"เผา... เผาเรือนปีกตะวันตกให้ราบคาบ! อย่าให้มันเหลือแม้แต่เศษกระดูก!"
เสียงกรีดแหลมเล็กของฮูหยินรองจ้าวบาดลึกโสตประสาท ราวกับคมมีดที่กำลังกรีดซ้ำลงบนแผลฉกรรจ์ กลิ่นฉุนกึกของน้ำมันสนและควันไฟที่ผสมผสานกันอย่างน่าสะอิดสะเอียนโชยเข้าจมูก ร้อนผ่าวจนแสบทรวงอก เปลวเพลิงสีแดงฉานโชติช่วงราวกับอสูรกายร้ายที่กำลังอ้าปากกลืนกินทุกสิ่ง ทว่าสิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟในยามนี้ คือความแค้นที่สุมอกของหลินเฟยอวี่
นางมิได้ตาย นางยังไม่ตาย...
ความเจ็บปวดจากการถูกมัดตรึงไว้กับเตียงไม้ในห้องลับใต้เรือน ม่านตาที่เบิกกว้างสะท้อนภาพเปลวไฟที่กำลังเลียไล้คานไม้สลักลวดลายงดงาม เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของน้องสาวต่างมารดาอย่างหลินซือซือยังคงก้องกังวานในโสตประสาท *'พี่ใหญ่ ท่านจงตายไปพร้อมกับความโง่เขลาเถิด ตำแหน่งฮูหยินเอกจวนตระกูลอี้ และอนาคตของรัชทายาท... ข้าจะเป็นผู้ครอบครองเอง!'*
"อัก..."
หลินเฟยอวี่สำลักควันสีดำทึบออกมาคำโต ร่างกายที่เคยอ่อนระโหยโรยแรงบัดนี้กลับถูกปลุกเร้าด้วยสัญชาตญาณแห่งการเอาชีวิตรอดและจิตวิญญาณที่อาบย้อมด้วยโลหิตแห่งความแค้น นางใช้สองมือที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้ากระชากอย่างสุดแรง เกิดเสียงโลหิตหยดหยาดและผิวหนังที่ฉีกขาด แต่นางไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ความแค้นแผดเผาร่างกายจนชาดิ่ง
ในชาติภพก่อน นางคือหมอหญิงผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ นำพาสมุนไพรล้ำค่ามารักษาสรรพชีวิต ทว่าความเมตตาและซื่อตรงกลับกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทง มารดาเลี้ยงผู้ตีหน้าซื่อใจคด น้องสาวผู้สวมหน้ากากดอกบัวขาว และคู่หมั้นผู้ไร้สัจจะ ทั้งหมดร่วมมือกันหยิบยื่นถ้วยยาพิษ และส่งนางเข้าสู่กองเพลิงมรณะแห่งนี้
*สวรรค์... หากท่านยังมีตาไยจึงปล่อยให้คนชั่วลอยนวล หากท่านเมตตาให้ข้าได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครา ข้า... หลินเฟยอวี่ผู้นี้ ขอสาบานต่อหน้ากองเพลิงทมิฬ จะกระชากหน้ากากพวกมันทีละคน และส่งพวกมันลงไปชดใช้กรรมในขุมนรกที่ลึกที่สุด!*
*เคร้ง!*
ราวกับเสียงคำรามจากเบื้องบน โซ่ตรวนเหล็กที่ขึ้นสนิมขาดสะบั้นลงด้วยพละกำลังที่เกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะจินตนาการ หลินเฟยอวี่ดีดตัวลุกขึ้นจากกองเถ้าถ่าน ดวงตาคู่งามที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแสงสีชาดสะท้อนเงาไฟระยิบระยับ นางก้มลงมองมือเรียวบางที่เต็มไปด้วยรอยแผลไหม้ ก่อนจะแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าชวนให้ผู้พบเห็นต้องขนหัวลุก
ในขณะที่เปลวเพลิงกำลังโหมกระหน่ำ ประตูลับด้านหลังห้องที่ควรจะถูกปิดตาย กลับถูกผลักออกด้วยพลังลมอันรุนแรง
"เปรี้ยง!"
เศษไม้กระเด็นกระดอน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยวงก้าวเข้ามา ท่วงท่าสง่างามดั่งพญามัจจุราชที่เดินออกมาจากความมืดมิด กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายแทบหยุดนิ่ง บุรุษผู้มีใบหน้าคมคายหล่อเหลาดั่งหยกสลัก ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต
มู่หรงจ้าน... ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและทรงอำนาจที่สุดแห่งแคว้น ผู้ที่ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าโหดเหี้ยมอำมหิต ไร้หัวใจ เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ สถานที่อัปมงคลแห่งนี้ได้?
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากองเพลิง สายตาคมกริบกวาดมองร่างระหงที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเขม่าควัน แต่วี่แววในแววตานั้นกลับมิใช่ความตกใจ หากแต่เป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก เขาช้าฝ่ามือหนาออกมารับร่างของนางที่ทรุดฮวบลงครึ่งหนึ่งไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง
ไออุ่นจากกายแกร่งปะทะเข้ากับผิวที่หนาวเหน็บของนาง หลินเฟยอวี่เงยหน้าขึ้นสบตาคู่นั้น หัวใจที่ด้านชาพลกระตุกวูบ
"เจ้ากล้าดียังไง... ถึงปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพนี้, หลินเฟยอวี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมไปด้วยความห่วงหาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน
เฟยอวี่มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง นางเอื้อมมือที่เปื้อนควันเขม่าไปแตะที่ปลายคางของท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ผู้นี้อย่างอาจหาญ แววตาคู่คมฉายแววท้าทาย
"หม่อมฉันเพียงแต่... กำลังจะเริ่มจุดไฟเผาผลาญพวกมันคืนต่างหากเล่าเพคะ... ท่านอ๋อง"
มู่หรงจ้านไม่หลบเลี่ยงสัมผัส รอยยิ้มมุมปากของพญามัจจุราชปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดในใต้หล้า เขาก้มกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่สั่นสะเทือนหัวใจ
"เช่นนั้น... เปิ่นหวาง (เรา) จะถือหางธนูให้เจ้าเอง อยากเผาจวนแห่งนี้ให้เป็นจุล หรือจะล้างบางทั้งตระกูล... เชิญเจ้าเลือกตามใจชอบ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบสงัดลง ท่ามกลางเสียงเปรี้ยะของเปลวไฟที่กำลังลุกลาม เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงร้องตื่นตระหนกของบ่าวไพร่ที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้เรือนปีกตะวันตกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะก้าวเข้าถึงประตูห้องลับ เงาร่างขององครักษ์เงาในชุดดำก็ทะยานเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉินอ๋องด้วยท่าทางเร่งรีบ
"เรียนท่านอ๋อง... มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ส่งตรงถึงจวนสกุลหลิน... และ..." องครักษ์ผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย เหลือบตามองหลินเฟยอวี่แวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ราชครูผู้เฒ่าจากหอคัมภีร์หลวง กำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและชำระแค้นไปกับข้า ขอบคุณจากใจจริงครับ
— หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์โอสถพลิกบัลลังก์เลือด อ๋องปีศาจอย่าริอาจขวางทางแค้น•ตอนที่ 1
กลิ่นควันไฟและจิตวิญญาณที่หวนคืน
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์โอสถพลิกบัลลังก์เลือด อ๋องปีศาจอย่าริอาจขวางทางแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
