บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง•ตอนที่ 22

บทสนทนาที่รอคอย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ถ้าพ่อจะบอกว่า พ่อเองก็ไม่เคยรู้วิธีที่จะเป็นพ่อที่ดีเลย พ่อจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวในสายตาลูกไหม” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นเครือเล็กน้อยของพ่อดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยฝุ่นจางๆ ของความหลัง กลิ่นกระดาษเก่าจากสมุดบันทึกที่ฉันถือไว้ในมือดูเหมือนจะจางหายไป เมื่อเทียบกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากประโยคเมื่อครู่ ฉันนิ่งงัน มือที่กุมแก้วน้ำอุ่นไว้เริ่มสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะกำแพงน้ำแข็งที่ฉันเฝ้าก่อร่างสร้างมาตลอดหลายปี เริ่มมีรอยร้าวที่ยากจะประสาน พ่อไม่ได้มองหน้าฉัน ท่านจ้องมองไปยังรูปถ่ายครอบครัวเก่าๆ บนผนัง นิ้วโป้งของท่านลูบไปตามขอบไม้กรอบรูปซ้ำๆ เหมือนคนกำลังตัดสินใจว่าจะรื้อฟื้นบาดแผลออกมาวางไว้ตรงกลางห้องดีหรือไม่ “หนูไม่เคยคิดว่าพ่อเห็นแก่ตัวหรอกค่ะ” ฉันตอบออกไป เสียงของฉันแหบพร่า “หนูแค่... หนูแค่รู้สึกว่าเราเป็นคนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันมาตลอด 20 ปี” พ่อแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ปนเปไปด้วยความขมขื่น “นั่นสินะ ความเงียบมันเป็นกำแพงที่หนาและสูงที่สุดที่พ่อเคยสร้างไว้เลย พ่อคิดมาตลอดว่าการหาเงินมาให้ครอบครัวได้กินอิ่ม ได้มีชีวิตที่สะดวกสบาย คือนิยามของการทำหน้าที่พ่อที่ดีที่สุดแล้ว โดยที่พ่อลืมไปว่า ในขณะที่พ่อพยายามสร้างฐานให้พวกเรา ลูกอาจจะกำลังรอให้พ่อสร้าง 'ความทรงจำ' ร่วมกับลูกมากกว่า” ฉันเม้มปากแน่น ความโกรธที่เคยสั่งสมมานานหลายปีกลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง พ่อที่ฉันรู้จักคือผู้ชายที่เคร่งขรึม พูดน้อย และมักจะขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานหลังจากกลับมาจากบริษัทเสมอ ฉันเคยพยายามจะเคาะประตูเข้าไปเพื่อเล่าเรื่องที่โรงเรียน หรือเรื่องที่ทำผิดพลาดมา แต่คำตอบที่ได้รับกลับมามักจะเป็นแค่ “เอาไว้คุยกันวันหลังนะ พ่อเหนื่อย” จนกระทั่งวันหลังนั้นไม่เคยมาถึง “พ่อรู้ไหมคะ...” ฉันตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตาพ่อเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน “ทุกครั้งที่หนูเห็นหลังของพ่อเดินเข้าห้องทำงานไป หนูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกทอดทิ้งอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ไม่มีใครต้องการ หนูไม่ได้ต้องการแค่เงินหรือความสบาย หนูแค่ต้องการพ่อที่เป็นพ่อจริงๆ ไม่ใช่เครื่องจักรผลิตความสำเร็จที่เย็นชา” พ่อชะงัก ท่านค่อยๆ หันมามองฉัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดุดันในยามที่พูดถึงเรื่องงาน บัดนี้กลับดูอ่อนแอและเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันเห็นร่องรอยของความแก่ชราที่ลึกขึ้นตามรอยย่นบนใบหน้าท่าน และนั่นทำให้ฉันตระหนักได้ว่า พ่อไม่ได้เป็นอมตะ ท่านก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหลงทางในบทบาทที่ตัวเองไม่เคยได้รับคำแนะนำ “พ่อขอโทษนะธันวา” พ่อพูดขึ้นเบาๆ “พ่อเติบโตมาในบ้านที่ความรักคือการลงมือทำ พ่อถูกสอนมาว่าคำพูดอ่อนหวานคือความอ่อนแอ พ่อเลยพยายามที่จะแข็งแกร่งเพื่อปกป้องพวกเรา แต่พ่อลืมไปว่าเกราะที่พ่อสวมอยู่น่ะ มันไม่ได้กันแค่ภัยข้างนอก แต่มันกันไม่ให้ลูกเข้ามาถึงหัวใจของพ่อด้วย” บทสนทนานี้ไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บปวดหายไปเป็นปลิดทิ้ง แต่มันกลับทำให้ความว่างเปล่าที่มีอยู่ดูมีความหมายขึ้นมา พ่อเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตที่ท่านไม่เคยเล่าให้ฟัง ทั้งความกดดันที่ต้องแบกรับครอบครัว การสูญเสียตัวตนในโลกของธุรกิจที่โหดร้าย และความกลัวลึกๆ ที่ว่าสักวันท่านจะกลายเป็นคนที่ลูกๆ ไม่รัก ฉันนั่งฟังอย่างตั้งใจ ปล่อยให้ความเปราะบางของท่านไหลผ่านเข้ามาสู่ใจฉัน กระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงอาทิตย์สีส้มยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลง “ธันวา...” พ่อเรียกชื่อฉันอีกครั้ง น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นจริงจัง “สิ่งที่พ่อปิดไว้ตลอด... ไม่ใช่แค่เรื่องความอ่อนแอของพ่อหรอกนะ แต่มันมีบางอย่างที่พ่อจำเป็นต้องให้ลูกดู” ท่านลุกขึ้นเดินไปยังชั้นหนังสือมุมห้อง มือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกล่องไม้เก่าๆ ที่ถูกซ่อนไว้หลังหนังสือปกหนาๆ ออกมา แล้ววางลงตรงหน้าฉัน “ลูกคิดว่าที่ผ่านมา... ทำไมแม่ถึงจากไปโดยที่ไม่มีคำลา?” หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความลับที่ฉันพยายามหลีกหนีมาตลอดกำลังจะถูกเปิดออกด้วยมือของคนที่ฉันเคยโทษว่าทำลายชีวิตของฉันเอง ขณะที่ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดฝากล่อง เสียงโทรศัพท์มือถือของพ่อก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาในความเงียบ เป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงชื่อ แต่พ่อกลับมีอาการหน้าซีดเผือดทันทีที่เห็นหน้าจอ ท่านรีบกดรับสายแล้วเดินหลบไปที่ระเบียง ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่กับกล่องไม้ปริศนาและคำถามที่เริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ในใจ ฉันมองตามแผ่นหลังที่สั่นเทาของพ่อที่กำลังยืนโต้ตอบกับปลายสายด้วยน้ำเสียงต่ำและร้อนรน ก่อนที่พ่อจะหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของพ่อที่กำลังสารภาพบาปอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังหวาดกลัวต่อบางสิ่งที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่เราทุกคน ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความทรงจำไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน: 65 วันของการตามหาตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%