ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 28

วิกฤตของความรู้สึก

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้ามึงจะเก็บมันไว้ได้ดีขนาดนี้ ทำไมไม่เผามันทิ้งไปเสียตั้งแต่วันที่เริ่มรู้สึกวะริน?" เสียงของมินตราไม่ได้แหลมสูงจนน่ารำคาญ แต่มันกลับกรีดลึกราวกับใบมีดที่ฝังลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา บนโต๊ะไม้สีเข้มนั้น สมุดบันทึกเล่มหนาที่ถูกปกปิดด้วยสมุดจดงานสีสุภาพถูกวางเปิดค้างไว้ ตรงหน้าของมินตราคือลายมือบรรจงที่รินรดาเฝ้าเขียนถ้อยคำสารภาพผิดมาตลอดสิบปี รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอเพิ่งกลับมาจากห้องน้ำเพียงไม่กี่นาที แต่สิ่งที่เฝ้าระวังมาตลอดทศวรรษกลับพังทลายลงในพริบตา มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเพื่อนสนิทที่กำลังมองเธอด้วยสายตาเวทนาปนสมเพช "มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเผา... แต่มันคือสิ่งที่ฉันไม่มีวันจะเปิดเผย" รินรดาตอบเสียงสั่น พยายามควบคุมลมหายใจที่เริ่มติดขัด "งั้นเหรอ? แล้วนั่นอะไร" มินตราบุ้ยปากไปยังประตูห้องที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพุ่งตัวไปที่ประตูด้วยสัญชาตญาณ ทว่าร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูนั้นกลับทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน คินทร์ยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นที่เธอมองเห็นมาตลอดสิบปีในฐานะ 'เพื่อนสนิท' บัดนี้มันว่างเปล่าจนเธออ่านไม่ออก "คินทร์..." เสียงของรินรดาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่กำลังจะมอดดับ คินทร์ไม่ได้ตอบเขาทันที เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยของเขามันช่างโหดร้ายในเวลานี้ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันที่เคยเป็นเส้นแบ่งของคำว่า 'เพื่อนที่ดีที่สุด' บัดนี้มันช่างดูห่างไกลเหลือเกิน "บันทึกเล่มนั้น..." คินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนไร้อารมณ์ "มันเขียนถึงฉัน... ตั้งแต่วันที่งานโรงเรียนตอนมอปลายงั้นหรือ?" รินรดาอยากจะปฏิเสธ อยากจะโกหกให้เนียนที่สุด แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผยต่อหน้าเขามันทำให้ลำคอของเธอตีบตัน เธอได้แต่พยักหน้าช้าๆ หยดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นมาตลอดสิบปีเอ่อล้นออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ "ทำไมริน..." คินทร์ถามต่อ คราวนี้เสียงของเขาเริ่มสั่น "ทำไมถึงเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้กับคนที่... คนที่ทำลายหัวใจของเธอด้วยการทำตัวงี่เง่าใส่มาตลอดหลายปี" "เพราะฉันกลัว..." รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอสั่นระริก "ฉันกลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันพูดมันออกไป แล้วนายรับไม่ได้... ฉันจะเสียเพื่อนที่ฉันรักที่สุดไป ฉันยอมทนเจ็บปวดกับการแอบรัก ดีกว่าต้องสูญเสียคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปจริงๆ คินทร์" คินทร์ชะงักไป เขามองดวงตาที่แดงก่ำของหญิงสาวตรงหน้า ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดสิบปีไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขา ทุกครั้งที่เขามีปัญหา ทุกครั้งที่เขาทะเลาะกับแฟนเก่า ทุกครั้งที่เขาล้มเหลว รินรดาคือคนที่อยู่ตรงนั้นเสมอ เขาเคยคิดว่านั่นคือความใจดีของเพื่อน แต่ในวินาทีนี้ ทุกการกระทำเหล่านั้นมันตีความหมายใหม่ได้เพียงอย่างเดียว... ความรัก "เธอไม่ได้แค่อดทนนะริน..." คินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของพวกเขาชิดกัน เขายกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่เขากลับชะงักมือกลางอากาศ "เธอเรียกสิ่งนี้ว่าความเห็นแก่ตัวของคนที่แอบรักต่างหาก ที่เลือกจะเก็บงำความจริงไว้เพื่อสร้างความสบายใจให้ตัวเอง โดยไม่สนเลยว่าฉัน... คนที่โง่เง่าที่สุดคนนี้ จะรู้สึกอย่างไรที่เพิ่งมารู้ความจริงเอาในวันที่สายเกินไป" มินตราที่เห็นท่าทีของทั้งคู่จึงตัดสินใจถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ เธอรู้ดีว่านี่คือสมรภูมิที่ไม่มีใครแทรกแซงได้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง คินทร์มองรินรดาด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความสับสนในใจของเขากำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ เขาไม่รู้ว่าควรจะโกรธที่เธอหลอกเขามาตลอด หรือควรจะเจ็บปวดที่ตัวเองมองไม่เห็นความรักนั้น "ถ้าวันนี้ฉันไม่เข้ามาที่นี่..." คินทร์ถามต่อ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า "เธอจะเก็บมันไว้ถึงเมื่อไหร่? จนวันที่ฉันแต่งงานกับคนอื่นงั้นหรือ?" รินรดาสะอื้นจนตัวโยน เธอไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร คำถามของเขาจี้จุดที่เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ความสัมพันธ์ที่ถักทอมาสิบปี กำลังจะขาดสะบั้นลงในค่ำคืนนี้ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของคินทร์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน จอแสดงชื่อ 'ปลายฝน' หญิงสาวที่คินทร์เพิ่งตกลงคบหาด้วยเมื่อเดือนก่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ คินทร์ก้มมองโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของรินรดาที่ยังคงนองไปด้วยน้ำตา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสายต่อหน้ารินรดาด้วยแววตาที่เย็นชาขึ้นกว่าเดิม "ครับฝน... ผมกำลังจะกลับครับ... ไม่ต้องรอหรอกครับ... อ๋อ พอดีรินเขามีเรื่องปรึกษานิดหน่อย... ครับ ผมจะรีบไป" คินทร์วางสายแล้วหันมามองรินรดาเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความเห็นใจกลายเป็นความเย็นชาที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน "ลืมเรื่องบันทึกเล่มนั้นไปเสียเถอะริน... ถือว่าเราไม่เคยรู้เรื่องนี้กันทั้งคู่" เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ลังเล รินรดาทรุดตัวลงกับพื้นเย็นเยียบของห้องทำงาน ความลับที่ถูกเปิดเผยไม่ได้นำพาความสุขมาให้ แต่มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบที่เธอหวาดกลัวที่สุด เมื่อเสียงประตูปิดลง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าห้องอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงเดินจากไปของคินทร์ แต่เป็นเสียงของ 'มินตรา' ที่กลับเข้ามาพร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้รินรดาหัวใจหยุดเต้น "ริน... มึงต้องรู้เรื่องนี้... คินทร์เขารู้มาตั้งแต่วันแรกแล้วว่ามึงแอบรักเขา... เขาแค่อยากจะดูว่ามึงจะทนได้นานแค่ไหน" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสัมผัสความรู้สึกนี้ไปกับสายลมแผ่วเบาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%