กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กเจือจางอยู่ในสายลมหนาวเหน็บที่พัดกรรโชกผ่านค่ายกลเป่ยเฉิง ด่านพยัคฆ์ชายแดนประจิมที่ขึ้นชื่อว่าทุรกันดารและไร้ความปรานีที่สุดในแผ่นดินต้าเฉิน บนกองตำราแผนที่ยุทธศาสตร์และป้ายคำสั่งทัพที่เกลื่อนกลาด เสียงทุบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อไม้สนั่นไหวไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบกายอบอุ่นขึ้นแม้แต่น้อย
"เสบียงก้นคลังเหลือไม่ถึงเจ็ดวัน ม้าศึกเริ่มล้มตายเพราะขาดแคลนหญ้าแห้ง ส่วนราชสำนัก... ฮ่าๆๆ พระองค์ยังคงส่งราชโองการเร่งรัดให้เราบุกตีเมืองหลวงแคว้นเหลียงโดยเร็วกระนั้นหรือ!"
สุ้มเสียงดุดันประดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาวดังขึ้นจากบุรุษผู้สวมเกราะนิลกาฬประดับลวดลายพยัคฆ์คำราม ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินผานั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตาหงส์คมกริบคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ใต้ความสุขุม เฉินอ๋องหลงจิน แม่ทัพใหญ่ผู้กุมชะตากรรมทหารแสนนาย กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่คมกริบยิ่งกว่าดาบศัตรู
นายกองทัพผู้หนึ่งก้มหน้าจนชิดคาง เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านขอบหมวกเหล็ก "เรียนท่านแม่ทัพ... เสบียงล็อตสุดท้ายถูกกองโจรปล้นชิงระหว่างทาง แถมขุนนางคลังเสบียงที่เมืองหลวงยังมีหนังสือแจ้งมาว่า โควตาของค่ายด่านพยัคฆ์ถูกตัดทอนลงครึ่งหนึ่งตาม... ตามราชโองการลับของฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ"
คำว่า 'ราชโองการลับ' ทำให้บรรยากาศในกระโจมใหญ่เย็นเยียบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง ทุกคนต่างรู้ดีว่าฮ่องเต้หย่งเหวินทรงหวาดระแวงในอำนาจของเฉินอ๋องเพียงใด การตัดเสบียงเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการบีบให้พยัคฆ์ร้ายอดตายในกรงขังโดยไม่ต้องลงมือประหารเอง
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องโถงใหญ่ ม่านผ้าไหมปักลายอักษรค่ายทหารก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา
ร่างโปร่งระหงในชุดคลุมผ้าแพรสีเทาเข้ม ปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งด้วยผ้าโปร่งสีดำสนิทเพื่อกันลมฝุ่น ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวราวก้าวอยู่บนกระดานหมากรุกที่คำนวณไว้หมดแล้ว กลิ่นจางๆ ของชาอูหลงชั้นดีลอยวนตัดกับกลิ่นอายสนามรบอย่างประหลาด
"ท่านแม่ทัพกังวลเรื่องเสบียงก้นคลัง หรือกังวลว่ากระบี่ในมือจะไร้ประโยชน์เมื่อยามต้องหันคมเข้าหาความอยุติธรรมจากเมืองหลวงกันแน่เจ้าคะ"
สุ้มเสียงนุ่มทุฟังรื่นหูแต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นเฉียบคมดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่ารองแม่ทัพและนายกองที่ต่างชักมือเข้าหากระบี่ข้างกายด้วยความระแวง บุรุษผู้มาใหม่ผู้นี้กล้าดียังไงถึงบังอาจกล่าววาจาเสียดสีแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดต่อหน้าธารกำนัล!
หลี่มู่เหยาป้องมือคำนับอย่างสง่างาม แม้รูปร่างจะดูบอบบางราวกับคุณชายตระกูลใหญ่ผู้ไม่เคยสัมผัสงานหนัก ทว่าแววตาคู่ที่ลอดผ่านผ้าคลุมหน้าออกมานั้นกลับคมปลาบ ทรงอำนาจ และสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่สะท้อนแสงจันทร์
"บังجาญ! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าสามหามต่อหน้าท่านแม่ทัพ!" รองแม่ทัพชูซานตบโต๊ะลุกขึ้น ชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่ง หมายจะสั่งสอนไอ้หนุ่มปากกล้าผู้นี้ให้หลาบจำ
ทว่าหลี่มู่เหยาหาได้สะท้านสะเทือน นางเพียงปรายตามองคมดาบด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบางเบาที่มุมปาก ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่อีกก้าว โดยไม่รอให้อนุญาต
"ข้าคือผู้ที่จะนำเอาข้าวสารห้าหมื่นกระสอบและม้าศึกอีกสามพันตัวมาวางไว้ ณ หน้าค่ายด่านพยัคฆ์แห่งนี้... ภายในสามวัน ท่านแม่ทัพสนใจจะแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับข้าหรือไม่เล่า"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมกระโจมใหญ่อีกครั้ง ทหารทุกนายต่างกลั้นหายใจ หันไปมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ข้าวสารห้าหมื่นกระสอบในยามที่คลังหลวงปิดตายและเส้นทางถูกตัดขาด เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าการคววรควักดวงจันทร์บนท้องฟ้า
เฉินอ๋องหลงจินหรี่ตาลงพินิจพิเคราะห์ร่างตรงหน้า สายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าหลวมโพลงนั้น กลิ่นหอมจางๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นบุรุษ... และสติปัญญาที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น ทำให้แม่ทัพผู้เย็นชาเกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมาอย่างประหลาด
"เจ้ามีความกล้ามาก... หนุ่มน้อย" หลงจินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะก้าวเข้าไปประชิดตัวกุนซือปริศนาช้าๆ จนหลี่มู่เหยาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง แรงกดดันจากมหาอำนาจแห่งกองทัพแผ่ซ่านจนแทบหยุดหายใจ แต่นางกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว
"ความกล้าหาญมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ท่านแม่ทัพหลง..." หลี่มู่เหยาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "แต่ข้าแน่ใจว่า... สิ่งที่ท่านต้องจ่ายเพื่อแลกกับชัยชนะในสงครามครั้งนี้ มันคุ้มค่ายิ่งกว่าการนั่งรอความตายในค่ายกลแห่งนี้อย่างแน่นอน"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนคล้ายมีประกายไฟแลบแปล๊บ ท่ามกลางสายตาของเหล่าแม่ทัพที่ลุ้นระทึกว่าหัวของกุนซือปริศนาจะหลุดจากบ่าหรือไม่ในวินาทีถัดไป
ทันใดนั้น เสียงฝีปากม้าควบตะบ็งอย่างเร่งรีบก็ดังแหวกความเงียบมาจากหน้าค่าย ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของพลทหารสื่อสารที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทรุดลงคุกเข่าหน้ากระโจม
"เรียนท่านแม่ทัพ! มี... มีราชสาส์นด่วนจากแดนใต้... กองทัพของแคว้นเหลียงเคลื่อนพลเร็วกว่ากำหนดสามวัน และ... และตอนนี้พวกมันกำลังประชิดแนวคูเมืองชั้นนอกของด่านพยัคฆ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลงจินชะงัก สายตาที่เคยจดจ้องอยู่กับใบหน้าของหลี่มู่เหยาค่อยๆ เบนกลับไปที่แผนที่ยุทธศาสตร์ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่หลี่มู่เหยาเองก็หันไปมองออกไปนอกกระโจมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความท้าทาย
สงครามที่แท้จริงหาได้เริ่มจากคมดาบ หากแต่เริ่มต้นจากหมากตานี้ต่างหาก
ไป๋เหลียนฮวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางอักษรนี้นะคะ
แม่ทัพปีศาจผู้เย็นชากับยอดกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 1
มรสุมที่ด่านพยัคฆ์
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจผู้เย็นชากับยอดกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
