บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 25

เสียงเรียกจากเมืองกรุง

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"กลับมาเถอะธันวา... ตำแหน่งเดิม เงินเดือนที่เธอเรียกได้ตามใจชอบ และโปรเจกต์ที่เธอเคยบอกว่ามันคือ 'ความฝัน' ของเธอ ตอนนี้มันรอแค่คนอย่างเธอไปปัดฝุ่นเท่านั้น" เสียงจากปลายสายของ ‘คุณศิริน’ อดีตเจ้านายผู้ทรงอิทธิพลในวงการครีเอทีฟเมืองกรุง ยังคงก้องกังวานอยู่ในหูของฉัน แม้ฉันจะกดวางสายไปได้พักใหญ่แล้วก็ตาม ฉันวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าในร้านหนังสือของคุณยายละมุน หน้าจอที่เคยดับมืดไปแล้วสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ อีก แต่มันกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินวางทับอยู่กลางอก ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่เต็มไปด้วยหยดน้ำค้างเกาะพราว—ไม่ใช่เพราะฝนตก แต่เป็นเพราะความชื้นของไอหมอกในยามสายที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้แตกต่างจากไอร้อนคละคลุ้งของกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง "น้ำชาเย็นชืดหมดแล้วนะแม่คุณ" เสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวลของคุณยายละมุนดังขึ้นพร้อมกับเสียงวางถ้วยเซรามิกใบใหม่ลงตรงหน้า ท่านไม่ได้ถามว่าใครโทรมา แต่แววตาที่มองผ่านแว่นสายตากรอบหนานั้นอ่านออกทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าใคร ท่านรู้... ท่านรู้เสมอว่าเวลาที่ฉันเงียบผิดปกติ มันไม่ใช่เพราะฉันกำลังใช้ความคิด แต่มันคือการปะทะกันอย่างรุนแรงของสองโลกในหัว "คุณศิรินโทรมาค่ะยาย" ฉันเอ่ยออกมาเบาๆ ราวกับกลัวว่าคำพูดนั้นจะปลิวหายไปกับอากาศ "ท่านบอกว่า... โปรเจกต์ที่หนูเคยทิ้งไว้ มันกำลังจะเริ่มต้นใหม่ และท่านต้องการให้หนูไปเป็นคนคุมทัพ" คุณยายละมุนไม่ตอบในทันที ท่านค่อยๆ หยิบหนังสือปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิด บรรจงกรีดนิ้วไปตามหน้ากระดาษอย่างทะนุถนอม "แล้วธันวาตอบไปว่าอย่างไรล่ะคะ?" "หนูบอกว่าหนูขอเวลาคิดค่ะ" ฉันแค่นหัวเราะกับตัวเอง เสียงของฉันสั่นเครือโดยไม่ตั้งใจ "ทั้งที่คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ? ชีวิตที่นี่... ความเรียบง่ายที่หนูโหยหา ความสงบที่หนูใช้เวลาตั้งหลายเดือนกว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้ แล้วทำไม... ทำไมมือของหนูถึงยังสั่นตอนที่มองเบอร์โทรศัพท์สายนั้น" ความทรงจำในอดีตพรั่งพรูเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ภาพการประชุมที่ดุเดือด กาแฟรสขมก้นแก้วที่ดื่มต่างน้ำเพื่อประทังความง่วงในคืนที่ต้องปั่นงานจนเช้า เสียงกดคีย์บอร์ดที่ประสานกันเป็นจังหวะแห่งความทะเยอทะยาน ฉันเคยรักมัน... ใช่ ฉันเคยรักความรู้สึกที่ตัวเองเป็นเฟืองสำคัญในเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็จำได้ดีถึงอาการ 'หายใจไม่ออก' ในเช้าวันจันทร์ที่ฉันตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้วขับรถมุ่งหน้ามาที่นี่ "ธันวาคะ" คุณยายละมุนเรียกชื่อฉันเบาๆ "คนเรามักจะคิดว่าการกลับไปในที่ที่เคยคุ้นเคย คือการหวนคืนสู่บ้าน แต่บางครั้ง... มันอาจเป็นการเดินย้อนกลับลงไปในหลุมเดิมที่เคยตกลงไปแล้วก็ได้นะคะ" "แต่หนูอาจจะเก่งขึ้นแล้วก็ได้นี่คะยาย? ครั้งนี้หนูอาจจะรับมือกับมันได้ดีกว่าเดิม ไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้จนพังทลายเหมือนตอนนั้น" ฉันพยายามโต้แย้ง แม้จะรู้ว่านั่นคือคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด "ลองถามหัวใจตัวเองดูสิคะว่า ที่อยากกลับไปเพราะ 'คิดถึงเนื้องาน' หรือเพราะ 'กลัวการไม่ได้เป็นคนสำคัญอีกต่อไป'" ประโยคนั้นของคุณยายเหมือนลูกธนูที่พุ่งตรงเข้ากลางใจ ฉันนิ่งงัน ความเงียบในร้านหนังสือดูจะทวีความกดดันขึ้นเป็นทวีคูณ เสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังดังก้อง ราวกับมันกำลังนับถอยหลังสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งปีของฉัน ฉันหมุนโทรศัพท์ในมือไปมา ความลังเลมันกัดกินหัวใจจนฉันรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเอง ฉันลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นหนังสือเก่า พยายามมองหาคำตอบจากตัวอักษรเหล่านั้น แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยของความกังวล ฉันไม่ได้ต้องการชีวิตที่วุ่นวายนั้นแล้วจริงๆ ใช่ไหม? หรือฉันแค่กลัวว่าถ้ากลับไป ฉันจะสูญเสีย 'ตัวตน' ที่พยายามค้นพบที่นี่ไปตลอดกาล ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศร้านหนังสือเก่าๆ ก้าวเข้ามาในร้าน เขาดูรีบร้อนและตื่นตระหนก สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่ฉัน "คุณธันวาครับ... ผมมาตามคำสั่งของคุณศิริน" เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางบนโต๊ะหน้าฉัน "ท่านบอกว่าถ้าคุณไม่รับสายหรือไม่ยอมตัดสินใจภายในวันนี้ ให้ผมยื่นสิ่งนี้ให้คุณด้วยตัวเอง เพราะนี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมคุณต้องกลับไปในเย็นนี้" ฉันมือสั่นขณะเอื้อมไปรับซองเอกสารนั้น เมื่อเปิดออกดู สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่สัญญาจ้างงานอย่างที่คาดคิด แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนทันที ในรูปนั้น... คือคนที่ฉันพยายามหนีห่างมากที่สุด และเขากำลังยืนอยู่หน้าบ้านหลังเก่าที่ฉันจากมา ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความทรงจำไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%