"เจ้ามันก็แค่ขยะเปียกที่สำนักเมฆาคล้อยเลี้ยงไว้เสียข้าวสุก ไร้ซึ่งรากปราณ ไร้ซึ่งวาสนาบำเพ็ญ มีหน้ามายืนเกะกะขวางทางเดินศิษย์ชั้นในอย่างพวกข้าอีกหรือ!"
เสียงตวาดกร้าวระคนเหยียดหยามดังขึ้นพร้อมกับแรงถีบที่เข้าปะทะกลางแผ่นอกอย่างรุนแรง ร่างที่ซูบผอมของชายหนุ่มกระเด็นไปปะทะกับกองเถ้าถ่านมอดไหม้เบื้องหลัง กลิ่นไหม้ของเสื้อผ้าและผิวหนังส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินเฟยเทียนลืมตาขึ้นท่ามกลางความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วทุกเส้นประสาท ดวงตาคู่นั้นมิได้มีความตื่นตระหนกแฝงอยู่แม้แต่น้อย มันกลับนิ่งลึกประหนึ่งบึงน้ำแข็งหมื่นปีที่ผ่านกาลเวลามานานนับพันปี
นี่ไม่ใช่... นรกอเวจี
ในวินาทีที่วิญญาณมหาเทพผู้ครองกระบี่ไร้ลักษณ์ต้องดับสูญภายใต้คมหอกของศัตรูในมหาสงครามแดนเซียน เขานึกว่าตัวเองต้องสูญสิ้นจิตวิญญาณไปตลอดกาล แต่ทว่า... ไอความร้อนจากกองเพลิงที่โอบล้อมร่างนี้อยู่ กลับเป็นสัจธรรมแห่งการเกิดใหม่ที่โหดร้ายเสียยิ่งกว่าความตาย
"ลุกขึ้นมาสิไอ้ขยะ! หรือว่าการถูกท่านผู้อาวุโสจ้าวขับไล่ออกจากสำนักในวันนี้ ทำให้เจ้าอยากจะตายเป็นปุ๋ยอยู่ตรงนี้เสียจริง?"
ชายหนุ่มผู้มีตราประทับศิษย์ชั้นในสลักบนอกเสื้อ ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มหยัน มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่เหล็กกล้าแน่น เตรียมพร้อมที่จะเด็ดหัวศิษย์สวะที่ไร้ทางสู้อย่างหลินเฟยเทียนได้ทุกเมื่อ
หลินเฟยเทียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอไร้พลังปราณหนุนนำ ทว่าแววตาของเขากลับทำให้ศิษย์ชั้นในผู้นั้นถึงกับชะงักฝีเท้า มันไม่ใช่สายตาของสวะที่หวาดกลัว แต่มันคือสายตาของพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อที่โง่เขลา
"เจ้าเรียกข้าว่าสวะ... อย่างนั้นหรือ?" น้ำเสียงของหลินเฟยเทียนแหบพร่า ทว่าทุ้มต่ำและทรงพลังอย่างประหลาด มันกังวานราวกับเสียงระฆังทองคำที่ถูกตีในความเงียบสงัด
"แก!" ศิษย์ชั้นในผู้นั้นชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมเหล็กวาววับท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระพือ "ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า ระหว่างสวะกับยอดฝีมืออย่างข้า มันมีระยะห่างที่เจ้าไม่มีวันข้ามพ้น!"
กระบี่ถูกแทงออกด้วยท่วงท่า 'มังกรทะยานเมฆา' แม้จะเป็นวิชาชั้นต้นของสำนัก แต่ในสายตาของอดีตมหาเทพกระบี่ ท่วงท่านี้นั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ราวกับร่างแหที่ขาดวิ่น หลินเฟยเทียนไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่เอียงศีรษะเพียงเล็กน้อย คมกระบี่เฉียดผ่านเส้นผมไปเพียงปลายเส้นขน
มือเรียวบางที่เปื้อนฝุ่นดินคว้าเข้าที่ข้อมือของศิษย์ผู้นั้นอย่างแม่นยำดุจสายฟ้าแลบ ก่อนจะบิดเพียงนิดเดียวด้วยองศาที่กดทับจุดชีพจร
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังสนั่น กระบี่ร่วงหล่นลงสู่กองเพลิง
หลินเฟยเทียนหยิบกระบี่ขึ้นมาด้วยท่าทีเฉยเมย เขาพินิจมองรอยบิ่นบนคมกระบี่ด้วยสายตาเวทนา "กระบี่ของเจ้า... มิใช่เครื่องมือสังหาร แต่มันคือสิ่งประดับที่ไร้จิตวิญญาณ เจ้าฝึกกระบี่มาสิบปี แต่เจ้ากลับไม่เคยรู้จักแม้แต่ 'ใจ' ของกระบี่เลยแม้แต่น้อย"
เขาสะบัดข้อมือเพียงเบาๆ กระบี่เหล็กกล้าที่ดูแสนธรรมดา กลับเปล่งประกายสีครามจางๆ ออกมาเพียงเสี้ยววินาที แรงกดดันมหาศาลจู่โจมเข้าใส่ศิษย์ชั้นในผู้นั้นจนเข่าทรุดลงกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวที่มิอาจอธิบายได้
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่! ท่านผู้อาวุโสจ้าวบอกว่าเจ้ามีเพียงปราณว่างเปล่า!"
หลินเฟยเทียนไม่ตอบคำถามนั้น เขามองไปยังทิศทางของยอดเขาเมฆาคล้อย ที่ซึ่งหอตำราและสำนักหลักตั้งตระหง่านอยู่ ที่นั่นมีสตรีผู้หนึ่ง... เย่ซูเหยา สตรีที่ยอมละทิ้งเกียรติยศเพื่อปกป้องเศษเสี้ยววิญญาณของเขาไว้ในร่างของศิษย์สวะผู้นี้ หากไม่ใช่เพราะนางที่แอบซ่อนพลังเทพดั้งเดิมของเขาไว้ใน 'หัวใจเทวะ' ที่ถูกผนึกไว้ในร่างนี้ เขาคงดับสูญไปนานแล้ว
'ข้ากลับมาแล้ว... ซูเหยา'
ทันใดนั้น เสียงลมพัดกรรโชกแรงราวกับพายุเข้าพัดพาเอาฝุ่นควันจางหายไป ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายกดดันจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว อัครผู้อาวุโสจ้าวปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนความอำมหิตไว้เบื้องหลังใบหน้าที่ดูเคร่งขรึม
"หลินเฟยเทียน... ข้าคิดว่าเจ้าจะสิ้นใจตายไปในกองเพลิงนี้เสียแล้ว แต่ดูเหมือนข้าจะประเมินความดื้อรั้นของเจ้าต่ำไปนะ"
หลินเฟยเทียนหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตที่เคยทรยศเขาในอดีตชาติ ความแค้นที่สั่งสมดั่งภูเขาผาถูกปลุกขึ้นอีกครั้งในหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะแห่งการล้างแค้น
"ผู้อาวุโสจ้าว... หนี้แค้นที่เจ้าเคยก่อไว้ในวันนั้น วันนี้ข้าจะค่อยๆ ชำระคืนให้เจ้าทีละส่วน"
ขณะที่อัครผู้อาวุโสจ้าวกำลังจะชักกระบี่ประจำกายออกมาสังหารศิษย์ที่ขัดคำสั่ง เสียงดนตรีพิณสวรรค์แว่วหวานทว่าเยือกเย็นก็ดังก้องขึ้นเหนือผืนฟ้า เมฆหมอกบนยอดเขาสลายตัวเผยให้เห็นร่างของสตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ที่กำลังเหยียบย่างลงมาจากนภา นางคือเย่ซูเหยา... ผู้ที่ควรจะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรในถ้ำลึก แต่บัดนี้กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนพร้อมแววตาที่จ้องมองมายังหลินเฟยเทียนด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่
"เฟยเทียน... ท่านต้องจากไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ผนึกสวรรค์จะแตกสลาย!"
นางกระซิบผ่านกระแสเสียงที่ได้ยินเพียงเขาคนเดียว ทว่าในจังหวะนั้นเอง อัครผู้อาวุโสจ้าวกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม พลางชี้กระบี่มายังพวกเขาพร้อมประกาศก้อง
"จับตัวนางและไอ้สวะนั่นไว้! ผู้ใดสังหารมันได้ ข้าจะมอบเคล็ดวิชากระบี่สวรรค์ให้เป็นรางวัล!"
สิ้นเสียงประกาศ เหล่าศิษย์นับร้อยก็พุ่งทะยานเข้าล้อมรอบพวกเขาไว้ในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายกระบี่นี้ หวังว่าท่านจะชื่นชอบในการเริ่มต้นการล้างแค้นของเขาคนนี้ครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า จารึกวิถีเซียนนิรันดร์•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นกลางกองเพลิง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า จารึกวิถีเซียนนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
