เสียงหมึกซึมลงบนกระดาษราคาแพงไม่ได้หนักหน่วง แต่มันกรีดลงกลางหัวใจของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลึกเสียยิ่งกว่าคมมีด
รินรดาวางปากกาลงอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาด เธอมองเอกสารแผ่นบางที่เพิ่งถูกลงนามด้วยชื่อเดิมของตนเอง—นามสกุลที่เธอเคยคิดว่ามันคือ ‘บ้าน’ และ ‘ความนิรันดร์’ ตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่วันนี้ มันเป็นเพียงแค่พันธะทางกฎหมายชิ้นสุดท้ายที่เธอสลัดทิ้งได้อย่างไม่ไยดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณอคิน”
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลราบเรียบ ปราศจากความสั่นเครือ หรือร่องรอยของหยาดน้ำตาที่เคยหลั่งรินจนหมดสิ้นเมื่อหลายเดือนก่อน อคินเงยหน้าขึ้นจากเอกสารชุดเดียวกัน ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ประมวลผลไม่ทัน ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน กลับรู้สึกราวกับว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังพังทลายลงในวินาทีที่ปลายปากกาของเธอจรดลงบนกระดาษ
เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้า... กล้าที่จะเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมาต่อรอง
“เธอแน่ใจแล้วใช่ไหม รินรดา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ความเย่อหยิ่งและถือดีที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดกำลังถูกกัดเซาะด้วยความกระวนกระวายแปลกประหลาดที่เขาไม่อาจนิยาม “ไม่มีสินสมรส ไม่มีเงินชดเชย... เธอเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตฉันด้วยตัวเปล่าเนี่ยนะ?”
“ชีวิตคู่ที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความใส่ใจ มันไม่มีค่าอะไรให้ฉันต้องร้องขอหรอกค่ะ” รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตานั้นเยือกเย็นเสียจนอคินรู้สึกหนเหน็บที่สันหลัง “เชิญคุณอคินใช้ชีวิตอิสระตามที่ปรารถนาเถอะค่ะ... ส่วนฉัน ได้เวลาที่ต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที”
ร่างเพรียวบางในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีครีมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้ดูน่าสงสาร หรือออนแอเหมือนผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งรอเขาบนโต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืดทุกค่ำคืนอีกต่อไปแล้ว ความเจ็บปวดนับพันวันที่ถูกมองข้าม ถูกหลอมรวมกลายเป็นเกราะคุ้มAกันที่แข็งแกร่ง และดึงดูดสายตาของชายหนุ่มให้ตรึงติดอยู่กับสรีระอรชรที่ก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง
อคินขยับตัวลุกขึ้นตามโดยสัญชาตญาณ มือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้แน่นด้วยแรงที่เผลอPลามจนเนื้อตัวของหญิงสาวเซเข้าหา แผงอกกว้างปะทะกับร่างนุ่มนวล กลิ่นกายหอมหวานละมุนละไมที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดทับไว้ตลอดสามปีให้ตื่นขึ้นทันที
“ปล่อยค่ะ!” รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่รดรินกันและกัน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาเนิ่นนานสร้างแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอากาศ
“สามปีที่ผ่านมา เธอก็ทำหน้าที่ภรรยาได้ดีนี่... ทำไมจู่ๆ ถึงอยากทิ้งมันไปนักล่ะริน” อคินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน ความทรงจำในคืนวันอันเร่าร้อนที่เคยเกิดขึ้นไม่กี่ครั้งในห้องนอนใหญ่ผุดวาบขึ้นมาในหัว แม้เขาจะเป็นฝ่ายเมินเฉยและเย็นชาใส่เธอ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรือนร่างเย้ายวนและสัมผัสแนบชิดของรินรดาคือสิ่งเดียวที่เคยสั่นคลอนความมั่นคงในจิตใจของเขา
“หน้าที่ภรรยาเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง “คุณเห็นฉันเป็นภรรยาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะคุณอคิน? หรือเห็นเป็นแค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งในบ้านที่เอาไว้คอยต้อนรับเวลาคุณว่างจากงานธุรกิจเท่านั้น?”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้อคินกรามกระตุก ความโกรธผสมผสานกับความปรารถนาอันรุนแรงที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล มือหนาเลื่อนจากข้อมือขึ้นมาโอบกระชับเอวคิวด์กิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม อคินก้มลงบดริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน เรียกร้อง และเอาแต่ใจ ปลุกเร้าไฟพิศวาสที่เคยหลับใหลให้ลุกโชนขึ้นมาในพริบตา
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงมหาศาลของนักธุรกิจหนุ่มผู้เหนือกว่า ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยละเลยอย่างไร้ค่า รสชาติของความโหยหา คลั่งไคล้ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย—ที่อคินเองก็เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้—ผสมปนเปกันอยู่ในจูบที่ร้อนรุ่มจนแทบแผดเผา
มือเรียวที่เคยผลักไส ค่อยๆ อ่อนแรงลงเมื่อสัมผัสคุ้นเคยและกลิ่นกายบุรุษเพศเริ่มสั่นคลอนสติสัมปชัญญะ รินรดารู้สึกได้ถึงความวابหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่สรีระที่เคยเป็นของเขากลับตอบสนองต่อสัมผัสอันช่ำชองนี้อย่างน่าละอาย อคินช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกอย่างง่ายดายโดยไม่ยอมถอนจูบออก ร่างระหงถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องทำงานเย็นเฉียบ ความตัดกันของความเย็นและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนระอุยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งสูง
ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบจางๆ มือหนาสอดเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าผ่านชุดสูทที่หลุดลุ่ย สัมผัสสั่นสะเทือนที่เธอเคยโหยหามาตลอดสามปี แต่วันนี้... มันกลับมาพร้อมกับความรู้สึกขมขื่นที่กรีดลึก
“คุณอคิน... พอ... อื้อ...” เสียงครางประท้วงขาดหายไปในลำคอเมื่อปลายนิ้วแกร่งสัมผัสจุดอ่อนไหว ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยจนเข่าแทบทรุด อคินประคับประคองสะโพกกลมกลึงแนบชิดเข้าหาแกกายที่พองขยายคับแน่นผ่านเนื้อผ้า ความต้องการดิบเถื่อนทำงานเต็มพิกัด เขากำลังจะสูญเสียเธอไปจริงๆ และวิธีเดียวที่จะพันธนาการเธอไว้ได้ คือการฝังรอยรักนี้ลงไปในร่างกายของเธอให้ลึกที่สุด
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงพิศวาสกำลังจะแผดเผาทั้งคู่ให้หลอมละลายรวมกัน เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งติด พร้อมกับเสียงหวานใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
“คุณแม่จ๋า! คุณแม่เสร็จธุระหรือยังคะ ลินินหิวน้ำจังเลย!”
ร่างของทั้งสองคนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้อยู่กับที่ อคินชะงักกึก ลมหายใจหอบกระชั้นหยุดชะงักลงทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินสรรพนามและเสียงนั้น รินรดาอาศัยจังหวะที่เขากำลังเผลอ ผลักร่างหนาออกสุดแรงด้วยมือทั้งสองข้าง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลวกๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยพิษสวาทและความตื่นตระหนก
รินรดาไม่รอช้า เธอรีบเปิดประตูห้องทำงานออกไปทันที ปรากฏร่างของเด็กหญิงวัยสองขวบเศษ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกาย และที่สำคัญที่สุด—ใบหน้านั้นถอดแบบมาจากอคินราวกับพิมพ์เดียวกัน!
อคินที่ก้าวตามออกมาถึงกับยืนนิ่งงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม เมื่อเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา พร้อมกับเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
“คุณอาคนนี้... หน้าตาคุ้นๆ จังเลยค่ะคุณแม่ ทำไมหน้าเหมือนหนูจังคะ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *มิคายามวิกาล*
เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ลงนามด้วยน้ำตา
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงพิศวาสฟาดรอยรักอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!