กลิ่นอентыตัวของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศระดับศูนย์ประชุม ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมกระจกใสบนชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ดูราวกับห้องผ่าตัด มากกว่าจะเป็นสถานที่เจรจาธุรกิจ ศิลาวางแก้วกระดาษลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องอยู่ในความเงียบงันที่จ intentionally ถูกสร้างขึ้นเพื่อกดดัน
ตรงข้ามกับเขาคือรินรดา ทนายความหญิงในชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูป เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ใบหน้ารูปไข่เรียบนิ่งจนเกือบจะไร้ความรู้สึก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบไม่ได้มองมาที่หน้าของเขา แต่มันกำลังกวาดสายตาไล่เรียงดูเอกสารทางกฎหมายหนาเตอะนับร้อยหน้าที่เพิ่งถูกวางลง
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, คุณศิลา" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบแต่ทรงพลัง มันไม่ใช่การขู่ตะคอก แต่มันคือเสียงกิโยตินที่เตรียมพร้อมจะตัดขั้วหัวใจทางอาชีพของเขาได้ทุกเมื่อ "รายงานการตรวจสอบโครงสร้างที่คุณส่งให้กรรมาธิการเมื่อวานนี้... มันมีน้ำหนักมากพอที่จะระงับโครงการ 'แกรนด์ โอเอซิส' มูลค่าหมื่นล้านได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีช่องโหว่ทางเทคนิคมากพอที่จะทำให้คุณกลายเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจระดับชาติได้เช่นกัน"
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง เขารู้จักชื่อเสียงของเธอดี รินรดาคือมือหนึ่งด้านคดีปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ เธอไม่เคยแพ้ในชั้นศาล และวิธีที่เธอโปรดปรานที่สุดคือการใช้ตัวบทกฎหมายที่ซับซ้อนมาบดขยี้คู่ต่อสู้ให้ยอมจำนนโดยไม่ต้องเสียเวลาสู้คดีด้วยซ้ำ
"ผมคิดว่าผมทำตามหน้าที่ของสถาปนิกและจรรยาบรรณที่วิชาชีพพึงมีนะครับ, คุณรินรดา" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "ความจริงเรื่องเสาเข็มรับน้ำหนักที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มันไม่ได้ซ่อนอยู่หลังช่องโหว่ทางกฎหมายที่คุณกำลังพยายามจะเอามาขู่ผมหรอกครับ มันฝังอยู่ใต้ดินลึกลงไปสี่ิบเมตร และสักวันความจริงมันจะพังทะลุพื้นคอนกรีตขึ้นมาเอง"
รินรดาชะงักไปนิดหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะหยุดลงทันที เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย มีความระคนแปลกใจซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของศิลาไม่ได้ดูเหมือนคนโง่ที่เอาไข่ไปกระทบหิน แต่มันคือความนิ่งของคนที่พร้อมจะแตกสลายไปพร้อมกับความถูกต้อง
"ความจริงเหรอคะ?" รินรดาเน้นเสียงต่ำ เธอโน้มตัวไปข้างหนefเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนว Woody โชยปะทะจมูก "คุณคิดว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยความจริงหรือศิลา? โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลข สัญญา และอำนาจต่างหาก พ่อของคุณก็เคยคิดแบบคุณ... และผลลัพธ์ก็คือชื่อเสียงของเขาถูกฝังกลบเอาไว้ใต้ตึกร้างที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง"
คำพูดนั้นทำให้แววตาของศิลาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบถูกขุดขึ้นมาด้วยมือของผู้หญิงคนนี้อย่างแม่นยำ รินรดารู้จักจุดอ่อนของเขา เธอทำการบ้านมาดีเยี่ยม และนั่นคือเหตุผลที่เธอมานั่งอยู่ตรงนี้ในฐานะ 'ผู้ส่งสาร' จากเบื้องบน
"คุณกำลังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือให้พวกเขากลบเกลื่อนความตายที่กำลังจะเกิดขึ้น, รินรดา" ศิลาโน้มตัวกลับไปหาเธอบ้าง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางความคิด "คุณเป็นทนายที่มีสมอง แต่กลับยอมเอาสติปัญญาไปรับใช้คนที่เห็นชีวิตคนอื่นเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ มันคุ้มค่าจริงหรือครับกับความสะดวกสบายบนยอดปิรามิดนั้น?"
"ฉันไม่ได้มารับฟังคำเทศนาคุณเรื่องศีลธรรมค่ะ" รินรดาตัดบท น้ำเสียงของเธอกลับมาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่ถูกสะกิดใจ เธอยื่นเอกสารฉบับหนึ่งเลื่อนข้ามโต๊ะมาให้เขา "นี่คือหมายศาลล่วงหน้า พร้อมกับข้อเสนอจากลูกความของฉัน พวกเขาจะถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาททั้งหมด ถ้าคุณเซ็นชื่อในเอกสารฉบับนี้... ถอนตัวจากการเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ และยอมรับว่ารายงานของคุณมีความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค"
ศิลาก้มมองเอกสารแผ่นนั้น ตัวหนังสือพิมพ์ดีดเรียงรายระบุข้อความที่บีบให้เขาต้องเลือกระหว่างอนาคตของตัวเองกับความปลอดภัยของประชาชนนับพันที่จะต้องเข้ามาอยู่อาศัยในตึกนั้น นิ้วมือของเขากำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"ถ้าผมไม่เซ็นล่ะ?" ศิลาเงยหน้าขึ้นถาม สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"พรุ่งนี้เช้า คุณจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสิบล้านบาท ใบประกอบวิชาชีพของคุณจะถูกแขวน และสำนักงานสถาปนิกเล็กๆ ของคุณจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังจนแทบไม่เหลือแม้แต่เศษอิฐ" รินรดาตอบโดยไม่กะพริบตา แม้คำพูดจะเหี้ยมเกลียว แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับแอบหวังลึกๆ ว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ยอมจำนนเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา
ห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะจับต้องได้ ศิลานิ่งเงียบไปนาน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ๆ รินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทนายความสาวถึงกับต้องกลั้นหายใจ
"คุณบอกว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจ... แต่คุณรู้ไหมครับว่าทำไมตึกที่สร้างบนเสาเข็มสั้น ถึงวันหนึ่งมันถึงทรุดตัวลง?" ศิลาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมปลาบมองเธออย่างมีความหมาย "เพราะมันพยายามซ่อนความจริงเอาไว้ใต้ดินตั้งแต่แรกยังไงล่ะครับ... และเอกสารที่คุณถืออยู่ ก็เป็นแค่กระดาษแผ่นบางๆ ที่หยุดแผ่นดินไหวไม่ได้หรอก"
พูดจบ ศิลาก็หันหลังเดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลเอกสารข้อเสนอแลกล้ำค่าบนโต๊ะนั้นเลยแม้แต่น้อย
รินรดานั่งนิ่งอยู่ลำพังในห้องประชุมที่ว่างเปล่า หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นด้วยจังหวะที่ผิดแปลกไปจากทุกครั้งที่เธอเป็นผู้ชนะในเกม เธอก้มลงมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรรายงานผลกับลูกความตามหน้าที่
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วเรียจะกดโทรออก หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอก็สว่างวาบขึ้นเสียก่อน ด้วยข้อความแจ้งเตือนจากระบบฐานข้อมูลลับของสำนักงานกฎหมาย...
*ไฟล์แนบใหม่: บันทึกเสียงการประชุมลับของคณะกรรมการบริหารโครงการ เมื่อ 3 ปีก่อน — เกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตของวิศวกรอาวุโส 'ศรัณย์'*
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ชื่อนั้น... คือชื่อพ่อของศิลา และคนที่ออกคำสั่งในเสียงบันทึกนั้น คือลูกความคนสำคัญที่สุดของเธอเองในปัจจุบัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปใต้เงาเมืองใหญ่ด้วยกันนะครับ
ใต้เงาผังเมือง: เมื่อความยุติธรรมมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 2
ข้อพิพาทที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาผังเมือง: เมื่อความยุติธรรมมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
