สถาปนิกคิวแน่นกับเชฟมือใหม่ที่หัวใจไม่อยู่กับร่องกับรอย•ตอนที่ 1

แบบแปลนที่วางผิดที่

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นของปูนซีเมนต์ชื้นๆ ผสมกับละอองสีทาบ้านราคาถูก ไม่ใช่สิ่งที่สถาปนิกปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างธันวาควรจะมาทนสูดดมอยู่ตอนบ่ายแก่ๆ แบบนี้ หากไม่ใช่เพราะความรั้นของเขาเองที่ปฏิเสธโปรเจกต์ตึกสูงระฟ้าของครอบครัว เพื่อมาซุกตัวรับงานรีโนเวตตึกแถวเก่าอายุครึ่งศตวรรษให้กลายเป็นร้านอาหารฟายน์ไดน์นีงสุดหรูริมคลองโอ่งอ่าง มือเรียวในถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวตวัดดินสอลงบนกระดาษไข ร่างเส้นโครงสร้างผนังปูนเปลือยที่ควรจะถูกทุบออกเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ แต่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่วิศวกรยืนยันว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว หากแต่เป็น ‘สิ่งแปลกปลอม’ สีฟ้าสดใสที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงกลางห้องครัวจำลอง "คุณเอาเคาน์เตอร์เตรียมอาหารมาไว้ตรงนี้ได้ยังไงคะคุณสถาปนิก? สมองส่วนไหนของคุณที่สั่งให้วางจุดเตรียมเนื้อสัตว์ติดกับเตาไฟร้อนจัดขนาดนั้น แบบนี้เชฟที่ไหนเขาจะขยับตัวได้ หรือคุณกะจะให้ไฟลวกแขนฉันตายคาครัวก่อนร้านเปิดจริงๆ" เสียงใสแต่แหลมคมบาดหูราวกับใบมีดสเตนเลสเกรดเอพุ่งทะลุความเงียบของไซต์งานขึ้นมา ธันวาชะงักมือที่กำลังร่างแบบ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปลดแว่นตากรอบบางออกจากสันจมูกอย่างใจเย็น ทั้งที่เส้นเลือดขมับเริ่มเต้นตุบๆ ด้วยความหงุดหงิด นี่คือครั้งแรกที่ธันวาได้พบกับ ‘คีย์’ เชฟหนุ่มเจ้าของร้านคนใหม่ที่หุ้นส่วนส่งมาประกบเขาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ รูปปรากฏตรงหน้าคือเด็กผู้ชายตัวผอมบางในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนจนเห็นท่อนแขนเรียวขาว สวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท ดวงตากลมโตคู่รั้นจ้องมองเขาด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาตึกนี้ให้เป็นจุล หากแต่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อกลับขยับเถียงฉอดๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อ้าปากหายใจ "ถ้าคุณใช้สายตาสั้นๆ คู่นั้นกวาดมองแปลนภาพรวมให้ดีกว่าการยืนแอ็กท่าถือไม้บรรทัด คุณก็จะเห็นว่าฉันเว้นระยะห่างตามหลักสรีรศาสตร์ของครัวมาตรฐานสากลไว้สามฟุตค่ะ หรือว่าที่โรงเรียนสถาปัตย์เขาไม่ได้สอนเรื่องพื้นที่ใช้สอยเชิงปฏิบัติการ สอนแต่เทคนิคการวาดเส้นสวยๆ หลอกตาคนจ่ายเงินแค่นั้นคะ?" คีย์สวนกลับทันควันโดยไม่รอให้ธันวาได้เอ่ยสักพยางค์เดียว เจ้าตัวก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราวที่เต็มไปด้วยม้วนกระดาษแปลน นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดที่เป็นปัญหาบนกระดาษด้วยท่าทีเอาเรื่อง ดวงตาคมกริบฉายแววเยาะหยันอย่างไม่คิดจะเกรงใจสถาปนิกชื่อดังระดับประเทศที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขาสูงกว่าอีกฝ่ายเกือบหนึ่งช่วงตัว การก้มมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนฮึดฮัดเหมือนแมวขู่ทำให้เขาต้องขบกรามแน่นจนสันนูน ปากร้ายๆ ที่มักใช้จัดการกับพวกผู้รับเหมาจอมตอดเล็กตอดน้อยถูกงัดออกมาใช้ทันที "ถ้าเชฟสมองเพชรอย่างคุณจะกรุณาลดความอวดดีแล้วใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด คุณก็จะรู้ว่าท่อระบายน้ำหลักของตึกนี้มันถูกล็อกตำแหน่งไว้ตรงมุมนั้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าผมย้ายเคาน์เตอร์ตามใจปากแพรพราวของคุณ งบประมาณในการเดินระบบประปาใหม่จะบานปลายไปอีกสามแสน และที่สำคัญที่สุด... มันจะทำให้ตึกนี้ทรุดเพราะคุณอยากได้ครัวกว้างๆ ไว้โชว์ลีลาสะบัดกระทะบ้าบออะไรนั่น" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกถ้อยคำคมกริบและบาดลึกจนคนฟังหน้าชา คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวจนแก้มใสขึ้นสีแดงจัด "นี่คุณ! พูดจาให้มันดีๆ นะคะ! ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อยืนเถียงเรื่องท่อประปาไร้สาระกับสถาปนิกเจ้าระเบียบที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในกะลาหรอกนะ! ร้านนี้คือความฝันทั้งชีวิตของฉัน และถ้าคุณออกแบบครัวที่ใช้งานจริงไม่ได้... เราก็จบกันแค่นี้!" "เชิญครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคุณไม่ได้ฟังคำว่า 'ครับ' จากปากผมอยู่แล้วนี่นะ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ "เชิญคุณไปฟ้องหุ้นส่วนแล้วหา Sapa-nit คนใหม่ที่ยอมก้มหัวให้ความเอาแต่ใจของคุณเถอะครับคุณเชฟ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าหาไม่ได้ง่ายๆ หรอก คนที่ยอมทนความปากจัดของคุณน่ะ" บรรยากาศในห้องโล่งๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงกลับอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ระยะห่างระหว่างพวกเขายืนอยู่ใกล้กันเสียจนธันวาได้กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเลมอนที่ติดตัวอีกฝ่ายมา มันเป็นกลิ่นสะอาดสดชื่นที่ขัดกับวาจาเผ็ดร้อนเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว คีย์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด มือเล็กกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว ไม่มีใครยอมหลบตาใคร ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันในระยะประชิด ธันวามองสำรวจใบเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ ก่อนที่มุมปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย "ถ้าคิดจะล้มเลิกก็เชิญเก็บของกลับบ้านไปซะตอนนี้เลยครับ..." ธันวาจงใจโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็กกว่า เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยความเย้าแหย่ "เพราะถ้าคุณยังยืนดื้ออยู่ตรงนี้ต่อ... ผมอาจจะไม่ได้เถียงกับคุณด้วยคำพูดอย่างเดียวแล้วนะ" คีย์สะดุ้งสุดตัวเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำผิดจังหวะจนควบคุมไม่อยู่ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เชฟหนุ่มอ้าปากจะสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามนิสัย ทว่ายังไม่ทันที่คำด่าทอชุดใหญ่จะหลุดออกจากริมฝีปากอิ่ม เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นตรงบันไดไม้เก่าแก่ที่กำลังซ่อมแซม พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของรุ่นพี่ตัวดีที่เอ่ยขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน "อ้าว... ดูท่าทางพวกเธอสองคนจะเข้ากันได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้นะเนี่ย" ธันวาผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว สีหน้าเรียบเฉยกลับมาสวมทับไว้ทันทีที่หันไปมองผู้มาใหม่ คีย์เองก็รีบก้าวถอยหลังไปอีกทาง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเคืองโกรธปนความกระดากอายที่ถูกจับภาพความใกล้ชิดเมื่อครู่ไว้ได้ทัน ทว่า... เมื่อสายตาของธันวาหันไปมองข้ามไหล่ของรุ่นพี่วินไปยังบุคคลที่สามซึ่งก้าวตามขึ้นมาสมทบด้านหลัง แววตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มก็แข็งค้างลงในทันที ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในสูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาในไซต์งาน พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ธันวาจดจำได้ไม่มีวันลืม... พ่อของเขาเอง ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "หมอกไม้ไผ่" หวังว่าจะหลงรักความพยศและเคมีที่ปะทะกันของคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกคิวแน่นกับเชฟมือใหม่ที่หัวใจไม่อยู่กับร่องกับรอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%