เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดีดังสนั่น หักดิบบรรยากาศวาบหวามที่เกือบจะกลืนกินเราทั้งคู่ไปเมื่อวินาทีที่แล้วอย่างไม่เหลือชิ้นดี
คีรินผละออกจากร่างของผมด้วยความเร็วที่ต่างจากจังหวะคุกคามเมื่อครู่ลิบลับ แววตาดิบเถื่อนที่พราวระยับด้วยไฟปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบเฉียบคมในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดพิเศษผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาดำทึบของเขาแผ่ขยายปกคลุมผมที่ยังคงนั่งหอบหายใจกระเส่าอยู่บนโซฟาหนัง
"มันกล้าดียังไง..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ แรงกดดันรอบตัวพุ่งทะยานจนอากาศในห้องทำงานวีไอพีแทบเจือจาง
บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พวกมันพกอาวุธมาครบมือครับนาย ลูกน้องของเราที่เฝ้าอยู่ชั้นใต้ดินโดนตลบหลังจนตั้งตัวไม่ติด ตอนนี้วารินกำลังเดินเกมบุกขึ้นมาถึงชั้นสองแล้วครับ มันบอกว่าถ้าท่านไม่ยอมลงไปต้อนรับด้วยตัวเอง มันจะเผาคาสิโนทิ้งให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
ผมยกมือขึ้นกอบกุมลำคอตัวเองที่ผิวเนื้อยังคงร้อนผ่าวจากร่องรอยสัมผัสของคีริน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยังค้างคา แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตถึงชีวิต แต่สายตาของผมกลับอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับวิกฤต
คีรินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกอย่างใจเย็น ท่วงท่าเยือกเย็นและทรงอำนาจนั้นช่างน่าเกรงขามจนน่าขนลุก ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมามองผม แววตาดุจเสือร้ายคู่นั้นกวาดมองสำรวจร่องรอยความปั่นป่วนบนใบหน้าและริมฝีปากของผมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
"รินรดา..." เขาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าหนักแน่น ทรุกตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าโซฟาที่ผมนั่งอยู่ มือหนาเอื้อมมาจับคางของผมให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้ผมต้องรับรู้ถึงความมั่นคงที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "อยู่ที่นี่ ล็อคประตูให้ดี และต่อให้มีเสียงปืนดังขึ้นแค่ไหน... ก็ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด จนกว่าผมจะกลับมา"
น้ำเสียงของเขาไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ทรงพลังจนผมเผลอพยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่แนบอยู่ข้างแก้มมันช่างขัดแย้งกับสถานการณ์นองเลือดข้างนอกเสียเหลือเกิน ในวินาทีนั้น กำแพงความเย็นชาที่ผมพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความแค้น กลับถูกรอยร้าวเล็กๆ ของความห่วงใยที่เขาแสดงออกมากะเทาะจนสั่นคลอน
"คุณคีริน... ระวังตัวด้วยนะคะ... เอ๊ย... ครับ" ผมเผลอหลุดคำพูดที่เกือบจะผิดพลาดออกไป คีรินมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายและความพึงพอใจ
"เป็นห่วงผมหรือครับ รินรดา?" เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบชิดริมฝีปากจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอีกครั้ง "จำความรู้สึกเมื่อกี้ไว้ให้ดี... เพราะทันทีที่ผมจัดการไอ้วารินเสร็จ ผมจะกลับมาทวงมันต่อจากคุณ"
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหยิบปืนพกสั้นเนื้อแมטיםสีดำสนิทออกจากลิ้นชักลับขึ้นมาปลดเซפอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างเดินหายออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูล็อคจากด้านนอก ทิ้งให้ผมนั่งเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดหวั่นที่เริ่มกัดกินหัวใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงอึกทึกครึกโครมและการปะทะกันด้วยอาวุธดังแว่วมาจากชั้นล่างเป็นระยะ หัวใจของผมเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตวันที่ครอบครัวต้องสูญเสียทุกอย่างย้อนกลับมาหลอนซ้ำ แต่น่าแปลกที่ภาพใบหน้าดุดันและสัมผัสอันร้อนแรงของคีรินกลับเข้ามามีอิทธิพลในความรู้สึกมากกว่าความกลัว
แกร็ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นเบาๆ แต่หัวใจของผมกลับกระตุกวูบ
ไม่ใช่เสียงเคาะสามครั้งตามรหัสลับของคีริน... แต่มันคือเสียงพยายามงัดแงะกลอนประตูจากด้านนอก!
ผมผุดลุกขึ้นจากโซฟาถอยหลังก้นขวิดไปจนติดกับผนังห้องกระจกใสฝ้า ร่างกายเกร็งเครียดด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มือเรียวคว้าแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะมาถือไว้แน่น เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊กๆ จากตัวล็อคบ่งบอกว่าคนร้ายกำลังใช้เครื่องมือพยายามทำลายมัน
ปัง!
ประตูห้องทำงานถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหยันที่น่าขยะแขยง ในมือของมันถือปืนเก็บเสียงเล็งตรงมาที่ผมทันที
"เจอตัวแล้ว... แม่ดีลเลอร์สาวผู้เลอโฉม นายท่านวารินฝากความคิดถึงมาให้... อุบ!"
ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดจบประโยค เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ คีรินในสภาพที่เสื้อสูทเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและรอยเลือดจางๆ ใช้ท่อนแขนแกร่งล็อกคอชายคนนั้นจากด้านหลังอย่างเหี้ยมเกรียม
กรอบ! เสียงกระดูกต้นคอหักดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ร่างของสมุนวารินทรุดฮวบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นแทบจะทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ลั่นไก
คีรินยืนหอบหายใจเบาๆ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยความดิบเถื่อนน่ากลัว เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นพรมราคาแพงจากแผลถลอกที่ต้นแขนของเขา แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจมันเลยสักนิด เขากวาดสายตาดุร้ายมามองผมที่ยังคงถือแจกันค้างเติ่งด้วยความตกตะลึง
"บอกแล้วไงครับ..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ขณะที่เขาก้าวเท้าข้ามร่างไร้ลมหายใจเข้ามาหาผมทีละก้าว แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายรุนแรงที่ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง "ว่าต่อให้พลิกแผ่นดิน... ผมก็ไม่มีทางยอมให้ใครแตะต้องของๆ ผมเด็ดขาด"
ก่อนที่ผมจะได้ทันตั้งตัว คีรินก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว กระชากข้อมือผมให้เข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง พร้อมกับริมฝีปากร้อนจัดที่ก้มลงมาประกบปิดริมฝีปากของผมอย่างไร้ความปรานี รสจูบครั้งนี้ทั้งดุดัน คลั่งไคล้ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชัยชนะอันป่าเถื่อน จนผมแทบละลายคาอ้อมแขนของเขา
ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนเอะอะก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงานอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระแทกประตูที่รุนแรงกว่าเดิม
"นายครับ! วารินมันพาคนเสริมกำลังทะลวงห้องนิรภัยชั้นใต้ดินได้แล้ว! มันกำลังจะระเบิดเซิร์ฟเวอร์หลักข้อมูลทั้งหมดของคาสิโน!"
คีรินผละริมฝีปากออกจากผมอย่างไม่เต็มใจนัก แววตาดุร้ายฉายแววเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมด้วยประกายไฟที่ลุกโชน
"รอผมตรงนี้อีกครั้ง... รินรดา" เขาเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ "คราวนี้... ผมจะกลับมาจัดการกับ 'หนี้' ระหว่างเราให้จบสิ้นกระบวนความ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนครั้งนี้นะครับ
ดีลเลอร์มือฉมังกับนักพนันไร้แต้ม•ตอนที่ 6
สัมผัสที่คุ้นเคย
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือฉมังกับนักพนันไร้แต้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!