เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดังสะท้อนก้องกبارห้องใต้ดินอันมืดมิด กลิ่นอายของสนิมเหล็กและเศษซากเวทมนตร์ที่ระเหยกลายเป็นไอจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ คิรากรวางดาบยาวในมือลงบนแท่นหินสีดำสนิท ร่างกายของเข็มขัดเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลย้อยตามโครงหน้าคมคาย ดวงตาคู่สีนิลคู่เดิมไม่ได้แสดงความเหน็ดเหนื่อยออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความครุ่นคิดที่ฉายชัดอยู่ภายใน
"อัตราการสึกหรอของโครงสร้างดาบเล่มนี้อยู่ที่สิบสองจุดสี่เปอร์เซ็นต์ครับ นายท่าน" เสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความประมวลผลอันรวดเร็วดังขึ้นจากอากาศว่างเปล่า เอวาในร่างโฮโลแกรมแสงสีฟ้าจางก้าวออกมาจากมุมห้อง นิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าต่างระบบโปร่งใสที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า "หากเราต้องเผชิญหน้ากับกองทัพโครงกระดูกเหล็กกล้าในเขตแดนที่สามีในวันพรุ่งนี้ พลังป้องกันของอาวุธชิ้นนี้จะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์"
คิรากรไม่ตอบทันที เขายกผ้าผืนเก่าขึ้นเช็ดคราบเขม่าบนสันดาบอย่างใจเย็น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนิ่งสงบที่ผ่านการฝึกฝนจนกลายเป็นสัญชาตญาณ
"ปล่อยให้มันลดลงไปสิครับ เอวา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะวางผ้าลง "ในสมรภูิมจริง ไม่มีอาวุธชิ้นไหนคงสภาพสมบูรณ์ไปได้ตลอดหรอก สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การรักษาความสมบูรณ์แบบของวัตถุ แต่เป็นการคำนวณความคุ้มค่าในทุกวินาทีที่มันยังใช้งานได้ต่างหาก"
เอวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาสสีฟ้าใสกระพริบถี่ราวกับระบบกำลังประมวลผลข้อมูลชุดใหม่ที่อยู่นอกเหนือจากตรรกะเดิมที่ถูกป้อนเข้ามา
"ความคุ้มค่า..." AI สาวพึมพำเบาๆ "นั่นคือตัวแปรทางอารมณ์ที่มนุษย์มักใช้ตัดสินใจในยามคับขันสินะคะ... อภัยด้วยครับ ผมเผลอใช้คำลงท้ายผิดพลาดตามฐานข้อมูลเก่าอีกแล้ว" นางแก้ไขคำพูดของตนเองอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ปรับปรุงทีละนิดก็พอ" คิรากรหันกลับมามองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงแผนผังภูมิประเทศของดินแดนรกร้าง แผนที่สามมิติขนาดยักษ์จำลองหุบเขาพันอสูร พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่พวกเขาต้องยึดครองก่อนที่พระอาทิตย์ในโลกเกมนี้จะลับขอบฟ้าในรอบถัดไป
ศึกใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ข้อมูลข่าวกรองที่พวกเขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อในสัปดาห์ก่อนระบุชัดเจนว่า กิลด์พันธมิตรวายุทมิฬได้ส่งกองกำลังแนวหน้าจำนวนห้าร้อยนายเข้ายึดครองจุดยุทธศาสตร์นั้นไว้หมดแล้ว การบุกทะลวงเข้าไปตรงๆ มีแต่จะนำไปสู่ความหายนะ
"นายท่านกำลังคิดจะใช้กลยุทธ์ 'ล่อเสือออกจากถ้ำ' หรือครับ" เอวาเอ่ยถามพร้อมกับเลื่อนหน้าต่างข้อมูลศัตรูขึ้นมาเทียบเคียง "จากสถิติความประพฤติของหัวหน้ากิลด์วายุทมิฬ 'การandร์' เขาเป็นคนใจร้อนและรักศักดิ์ศรี ยุทธวิธีนี้มีโอกาสสำเร็จสูงถึงเจ็ดสิบเอ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์"
"เจ็ดสิบเอ็ดจุดแปดเปอร์เซ็นต์มันสูงเกินไปสำหรับความเป็นจริงครับ เอวา" คิรากรส่ายหน้าช้าๆ เดินเข้าไปใกล้แผนที่สามมิติมากขึ้น ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนจุดที่เป็นหุบเขาแคบ "การ์ดอาจจะใจร้อน แต่รองหัวหน้ากิลด์ของมัน 'โครอน' เป็นนักวางแผนที่รอบคอบ เขาไม่มีทางปล่อยให้กองกำลังทั้งหมดหลุดออกจากค่ายง่ายๆ แน่นอน"
"ถ้าเช่นนั้น... แผนการที่เราวางไว้เมื่อวาน..."
"เราจะเปลี่ยนแผนครับ" คิรากรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วแผนจำลอง "เราจะไม่ล่อเสือออกจากถ้ำ แต่เราจะทำให้ถ้ำนั้นถล่มทับตัวมันเองจากข้างใน"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงกveของกระแสไฟฟ้าจากระบบโฮโลแกรมที่ดังหึ่งๆ เอวาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ภายในระบบประมวลผลของเธอ แม้จะไม่มีหัวใจที่เต้นระทึกเหมือนมนุษย์ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึง 'น้ำหนัก' ของความเด็ดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากตัวตนของคิรากร ชายผู้แบกรับความผิดพลาดในอดีตไว้บนบ่า แต่กลับใช้มันเป็นก้อนหินลับคมปัญญาของตนเองให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
"ผมพร้อมรับคำสั่งแล้วครับ นายท่าน" เอวาโค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าวันแรกที่พวกเขาพบกัน "โปรดระบุขั้นตอนแรกในการปฏิบัติการ"
"พักผ่อนซะก่อนครับ รุ่งอรุณกำลังจะมาถึงแล้ว" คิรากรหันไปมองหน้าต่างบานเล็กที่เผยให้เห็นท้องฟ้าด้านนอก ซึ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น
"แต่นายท่าน..."
"นี่ไม่ใช่คำสั่งของระบบ แต่มันคือคำแนะนำจากผม" คิรากรเอ่ยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่อบอุ่นกว่าทุกครั้ง "เพราะสงครามในวันพรุ่งนี้ เราจำเป็นต้องใช้สมองที่ปลอดโปร่งที่สุด... ทั้งผม และคุณด้วย"
เอวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แสงสีฟ้าบนร่างโฮโลแกรมจะกะพริบตอบรับอย่างนุ่มนวล "รับทราบครับ... ราตรีสวัสดิ์ครับ นายท่าน"
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความเงียบสงบของรุ่งอรุณ คิรากรนั่งหลับตาพิงผนังหิน ทบทวนทุกความเป็นไปได้ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความประมาท เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอช่วยให้จิตใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง
กระทั่งความเงียบงันนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันในโสตประสาท เสียงที่ไม่ได้มาจากระบบภารกิจปกติ แต่เป็นเสียงก้องกังวานที่เยือกเย็นและลึกลับจนน่าขนลุก
[ติ๊ง! ตรวจพบการแทรกแซงจากแหล่งพลังงานภายนอกระบบ]
[คำเตือน: ผู้เล่น 'คิรากร' และ AI-01 ได้ถูกระบุตัวตนโดย 'ผู้ดูแลระบบเงา' (Shadow Administrator)]
[ภารกิจลับระดับ SSS: 'รุ่งอรุณแห่งการพิพากษา' ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ... เงื่อนไข: ภายใน 10 นาทีข้างหน้า หากท่านไม่สามารถถอดรหัสลับของค่ายกลวายุทมิฬได้ พื้นที่ทั้งหมดจะถูกรีเซ็ต และตัวละครของท่านจะถูกลบถาวร]
ดวงตาสสีนิลของคิรากรลืมโพลงขึ้นในทันที ประกายความตกใจฉายผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาขั้นขีดสุด เมื่อหน้าจอสีเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยที่กำลังดังขึ้นเรื่อยๆ จากปากทางเข้าห้องใต้ดิน—เสียงที่ไม่ได้มาจากการบุกรุกของกิลด์วายุทมิฬ... แต่มาจากบางสิ่งที่ทรงพลังกว่านั้นหลายเท่าตัว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะครับ ลอร์ดออฟดาร์กเนส
อัลกอริทึมพยศกับยอดนักวางกลยุทธ์ไร้พ่าย•ตอนที่ 22
รุ่งอรุณก่อนพายุ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพยศกับยอดนักวางกลยุทธ์ไร้พ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!