คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80•ตอนที่ 1

ฟื้นจากกองเพลิง

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"เซ็นชื่อซะ! อย่ามาทำเป็นไขสือ นาทีทองของบ้านเราไม่ได้มีไว้รอคนหัวแข็งอย่างแก!" เสียงตบโต๊ะไม้สนลั่นเปรี๊ยะ พร้อมกับกระดาษสัญญาซื้อขายที่ถูกผลักไสมาตรงหน้า จนมุมกระดาษเกือบจะบาดถูกปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทา พรรณรายกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่า ผสมผสานกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหล้าขาวและกลิ่นเหงื่อไคลที่ลอยคละคลุ้งในห้องรับแขกคับแคบนี้ ทำให้สมองของเธอกระชากกลับมาจากความมืดมิดอันยาวนาน ความเจ็บปวดจากการถูกผ่าตัดในห้องปลอดเชื้อครั้งสุดท้ายยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึก แต่วินาทีนี้ สิ่งที่สัมผัสอยู่ใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่พื้นกระเบื้องเคลือบโรงพยาบาล หากเป็นพื้นไม้กระดานเก่าๆ ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่มีน้ำหนักกดทับ พรรณรายก้มมองมือของตนเอง... นี่ไม่ใช่เรียวนิ้วของศัลยแพทย์ผู้ถือมีดผ่าตัดมูลค่าหลักล้าน แต่มันคือมือที่หยาบกร้าน มีรอยแผลเป็นจางๆ และคราบดินฝังอยู่ตามซอกเล็บ มือของเด็กสาววัยย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีที่ต้องหลังขดหลังแข็งทำนาแล้งมาทั้งชีวิต *เธอย้อนเวลากลับมาจริงๆ สินะ... กลับมาในวันที่นรกโลกันต์บนดินกำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ* "นังราย! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง? ปู่กับลุงอุตส่าห์หาคนซื้อที่ดินผงาดฟ้าแปลงนั้นได้ในราคาตั้งสามร้อยหยวน แกแค่ใช้นิ้วแปะรอยนิ้วมือลงไป เงินก้อนนี้ก็จะช่วยปลดหนี้การพนันให้พี่ใหญ่ และเป็นสินสอดแต่งงานให้น้องรองได้ แกควรจะดีใจจนเนื้อเต้นด้วยซ้ำที่ยังมีประโยชน์ให้ครอบครัวตระกูลพงศ์ไพศาลได้ใช้วันตาย!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ 'กิมลั้ง' ดังทะลุแก้วหู ใบหน้าที่อัดแน่นด้วยแป้งผัดหน้าถูกบิดเบี้ยวด้วยความโมโห ดวงตาตี่รีจ้องมองเธอราวกับกำลังมองสินค้าชิ้นหนึ่งที่กำลังจะขายออก พรรณรายเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสั่นระริกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ภายใต้ร่างกายที่ผอมบางและอ่อนแอ ดวงจิตที่เคยผ่านการแบกรับความเป็นความตายของมนุษย์บนเตียงผ่าตัดมานับไม่ถ้วนกำลังตื่นขึ้น ในอดีตชาติ... เธอยอมจำนนต่อคำลวง ยอมกดรอยนิ้วมือลงบนกระดาษแผ่นนี้ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าครอบครัวจะเห็นใจ สุดท้ายที่ดินผืนสุดท้ายถูกขายเพื่อเอาเงินไปละลายทิ้ง แม่ของเธอกรำงานหนักจนตรอมใจตาย ส่วนตัวเธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับคนแก่ขี้เหล้าเพื่อแลกกับค่าสินสอดสองร้อยหยวน ชีวิตของเธอพังทลายลงในวัยเบญจเพส แต่วันนี้... ประวัติศาสตร์หน้าอุบาทว์นี้จะต้องถูกฉีกทิ้ง พรรณรายค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ที่โยเย แรงกดดันแผ่ออกมาจากร่างผอมบางโดยไม่รู้ตัว จนลุงใหญ่ 'ก๊กชุน' ที่นั่งสูบไปป์หน้าตาถมึงทึงอยู่หัวโต๊ะถึงกับชะงัก ควันสีเทาคลุ้งกระจายออกจากปากผู้เป็นลุงที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ "แกมองหน้าฉันด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไง นังหลานอกตัญญู?" ก๊กชุนกระแทกไปป์ลงกับขอบโต๊ะจนเศษยาเส้นกระจาย "อย่าลืมนะว่าข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยดที่แกกินมาจนโตป่านนี้ ก็มาจากข้าวในนาของตระกูลเรา!" "ข้าวในนาของตระกูล?" พรรณรายทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่หาดูได้ยาก "ลุงใหญ่ครับ... ตั้งแต่พ่อแม่ฉันเสียไปเมื่อสิบปีก่อน ที่ดินผืนนั้นสิบเอ็ดไร่ ใครเป็นคนไถหว่าน? ใครเป็นคนเกี่ยวข้าวส่งเข้ายุ้งฉางของบ้านเราทุกฤดูหนาว? หรือว่ามือหยาบกร้านของพวกท่านเป็นคนลงไปลุยโคลนตมเอง?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ กิมลั้งอ้าปากค้าง ส่วนก๊กชุนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอายที่ถูกเด็กสาวตบหน้ากลางวง "นัง... นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ แกกล้าเถียงผู้ใหญ่รึ?!" กิมลั้งปรี่เข้ามาหมายจะหยิกเนื้อที่ต้นแขนของพรรณรายเพื่อสั่งสอนเหมือนเช่นเคย แต่ทว่า... มือที่พุ่งเข้ามากลับคว้าได้เพียงอากาศ พรรณรายขยับตัวหลบอย่างรวดเร็วดุจปลาไหล แรงเหวี่ยงทำให้กิมลั้งเสียหลักเซถลาไปชนกับชั้นวางของจนถ้วยชามเซรามิกราคาถูกร่วงลงมาแตกกระจายเสียงดังเพล้ง! "โอ๊ย! นังลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ แกกล้าทำร้ายฉันรึ?!" กิมลั้งกรี๊ดลั่น เอามือกุมสะโพกที่กระแทกขอบโต๊ะ "ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะ!" น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจพรั่งพรูออกมาจากลำคอของพรรณราย มันไม่ใช่เสียงของเด็กสาวชาวนาที่ยอมให้รังแกอีกต่อไป แต่เป็นน้ำเสียงของศัลยแพทย์ผู้เคยชี้เป็นชี้ตายบนโต๊ะผ่าตัด บรรยากาศรอบตัวกดดันจนก๊กชุนถึงกับผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว "บ้านของแกงั้นเรอะ? โฉนดที่ดินยังอยู่ชื่อปู่ของแก! ที่นี่คือบ้านของตระกูลพงศ์ไพศาล!" ปู่ชัชวาลย์ ผู้ชราภาพที่นั่งเงียบมานาน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจ ดวงตาฝ้าฟางจ้องเขม็งมาที่หลานสาว "รายรัก... แกอย่ามาทำตัวก้าวร้าวต่อหน้าผู้ใหญ่ สมบัติพวกนี้ผู้ชายในบ้านต้องเป็นคนจัดการ แกเป็นแค่ผู้หญิง ออกเรือนไปก็คือน้ำที่สาดออกนอกบ้าน เซ็นชื่อซะ แล้วทุกอย่างจะจบด้วยดี" พรรณรายหันไปมองชายชราผู้มีศักดิ์เป็นปู่ สายตาที่เธอมองไปยังเขานั้นไร้ซึ่งความเคารพรัก มีเพียงความสมเพชเวทนา "น้ำที่สาดออกนอกบ้านอย่างงั้นเหรอครับ?" พรรณรายก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ ช2 มือหยิบสัญญาซื้อขายขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ก่อนจะฉีกมันออกเป็นสองส่วน... สามส่วน... และฉีกขยี้มันจนแหลกละเอียดต่อหน้าต่อตาคนทั้งบ้าน! *แคว่ก! แคว่ก! แคว่ก!* เสียงกระดาษขาดวิ่นเปรียบเสมือนเสียงระเบิดที่ทำลายความอดทนของทุกคนในห้อง กิมลั้งกรีดร้องราวกับคนเสียสติ ก๊กชุนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "นังสารเลว! แกกล้าทำลายสัญญาเรอะ! วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายคาบ้านแน่!" ก๊กชุนคว้าท่อนไม้ฟืนข้างเตาผิงเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะฟาดลงมากลางศีรษะของหญิงสาว พรรณรายไม่หลบหนี เธอยืนนิ่ง สายตาสบกับผู้เป็นลุงอย่างไร้ความหวาดกลัว ในหัวสมองคำนวณระยะห่างและความเป็นไปได้ในการหลบหลีกอย่างแม่นยำ แต่วินาทีที่ท่อนไม้กำลังจะเหวี่ยงลงมานั้นเอง— *โคร้ม!* ประตูไม้หน้าบ้านถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนบ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความดุดันและสนามรบแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ใบหน้าคมคายมีแผลเป็นยาวจากขมับพาดผ่านแก้มซ้าย ดวงตาดุคมกริบกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ร่างของศิลาก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของก๊กชุนที่ถือท่อนไม้ไว้ได้อย่างแม่นยำ บิดเพียงนิดเดียวจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบาๆ พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด "อ๊าก! มือฉัน! ใครวะ... แกเป็นใคร?!" ก๊กชุนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ศิลาไม่สนใจเสียงโอดครวญ เขาปัดท่อนไม้ในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนบังร่างของพรรณรายไว้ครึ่งตัว ร่างกายกำยำแผ่รัศมีปกป้องอย่างชัดเจน เขากวาดสายตาดุร้ายมองหน้าคนในตระกูลพงศ์ไพศาลทีละคนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "สามีตามกฎหมายของเธอ... และถ้าใครยังกล้าแตะต้องยายหนูอีกแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ผมจะทำให้ตระกูลนี้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่" พรรณรายเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจที่ด้านชามานานกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินประโยคนี้... ศิลา? สามีสายซัพพอร์ตที่เธอเคยผลักไสในอดีตชาติ เขากลับมาปกป้องเธอในวินาทีที่วิกฤตที่สุดอย่างไม่ลังเล -------------------------------------------------- **[Micro-twist / Cliffhanger Hook]:** ท่าonท่ายตื่นตะลึงของคนในบ้านและการปรากฏตัวของศิลา ยังไม่น่าตกใจเท่ากับเสียงรถจี๊ปทหารที่เบรกเอี๊ยดลงหน้าบ้าน พร้อมกับทหารติดอาวุธอีกหลายนายที่กระโดดลงมาล้อมรอบบริเวณฟาร์ม พร้อมกับเอกสารตราครุฑสีแดงสดที่เจ้าหน้าที่ยื่นให้ศิลา พร้อมคำรายงานที่ทำให้ทุกคนหน้าถอดสี— *"ผู้กองครับ ทางการอนุมัติโฉนดที่ดินแปลงพิพาททั้งหมด คืนให้ภรรยาของคุณตามสิทธิ์แล้วครับ!"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปพร้อมกับผมในตอนแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ *– หมอภัทรแก้ไขชะตา –*
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้ถูกทิ้งกับวิถีฟาร์มแห่งศตวรรษที่ 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%