"เซ็นตรงนี้ด้วยครับ คุณธันวา... ทุกอย่างจะได้จบกันด้วยดี"
เสียงทุ้มต่ำของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของโถงรับแขกขนาดมหึมา ปลอกปากกามุกราคาแพงถูกยื่นมาตรงหน้า พร้อมกับเอกสารกองโตที่หนาเตอะราวกับคัมภีร์ใบลาน ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท สายตาคมกริบมองเอกสารแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลที่กำลังพยายามซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ภายใต้ความสุภาพจอมปลอม
คฤหาสน์หรูมูลค่ากว่าสามร้อยล้านบาทในย่านใจกลางเมือง ยามนี้เหลือเพียงเศษกระดาษแผ่นเดียวที่ชี้ชะตาว่า มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาตลอดชีวิตอย่างเขา กำลังจะกลายเป็นคนหมดเนื้อประดาตัวภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
ธันวาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน จนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวถึงกับชะงักมือที่ถือปากกา
"รีบเหรอครับคุณวิชัย?" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายลงคอ "บริษัทลูกเจ๊งเพราะผมโดนโกง หุ้นร่วงติดฟลอร์เจ็ดวันติด... พวกคุณคงฉลองกันจนตับพังเลยสินะครับที่โค่นผมลงได้"
"เรียนตามตรงนะครับคุณธันวา ธุรกิจมันก็คือเกม เมื่อคุณพลาด ก็ต้องยอมรับกติกา" วิชัยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความเกรงกลัวที่มีต่ออดีตซีอีโอหนุ่มเริ่มเลือนหายไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอำนาจหลงเหลืออยู่ในมืออีกแล้ว "ตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัด รถหรู บัตรเครดิต บ้านหลังนี้ แม้แต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่คุณใส่... ก็เป็นของธนาคารแล้วครับ กรุณาออกไปจากที่นี่ก่อนที่ผมจะต้องเชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากตัวออกไป"
บรรยากาศในห้องโถงเย็นเยียบลงทันตาเห็น ริน หญิงสาวร่างระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปสีเทาเข้ม ซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ เธอปรายตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าธันวาด้วยแววตาเรียเฉย ทว่ามุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
"บอกแล้วใช่ไหมคะว่าอย่าไปเซ็นค้ำประกันให้ไอ้เพื่อนทรยศคนนั้น" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความหยอกเย้าแกมดุ "เห็นไหมล่ะคะ... ตอนนี้เรากลายเป็นคนถังแตกของจริงแล้ว คุณท่านอดีตซีอีโอ"
ธันวาหันไปมองคู่หมั้นสาวที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่สมัยยังกัดก้อนเกลือสู้ชีวิตด้วยกัน เขายื่นมือไปหยิบปากกาจากมือของวิชัยมาถือไว้ หมุนเล่นเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน
"ใครว่าผมถังแตกกันล่ะครับคุณริน... ผมแค่กำลังเปลี่ยนสถานะจาก 'คนรวยเพราะหาเงินง่าย' มาเป็น 'คนรวยที่ต้องใช้สมองหาเงินในทางที่แปลกกว่าเดิม' ต่างหากล่ะ"
พูดจบ ธันวาก็สะบัดปลายปากกาจรดลายเซ็นลงบนเอกสารอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เสียงกระดาษกรอบแกรบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เป็นอันสิ้นสุดความเป็นเจ้าของคฤหาสน์ร้อยล้านแห่งนี้อย่างเป็นทางการ
วิชัยรีบคว้าเอกสารมาตรวจสอบด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นลายเซ็นครบถ้วน เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "เยี่ยมมากครับ! เชิญพวกคุณเก็บกระเป๋าออกไปได้แล้วภายในสิบนาทีนี้!"
วิชัยและทีมงานหันหลังเดินจากไปด้วยความฮึกเหิม ทิ้งให้ธันวาและรินยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าของห้องโถงที่เคยยิ่งใหญ่
ทว่า... ในวินาทีที่ประตูกลางบ้านปิดลง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยและน่าปวดหัวที่สุดในชีวิตของธันวา... ก็ดังขึ้นในสมอง
*[ติ๊ง! ตรวจพบเจ้าของระบบ 'มหาเศรษฐีสตรีทฟู้ด' ตกอยู่ในสถานะ 'ถังแตกขั้นวิกฤต' ระบบทำการเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของท่านโดยอัตโนมัติ!]*
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสเด้งขึ้นมาลอยหราอยู่กลางอากาศตรงหน้าธันวา ตัวหนังสือวิ่งพรึบพรับด้วยความเร็วสูงจนชวนเวียนหัว
*[ภารกิจเร่งด่วนประจำวัน: "เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว"]*
*[รายละเอียด: เนื่องจากท่านสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด ระบบจึงมอบ 'รถเข็นข้าวมันไก่ติดเทอร์โบ รุ่นซุปเปอร์เลเจนด์' และ 'สูตรข้าวมันไก่สูตรลับจักรพรรดิ' ให้แก่ท่านโดยไม่มีเงื่อนไข]*
*[เงื่อนไขความสำเร็จ: จงเข็นรถข้าวมันไก่ไปตั้งหน้าตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ และทำยอดขายให้ได้ 10,000 บาทภายใน 2 ชั่วโมงแรก!]*
*[บทลงโทษหากล้มเหลว: ระบบจะทำการยึดกางเกงที่ท่านใส่อยู่ในปัจจุบันทันที ทำให้ท่านต้องเดินแก้ผ้ากลางย่านธุรกิจ]*
ธันวานิ่งค้างไปสามวินาที สมองที่เคยประมวลผลแผนธุรกิจหมื่นล้านหยุดชะงักกึก เขาอยากจะสบถออกมาเป็นภาษาอิตาลีแต่ติดที่เป็นสุภาพบุรุษ
"มองอะไรอยู่หรือคะ หน้าตาดูเครียดๆ นะคะ หรือว่ากำลังคิดว่าจะไปนอนสะพานลอยไหนดี?" รินเอ่ยแซاو พร้อมกับเดินมาหยุดยืนเคียงข้าง พลางมองหน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสายตาที่ไม่ได้แสดงความตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเธอชินชากับความเพี้ยนของระบบตัวนี้เต็มทีแล้ว
"รินครับ..." ธันวาหันไปมองหน้าคู่หมั้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ "คุณคิดว่าผมเหมาะกับผ้ากันเปื้อนสีชมพูแจ๋นกับการยืนสับไก่โชว์สาวออฟฟิศไหมครับ?"
รินหรี่ตามองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนน่ากลัว "เหมาะมากค่ะ... เพราะดิฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า รสชาติข้าวมันไก่ฝีมืออดีตซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล จะทำให้พวกบอร์ดบริหารบริษัทเก่าของคุณที่กำลังเดินออกจากตึกแถวนั้น สำลักจนตายคาที่ได้หรือเปล่า"
ธันวายังไม่ทันได้ตอบคำถาม เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ระดับไฮend ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากลานจอดรถเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้า แรงลมมหาศาลพัดกระหน่ำจนกระจกห้องโถงสั่นสะเทือน
วิชัยที่เพิ่งเดินพ้นประตูรั้วบ้านไปหันกลับมามองด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อร่างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหุ้มเกราะสีดำสนิทลำเบ้อเริ่ม ค่อยๆ ลดระดับลงมาจอดสนิทบนสนามหญ้าหน้าบ้านอย่างอลังการ ประตูห้องโดยสารเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดสูทรislander ประจำตระกูลผู้ดูแลบัญชีลับของธันวา ซึ่งก้าวลงมาโค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อมท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน
"คุณธันวาครับ..." เสียงชายชราดังผ่านไมโครโฟนไร้สาย "รถเข็นข้าวมันไก่ติดไอพ่นพร้อมสแตนด์บายที่ลานจอดแล้วครับ... และนี่คือบัตรเครดิตไทเทเนียมวงเงินไม่จำกัดสำรองฉุกเฉิน ที่คุณแม่ท่านสั่งให้ผมเอามาส่งครับ"
ธันวาหยิบการ์ดสีดำสนิทขึ้นมาหมุนเล่นในมือ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างทรงพลัง เขาหันไปมองรินแล้วผายมือออกเบื้องหน้าอย่างสุภาพ
"เชิญครับคุณริน... ได้เวลาไปเปิดร้านขายข้าวมันไก่ที่แพงที่สุดในโลกกันแล้วครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
รวยมาทั้งชีวิต พอคิดจะถังแตก ระบบตัวแสบก็ดันเสกให้ผมไปขายข้าวมันไก่!•ตอนที่ 1
เมื่อเศรษฐีถูกยึดบ้าน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รวยมาทั้งชีวิต พอคิดจะถังแตก ระบบตัวแสบก็ดันเสกให้ผมไปขายข้าวมันไก่! นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
