"ถ้าเจ้าไม่ยอมก้มหัวคุกเข่าลงไปเลียพื้นดินที่นั่น ต่อให้ต้องหิวตายข้าก็จะไม่แบ่งเศษข้าวเน่าในถังนี่ให้เจ้าสักเม็ดเดียว หลินอิง!"
เสียงตวาดแหลมสูงบาดแก้วหูปลุกให้หลินอิงสะดุ้งตื่นขึ้นมา ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อชนซ้ำๆ เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่กลับพบเพียงฝ้าเพดานมุงหญ้าคาที่ผุพังจนเห็นรูโหว่ขนาดใหญ่ กลิ่นอับชื้นของดินและเชื้อราตีขึ้นจมูกจนเธอแทบสำลัก
"ดูสายตามันสิแม่! ยังทำท่าหยิ่งยโสไม่เลิก ทั้งที่เป็นแค่คนไร้ค่าที่ถังเจ๋อโง่ๆ นั่นเก็บมาแต่งงานด้วยแท้ๆ" เสียงหญิงสาวอีกคนดังขึ้นข้างๆ ก่อนที่แรงจิกที่ผมจะทำให้เธอต้องร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
หลินอิงกะพริบตาถี่ๆ พยายามเรียบเรียงความทรงจำ ความเจ็บปวดจากโลกก่อนที่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวตกกลางมหาสมุทรดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความทรงจำของหญิงสาวร่างผอมแห้งที่ชื่อ 'หลินอิง' เช่นเดียวกัน ทว่าหญิงสาวคนนี้กลับอาศัยอยู่ในยุค 1970 ยุคที่ความอดอยากคือเพื่อนสนิทและศักดิ์ศรีของมนุษย์ดูเหมือนจะถูกตีค่าต่ำกว่าเศษอาหาร
เธอกวาดสายตามองคนตรงหน้า หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหี่ยวย่นดั่งเปลือกไม้คือ 'แม่สามี' จอมเขี้ยวลากดิน ส่วนหญิงสาวข้างๆ คือ 'น้องสะใภ้' ที่เพิ่งจิกผมเธอเมื่อครู่ ทั้งสองกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาสมเพชเวทนา
หลินอิงสูดลมหายใจลึก ความรู้สึกถึง 'เชฟระดับตำนาน' ที่เคยมีในสมองยังคงอยู่ครบถ้วน เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นชะตากรรมใหม่ที่เธอต้องกำหนดเอง
"คุกเข่าเหรอครับ?" หลินอิงเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแม้จะแหบแห้ง แต่กลับกังวานเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับชะงัก เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น แม้ร่างกายจะอ่อนปวกเปียก แต่แววตาของเธอกลับคมกริบดุจมีดเชฟที่ผ่านการลับมาอย่างดี "แม่กับน้องเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ในเมื่อถังเจ๋อสามีของฉันเป็นคนส่งเงินและค่าปันส่วนมาให้บ้านนี้ทุกเดือนตามกฎระเบียบของกองทัพ นั่นหมายความว่าข้าวสารในถังใบนั้น คืออาหารที่ฉันควรได้รับสิทธิ์ในการจัดการ ไม่ใช่เศษทานที่แม่จะเอามาขู่ให้ฉันก้มหัวให้"
แม่สามีถึงกับหน้าเปลี่ยนสี นางถอยกรูดไปหนึ่งก้าวเพราะไม่เคยเห็นสะใภ้ขี้ขลาดคนนี้กล้าโต้ตอบเช่นนี้มาก่อน "แก... แกกล้าดียังไง! นี่มันบ้านของฉัน!"
"ถ้าจำไม่ผิด" หลินอิงขยับกายลุกขึ้นยืน แม้จะโซเซเล็กน้อยแต่ท่วงท่ากลับดูสง่างามอย่างประหลาด "ที่ดินผืนนี้และกระท่อมหลังนี้ คือสินเดิมของแม่สามีก็จริง แต่เงินเดือนของถังเจ๋อที่จ่ายมาตลอดสองปี เกินพอที่จะสร้างบ้านใหม่ได้สามหลังด้วยซ้ำ ถ้าไม่อยากให้เรื่องไปถึงหูหัวหน้าหมู่บ้านว่าครอบครัวนี้ยักยอกเงินทหารไปปรนเปรอญาติโกโหติกาคนอื่นจนสะใภ้ในบ้านต้องหิวโซจนเกือบตาย... แม่ก็ลองดูครับว่าเก้าอี้หัวหน้าหมู่บ้านเขายังอยากจะปกป้องคนโกงชาติอยู่หรือเปล่า"
บรรยากาศในกระท่อมเงียบสนิทลงในทันที ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวหญิงสาวที่ดูไร้ทางสู้คนนี้ จนสองแม่ลูกได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ
หลินอิงไม่ได้สนใจสายตาอาฆาตเหล่านั้น เธอเดินตรงไปที่ครัวหลังบ้าน สภาพมันเลวร้ายยิ่งกว่าที่คิด เศษผักเหี่ยวๆ กับข้าวสารที่เหลือเพียงก้นถังไม่กี่กำมือ คือสิ่งที่คนพวกนี้ทิ้งไว้ให้เธอประทังชีวิต
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณประหลาดดังขึ้นในหัว พร้อมกับมิติคลังอาหารส่วนตัวที่เคยเป็นความลับสุดยอดในโลกก่อนของเธอปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผ่านจอโฮโลแกรมที่มีเพียงเธอที่มองเห็น เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ เนื้อสัตว์สดใหม่ และอุปกรณ์ครัวระดับเชฟมิชลินสตาร์ยังคงอยู่ในนั้น!
"ในเมื่อพวกคุณอยากจะอดตาย ก็เชิญรับความหิวโหยไปเถอะครับ แต่สำหรับฉัน... มื้อแรกในยุคนี้ ต้องเริ่มด้วยอะไรที่มันตบหน้าคนใจดำพวกนี้ให้หน้าสั่น"
หลินอิงหยิบหัวไชเท้าที่แห้งเหี่ยวและข้าวสารที่เหลือน้อยนิดออกมา เธอจัดการจัดการแปรสภาพสิ่งของเน่าเสียเหล่านั้นด้วยเคล็ดลับการปรุงระดับปรมาจารย์ กลิ่นหอมฟุ้งที่เข้มข้นจนไม่ควรจะเกิดขึ้นในครัวที่เต็มไปด้วยฝุ่นเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวกับเครื่องเทศลับส่งผ่านออกมาจากหม้อดินใบเก่าจนคนข้างนอกต้องกลืนน้ำลาย
ขณะที่เธอกำลังบรรจงปรุงรสชาติให้เข้าที่ จู่ๆ ประตูหน้าบ้านที่ผุพังก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ดูคุ้นตา เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลินอิงที่กำลังถือตะหลิวไม้ด้วยท่าทางมั่นคง
ถังเจ๋อไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่ก้าวเข้ามาในครัว สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอาหารที่เขากำลังสัมผัส มันไม่ใช่กลิ่นข้าวต้มก้นหม้อที่เขาเคยเห็นแม่เตรียมไว้ให้ภรรยา แต่เป็นกลิ่นหอมที่เขายังไม่เคยได้สัมผัสจากที่ใดในโลกนี้
"นั่น... เจ้ากำลังทำอะไร" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อยขณะจ้องมองมาที่เธอ
หลินอิงวางตะหลิวลง หันไปสบตากับสามีที่เธอเพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรก แววตาของเขามีทั้งความสงสัย ความหิวโหย และบางอย่างที่อ่อนโยนจนน่าประหลาด
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงตะโกนโวยวายของแม่สามีก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตูพร้อมกับเสียงตบโต๊ะสนั่นหวั่นไหว "ถังเจ๋อ! กลับมาได้ก็ดี! ดูเมียตัวดีของแกสิ มันกำลังจะเผาบ้านเราทิ้งด้วยการทำอาหารกลิ่นเหม็นหึ่งพวกนี้! จัดการมันเดี๋ยวนี้!"
ถังเจ๋อหันไปมองแม่ด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องเงียบเสียงลง ก่อนจะหันกลับมาหาหลินอิง แล้วหยิบจานเก่าๆ ใบหนึ่งยื่นให้เธอ
"ตักให้ข้า" เขาเอ่ยคำสั่งสั้นๆ ที่ทำเอาทั้งบ้านตกอยู่ในความตื่นตะลึง
ขอบคุณที่ติดตามการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหลินอิงและถังเจ๋อ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะครับ!
สูตรลับเมนูจานโปรดกับยอดเชฟในไร่ร้าง•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับเมนูจานโปรดกับยอดเชฟในไร่ร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
