เสียงเครื่องยนต์สี่สูบที่แผดคำรามฝ่าฝุ่นดินสีแดงฉานไม่ได้ทำให้ผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนระเบียงไม้สักทองสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กใต้ปีกหมวกปานามาจับจ้องรถยนต์ซีดานสีดำคันหรูที่กำลังแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าเรือนใหญ่ มันคือสิ่งแปลกปลอมในดินแดนเถื่อนแห่งนี้ รถราคาแพงที่เคลือบด้วยสีเงาวับช่างขัดหูขัดตากับไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตาและกลิ่นอายสาบโคลนสาบควายเสียเหลือเกิน
ประตูฝั่งคนนั่งเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม รินรดา ก้าวลงมา ส้นสูงแหลมปรี๊ดจมลงไปในดินลูกรังจนเธอต้องนิหน้าเล็กน้อยด้วยความขัดแย้งระหว่างความทะนงตัวกับสภาพแวดล้อม เธอกวาดสายตามองอาณาจักรไร่พยัคฆ์ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความประหม่าและความเด็ดเดี่ยว เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินนับพันไร่ในซองหนังสีน้ำตาลแนบแน่นอยู่ข้างกาย นั่นคืออาวุธเดียวที่เธอพกมาเพื่อสยบเจ้าของที่ดินดิบเถื่อนรายนี้
“เชิญครับ นายท่านรออยู่ข้างบน”
เสียงทุ้มห้วนของลูกน้องคนสนิทดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับเงาดำทาบทับลงมาจนรินรดาต้องสะดุ้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแล้วก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนัก
บนระเบียงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามและรอยสักรูปพยัคฆ์โผนทะยานที่ต้นแขนซ้าย กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด รินรดาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตสบกับนัยน์ตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจชีพจรจะเต้นรัวรากับกลองศึก
“คิดว่าบริษัทอสังหาฯ หน้าเลือดส่งใครมา ที่แท้ก็ส่งดอกไม้ดอกงามมาให้ฉันย่ำเล่นถึงที่นี่สินะ คุณรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากหนายิ่งทำให้เขาดูอันตรายราวกับเสือซุ่มที่รอขย้ำเหยื่อ
“ฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมของคุณค่ะ คุณพยัคฆ์” รินรดายืดอกขึ้น เชิดหน้าสู้ “ฉันมาเพื่อเจรจาเรื่องสัญญาเช่าที่ดินแปลงย่อยทางทิศเหนือที่หมดอายุลง ทางเรามีข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมสามเท่า และหวังว่าคุณจะแสดงความมืออาชีพพอกลับมาเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์เสียที”
พยัคฆ์ไม่ตอบในทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ช้าๆ แต่กดดันราวกับแรงโน้มถ่วงรอบตัวกำลังเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า กลิ่นกายของผู้ชายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ มือหนายื่นออกไปแตะริมซองเอกสารในมือเธอ ปลายนี้วจัตวาที่สากระด้างลากผ่านหลังมือเธอเบาๆ ราวกับจงใจหยอกล้อให้ขนลุกชัน
“เอกสาร... หรือเงินใต้โต๊ะ หรือว่าตัวคุณล่ะ ที่บริษัทพวกนั้นใช้เป็นใบเบิกทาง?” พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ “รู้ไหมว่าที่ดินตรงนั้นไม่ใช่แค่ดินปลูกอ้อย แต่มันคือเขตหวงห้าม และคนที่กล้ามาสั่งให้ฉันเซ็นอะไรกลางถิ่นของฉัน... มักจะไม่ได้กลับออกไปมือเปล่า”
“ถอยไปนะ!” รินรดาผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเรือนไม้ ความตื่นตระหนกวาบขึ้นในแววตาเมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในวงล้อมของเขาโดยสมบูรณ์ ความทะนงตัวเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ใหญ่โตและสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง
พยัคฆ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มือข้างหนึ่งวางทาบบนเสาไม้กั้นทางหนี ปิดตายทุกเส้นทางถอยของหญิงสาว ร่างหนาเบียดชิดจนกลิ่นอายความเร่าร้อนแผ่ซ่านเข้ามาห่อ
“ปากเก่งดีนี่... มาดูกันสิว่าเอกสารในมือคุณ กับความดื้อรั้นของคุณ อย่างไหนมันจะหักคากำมือฉันก่อนกัน”
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพยัคฆ์ก็แผดเสียงทำลายความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน เขาขมวดคิ้วอย่างขัดใจ ละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังหอบสะท้านด้วยความโกรธและตื่นกลัว พยัคฆ์หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในเสี้ยววินาที
“ว่าไง” พยัคฆ์กรอกเสียงห้วน
(นายใหญ่ครับ... ทางเหนือเกิดเรื่องแล้วครับ ไอ้นั่น... คิน มันพาคนบุกเข้าไปเผาโรงงานแปรรูปอ้อยของเราที่โซน B แล้วครับ แถมมันยังทิ้งสาส์นท้าทายไว้ว่า ถ้าอยากได้ที่ดินคืน ให้มาเอาที่ศาลาร้างริมผาคนเดียว)
บรรยากาศบนระเบียงเรือนใหญ่ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างของพยัคฆ์จนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก เขากดตัดสาย ช้าๆ แต่ดวงตาสนิมเหล็กกลับหันมามองเธอนิ่งสนิท—นิ่งจนน่ากลัว
“เปลี่ยนแผนแล้วล่ะ คุณรินรดา” พยัคฆ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดราวกับประกาศิต “ในเมื่อคุณอยากได้ที่ดินตรงนั้นนัก ก็ขึ้นรถกระบะกับผมตอนนี้เลย... เราจะไปสะสางบัญชีเลือดกับศัตรูของคุณและผมพร้อมกันทีเดียว”
ก่อนที่เธอจะทันได้ปฏิเสธ ข้อมือเล็กก็ถูกมือหนาดั่งคีมเหล็กคว้าหมับแล้วลากตัวลงจากเรือนไม้ มุ่งตรงไปยังรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่จอดรออยู่ โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธแม้แต่ครึ่งคำเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
ไร่ดิบเถื่อนกับเชลยเลือดร้อนในหุบเขาพยศ•ตอนที่ 1
กลิ่นดินและอาณัติ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่ดิบเถื่อนกับเชลยเลือดร้อนในหุบเขาพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
