“คุณธันวาคะ นี่คือโอกาสที่คุณรอมาตลอดสามปี บริษัทข้ามชาติชื่อดังระดับโลกกำลังรอคำตอบจากคุณอยู่ ถ้าคุณปฏิเสธตอนนี้ คุณจะเสียมันไปตลอดกาล คิดดูให้ดีนะคะว่าอนาคตที่มั่นคงกับความติสต์แตกที่คุณอ้างว่ากำลัง ‘ค้นหาตัวเอง’ อะไรมันสำคัญกว่ากัน”
น้ำเสียงเฉียบขาดของหัวหน้าแผนกดังสะท้อนอยู่ในห้องประชุมที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ธันวานั่งกุมมือตัวเองแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด บนโต๊ะตรงหน้าคือสัญญาจ้างงานในฝันที่เคยเป็นเป้าหมายสูงสุดของเธอ แต่ในวินาทีนี้ กระดาษแผ่นนั้นกลับดูเหมือนกรงขังที่กำลังหดตัวลงทุกขณะ
“ดิฉันคิดมาดีแล้วค่ะ” ธันวาเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่น เธอเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง “สามปีที่ผ่านมา ดิฉันพยายามเป็นคนที่บริษัทต้องการมาโดยตลอด จนดิฉันลืมไปแล้วว่าจริงๆ แล้วคนคนนี้ที่กำลังนั่งหายใจอยู่ตรงหน้าคุณ... คือใครกันแน่”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง หัวหน้าของเธอแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปิดแฟ้มเอกสารเสียงดังสนั่น
“งั้นก็เชิญไปหาตัวเองให้พอใจเถอะค่ะ แต่อย่าหวังว่าจะมีที่ยืนให้คุณในสายงานนี้อีก”
ธันวาเดินออกมาจากตึกสูงเสียดฟ้าด้วยหัวใจที่เบาหวิวราวกับขนนก เธอไม่ได้รู้สึกถึงความเสียดายอย่างที่ใครๆ คาดการณ์ไว้ ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกเหมือนเพิ่งถอดรองเท้าส้นสูงที่บีบรัดเท้ามาตลอดหลายปีทิ้งไป แต่ในขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าออกจากประตูหมุนของอาคาร ความรู้สึกบางอย่างที่คอยตามหลอกหลอนเธอก็เด่นชัดขึ้น—ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลัง ‘จ้องมอง’ เธอจากมุมมืด
เธอไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่เลือกที่จะเดินลัดเลาะไปตามตรอกเล็กๆ เพื่อมุ่งหน้าไปหาร้านหนังสือเก่าของคุณยายละมุน กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นกาแฟจางๆ ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในใจได้เสมอ
“วันนี้ใบหน้าหนูดูเหมือนคนเพิ่งผ่านสนามรบมาเลยนะจ๊ะ” คุณยายละมุนเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากหนังสือในมือ ท่านไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับเลื่อนถ้วยชาอุ่นๆ มาวางตรงหน้าธันวา
“ธันวาเพิ่งปฏิเสธงานที่เคยเป็นความฝันมาตลอดค่ะยาย” เธอเอ่ยพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ ความอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย “แปลกนะคะ ทั้งที่มันคือสิ่งที่เคยอยากได้ แต่พอวินาทีที่กำลังจะเอื้อมมือไปคว้า ธันวากลับรู้สึกกลัว... กลัวว่าถ้าคว้ามันไว้ ตัวตนที่เหลืออยู่น้อยนิดของธันวาจะหายไปจนหมด”
คุณยายละมุนวางหนังสือลง แล้วจ้องมองนัยน์ตาของธันวาด้วยความเมตตา “การปฏิเสธสิ่งที่เราเคยใฝ่ฝัน ไม่ใช่ความล้มเหลวนะคะธันวา มันคือการ ‘เลือก’ ที่จะซื่อสัตย์กับตัวเองต่างหาก แต่จงจำไว้อย่างหนึ่งนะ คนที่กล้าปฏิเสธสิ่งที่โลกบอกว่าดี เพื่อรักษาหัวใจตัวเองเอาไว้ มักจะกลายเป็นเป้าหมายของคนที่ไม่ได้ต้องการให้ใครมีความสุขกับอิสรภาพ”
คำพูดของคุณยายทิ้งปริศนาไว้ในใจธันวา เธอหยิบสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเก่าขึ้นมาเปิดดู มือของเธอหยุดอยู่ที่หน้าที่เธอเพิ่งเขียนทิ้งไว้เมื่อคืน—ข้อความที่เกี่ยวกับความลับของบริษัทที่เธอเผลอไปเห็นเข้าโดยบังเอิญในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนลาออก
ในขณะที่ธันวากำลังจะพลิกหน้ากระดาษถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่สะท้อนผ่านกระจกหน้าร้าน มันเป็นชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน เขายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่นัยน์ตาคู่นั้นที่จ้องมองผ่านกระจกเข้ามาหาเธอนั้น... มันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินผ่านมา
มือของธันวาสั่นระริก เธอรีบปิดสมุดบันทึกสีน้ำตาลลงทันที แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็แผดเสียงดังขึ้น มันเป็นเบอร์ที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อปรากฏ แต่มีข้อความสั้นๆ เด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
‘คุณคิดว่าคุณปฏิเสธงานได้ แต่คุณไม่มีทางปฏิเสธสิ่งที่อยู่ในสมุดเล่มนั้นได้หรอก... ธันวา’
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองกระจกหน้าร้านอีกครั้ง แต่ชายชุดดำคนนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงเศษกระดาษใบหนึ่งที่เสียบไว้ตรงที่ปัดน้ำฝนของรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านของยายละมุน บนกระดาษแผ่นนั้นมีลายมือที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—มันเป็นลายมือของเธอเอง... ในหน้าที่เธอเพิ่งเขียนลงไปในสมุดบันทึกสีน้ำตาลเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและค้นหาความหมายของชีวิตไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้นะคะ
บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 30
ปฏิเสธงานที่เคยใฝ่ฝัน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!