกระจัดกระจายของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับสายน้ำเชี่ยว ร่างนี้ถูกกดขี่ข่มเหงสารพัดจากอาสะใภ้และลุงผู้เห็นแก่ตัว พวกเขาเห็นเธอเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่จะนำไปแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางวัตถุ ชายหนุ่มตระกูลหวังที่เธอต้องแต่งงานด้วยนั้นขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเกียจคร้านและนิสัยเจ้าชู้อย่างร้ายกาจ หากเธอตบแต่งเข้าไป ชีวิตที่เหลือคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น "แค่มัดจำสามสิบคณะกับแป้งครึ่งกระสอบ ถึงกับรีบเร่งขายหลานสาวตัวเองกินเลยหรือคะ สะใภ้รองตระกูลหลิน... หน้าตาของท่านนี่หนาเสียยิ่งกว่ากำแพงดินดิบหลังบ้านเสียอีกนะคะ" น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังดังขึ้นจากริมฝีปากแห้งผากของหลินฮวา ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว สร้างความตกตะลึงให้แก่สะใภ้รองจนต้องชะงักค้างอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นี่คือนิสัยที่แท้จริงของเชฟสาวมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเพียงใด สติปัญญาและการฟาดฟันเพื่อความอยู่รอดคือสัญชาตญาณอันดับแรก "นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาพูดจาก도จห้าวกับฉัน! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ คิดว่าเรียนจบชั้นมัธยมต้นแล้วจะปีนขึ้นไปอยู่บนหัวฉันได้รึไง!" สะใภ้รองตระกูลหลินกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหยาบกร้านเงื้อมขึ้นสูงหมายจะตบลงบนใบหน้าของหลินฮวาเพื่อสั่งสอนความอวดดี ทว่า... หลินฮวากลับไม่หลบเลี่ยง มือเรียวบางที่แม้จะผอมโซคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบิดที่จุดศูนย์ถ่วงอันมั่นคงทำให้สะใภ้รองร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อหลินฮวาใช้ประสบการณ์การจับมีดแล่เนื้อสัตว์มาประยุกต์ใช้ในการกดจุดข้อมืออย่างแยบยล "ถ้าท่านยังกล้าแตะต้องตัวฉันแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าคอมมูนเรื่องที่ครอบครัวพวกท่านแอบซ่อนยุ้งฉางสำรองและกักตุนธัญพืชผิดกฎหมาย... อยากลองดูไหมล่ะคะว่า ใครจะหัวขาดก่อนกัน" หลินฮวาโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายสันหลังวาบ สะใภ้รองตระกูลหลินหน้าซีดเผือดลงทันที ความโกรธถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างฉับพลัน ข้อมูลเรื่องการกักตุนธัญพืชเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในยุคนี้ หลินฮวาในยามนี้ไม่ใช่เด็กสาวหัวอ่อนที่ยอมให้รังแกอีกต่อไปแล้ว แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีเสียจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องคับแคบเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างหนักแน่นสามครั้งจากด้านนอก *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "เปิดประตู! ทางคอมมูนมีคำสั่งด่วน และ... ฉัน 'จางเหว่ย' มาขอพบสหายหลินฮวา" สิ้นเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เอמהก้องกังวานจากชายหนุ่มผู้มาเยือน สะใภ้รองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านเวลานี้คือนายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมและยึดมั่นในความถูกต้องที่สุดในกองร้อย—จางเหว่ย บุรุษที่ตระกูลหลินหวาดกลัวที่สุดเพราะเขาถือครองอำนาจในการตรวจสอบโควตาแรงงานและตั๋วปันส่วนทั้งหมดในเขตนี้! หลินฮวาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อแผนการเอาชีวิตรอดขั้นแรกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายอันลึกลับบางอย่างที่เริ่มตื่น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าในยุคตั๋วขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%