กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาราวกับฟ้าดินกำลังร้องไห้ระบายความอัดอั้น
คมดาบสั้นอาบพิษสีม่วงคล้ำยังคงหยดติ๋งลงสู่พื้นหินศิลา เสียง "ติ๋ง... ติ๋ง..." นั้นดังก้องกังวานในความเงียบสงัดของตรอกมืดมิดเบื้องหลังหอคอยหมื่นบุปผา ศพของเป้าหมาย—อดีตผู้อาวุโสพรรคพยัคฆ์เมฆา นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้า ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวจนวินาทีสุดท้าย เขายังไม่ทันได้ชักอาวุธออกด้วยซ้ำ กระบวนท่าเดียวของเฟยหลงก็ปลิดชีพอีกฝ่ายได้อย่างไร้ร่องรอย
เฟยหลงยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด อาภรณ์สีดำสนิทแนบลู่ไปกับเรือนร่างกำยำ ทว่าไม่มีหยดน้ำฝนใดกล้าสัมผัสโดนกายเขา เนื่องจากลมปราณคุ้มกันร่างที่หมุนวนอย่างรุนแรงจนเกิดไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่น ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองร่างไร้วิญญาณด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดหรือยินดี ในยุทธภพแห่งนี้ ความตายคือสัจธรรม และมือของเขาก็เปื้อนเลือดมามากเกินกว่าจะมาอาลัยอาวรณ์กับชีวิตของคนทรยศ
ทว่า... สัญชาตญาณอันแหลมคมของมือสังหารระดับปรมาจารย์กลับส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัย
*ฉับพลัน!*
สายลมรอบกายพลانเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวจนหยดน้ำฝนกลางอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา ปราณกระบี่อันบริสุทธิ์และเยือกเย็นเสียดแทงเข้าสู่กระดูกดำ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจากเบื้องบน ราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังพังทลายลงมาทับร่างของเขา
เฟยหลงไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง มือขวาที่ถือกระบี่ไร้ลักษณ์ขยับเพียงนิด นิ้วเรียวยาวดีดเข้าที่ด้ามกระบี่ ส่งเสียง "กริ๊ง" ใสดังกังวานขับไล่คลื่นพลังปราณที่ถาโถมเข้ามาจนแตกกระจายกลายเป็นละอองหมอก
"วิชากระบี่เมฆาไร้ลักษณ์... เป็นเจ้าจริงๆ สินะ ไป๋หลิง"
เฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปยังหลังคาเรือนเบื้องบน ที่ซึ่งร่างระหงในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสายฝน นางช่างดูโดดเด่นและสูงส่งราวกับเซียนสาวจากสรวงสวรรค์ผู้ไม่แปดเปื้อนธุลีโลก แม้กระทั่งหยดน้ำฝนยังมิกล้าแตะต้องกายางามของนาง ปราณคุ้มกายสีฟ้าครามแผ่ซ่านรอบตัวนาง รัศมีความเย็นเยียบแผ่ขยายจนน้ำในตรอกกลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา
ไป๋หลิงลดกระบี่ในมือลงช้าๆ ปลายกระบี่หยาดหยดด้วยเกล็ดน้ำแข็งประกายแสงเรืองรองในความมืด นางก้าวเดินลงมาจากหลังคาอย่างไร้เสียง ราวกับเหยียบย่างอยู่บนปุยเมฆ กิริยาท่าทางสง่างาม เย็นชา และเต็มไปด้วยความถือดีตามแบบฉบับของผู้คุมกฎแห่งสำนักเมฆาเย็น
ดวงตากลมโตคู่สวยที่ซ่อนความอ้างว้างและดื้อรั้นไว้ภายใต้ความเย็นชา จ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"เฟยหลง... เจ้าล้ำเส้นเกินไปแล้ว" น้ำเสียงของนางหวานใสราวกับระฆังแก้ว แต่กลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี "เป้าหมายที่เจ้าสังหารเมื่อครู่ อยู่ในเขตอำนาจการดูแลของสำนักเมฆาเย็น การที่เจ้าลงมือในอาณาเขตของเรา เท่ากับประกาศสงครามกับสำนักเราโดยตรง"
เฟยหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง เขาเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือยังมองไม่ทัน
"เขตอำนาจ? หึ... คนผู้นั้นติดพันพันธะโลหิตและขายความลับให้กับพรรคอสูรโลหิต หากสำนักเมฆาเย็นของเจ้ายังมีตาแต่ไร้แวว ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลในนามของความยุติธรรมปลอมๆ เช่นนี้ ก็ปล่อยให้ข้าเป็นผู้ชำระล้างมันเองเถอะ" คำพูดของเฟยหลงเฉียบคมดั่งคมกระบี่ ไม่ไว้หน้าผู้คุมกฎแห่งสำนักใหญ่แม้แต่น้อย
ไป๋หลิงขมวดคิ้วมุ่น ความโกรธวูบหนึ่งปรากฏขึ้นในดวงตาคู่สวย แต่มันถูกกลบฝังด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นางไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในยุทธภพนี้มีผู้คนมากมายที่หวาดกลัวนาง ในฐานะผู้คุมกฎเลือดเย็นแห่งสำนักเมฆาเย็น ทุกคนที่พบเจอนางต่างหลบตาและก้มหัวให้ด้วยความยำเกรง มีเพียงบุรุษตรงหน้าคนนี้... บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือสังหารผู้โดดเดี่ยวและไร้หัวใจ ที่กล้าสบตาต่อต้านนางเสมอมา ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่นางตกอยู่ในอันตรายจากเงาดำเบื้องหลังยุทธภพ มักจะมีร่องรอยของกระบี่ไร้ลักษณ์คอยช่วยเหลืออยู่เสมออย่างเงียบเชียบ
"เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าสังหารเจ้าหรือ?" ไป๋หลิงกล่าวเสียงลอดไรฟัน ปราณกระบี่ในมือระเบิดออกเป็นประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า พลังกดดันพุ่งเข้าหาเฟยหลงจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเขาร้าวราน
เฟยหลงไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาก้าวเข้าไปหาหญิงสาวทีละน้อยอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นอายบุรุษอันเข้มข้นและดุดันปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมันต์จากตัวนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราจะมองทะลุถึงก้นบึ้งหัวใจที่อ้างว้าง
"ถ้าเจ้าคิดจะสังหารข้า เจ้าคงไม่ยืนพูดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ไป๋หลิง..." เฟยหลงกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูนาง น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่เปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาด "หรือว่า... เจ้าแค่หาข้ออ้างเพื่อมาพบหน้าข้ากันแน่?"
ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของนางเซียนแห่งสำนักเมฆาเย็นแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกอ่านใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นางเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าบุรุษจองหองผู้นี้ให้หายแค้น
ทว่า ในวินาทีที่มือเรียวบางกำลังจะเหวี่ยงลงมานั้นเอง...
สายตาของเฟยหลงก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด มือซ้ายคว้าข้อมือของนางไว้แน่นด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ส่วนมือขวากระชากกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝักพุ่งแทงออกไปด้านหลังอย่างไร้ซุ่มเสียง!
*ฉับ!*
เสียงโลหะกระทบเนื้อดังขึ้นสนั่นหู พร้อมกับร่างเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะลวงมาจากความมืดเบื้องบน ถูกกระบี่ของเฟยหลงเสียบทะลุอกและร่วงตกลงแทบเท้าของทั้งสอง เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาอาบพื้นหินส่งกลิ่นเหม็นเน่าฉุนกุน
ไป๋หลิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูง แต่กลับไม่รับรู้เลยว่ามีมือสังหารอีกผู้หนึ่งลอบเร้นเข้ามาประชิดตัวในระยะเผาขนได้!
เฟยหลงดึงกระบี่กลับด้วยความนิ่งสงบ ดวงตากวาดมองไปยังศพเบื้องหน้า ก่อนจะหันกลับมามองไป๋หลิงที่ยังคงตกตะลึงอยู่ในอ้อมแขนของเขาจากการถูกดึงหลบเมื่อครู่
แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเฟยหลงต้องสะดุดกຶก ไม่ใช่ศพของผู้มาเยือน
รอยสักรูป "บุปผาอสูรโลหิต" บนต้นคอของศพนั้น... คือสัญลักษณ์เดียวกับที่เคยพรากชีวิตบิดามารดาและน้องสาวของเขาไปเมื่อสิบปีก่อน!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารจากความมืดมิดรอบด้าน ก็ดังสะท้อนก้องกังวานขึ้นพร้อมกันนับร้อยเสียง...
*"ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของเจ้า... เฟยหลง"*
ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์ สลักจิตนางเซียน•ตอนที่ 1
หยาดฝนคาวเลือด
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์ สลักจิตนางเซียน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
