เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบบิ่นบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องเรือนหลังน้อย จนน้ำซุปผักป่าใสแจ๋วสาดกระเซ็นเปื้อนขอบโต๊ะ เศษข้าวในชามมีแต่หางข้าวสีแดงปนแกลบและมันหมูชิ้นจิ๋วที่ลอยอยู่เพียงสองชิ้นน่าเวทนา
"ไป๋ลี่หลิน! อย่ามาทำหูทวนลมนะ น้าสะใภ้พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น! แกคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูตกยากมาจากไหน ถึงได้กล้าปฏิเสธงานแต่งดีๆ ที่ตระกูลเฉินเขายื่นมาให้!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลไป๋แผดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางเท้าสะเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาดุดั่งเหยี่ยวจ้องมองเด็กสาวที่นั่งกุมขมับอยู่บนเตียงไม้ไผ่เก่าๆ
ไป๋ลี่หลินกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ความทรงจำอันสับสนอลหม่านของร่างเดิมไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก นางไม่ใช่เด็กสาวชาวบ้านยุค 1970 ซื่อบื้อที่ยอมให้คนอื่นรังแกอีกต่อไปแล้ว แต่คือผู้บริหารสาวเจ้าของสวนชาออร์แกนิกและเชฟอาหารจีนโบราณผู้มีมิติลับเรือนกระจกติดตัวมาด้วย และตอนนี้ นางกำลังเผชิญหน้ากับ "ญาติผู้พี่" และ "น้าสะใภ้" จอมโลภที่หวังจะขายเธอกินเพื่อแลกกับเงินสินสอดสามร้อยหยวนและแป้งสาลีสองกระสอบ!
"งานแต่งดีๆ ที่ว่า..." ลี่หลินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบ จนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ "ตระกูลเฉินมีลูกชายคนโตที่ติดการพนันจนบ้านแทบแตก ส่วนลูกชายคนรองก็ขาเป๋และอายุคราวพ่อ... น้าสะใภ้รักหลานสาวคนนี้มากถึงขนาดส่งฉันไปเป็น 'เมียเก็บขัดดอก' สินะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง น้าสะใภ้คงอยากได้เงินสามร้อยหยวนนั้นมาปรนเปรอตัวเองกับลูกชายตัวดีมากกว่ามั้งครับ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" สะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอาย นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบสั่งสอน แต่ลี่หลินเร็วกว่า นางดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองห้องคับแคบที่มีกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นสาบโคลน
ในมิติลับที่ซ่อนอยู่กลางหน้าอกของนางตอนนี้ มีทั้งยอดชาเขียวหอมหมื่นลี้เกรดพรีเมียม ข้าวสาลีขัดสีชั้นดี และอุปกรณ์แปรรูปอาหารครบครัน หากนางเลือกที่จะหนี นางย่อมทำได้ง่ายดาย แต่การหนีไปโดยทิ้งหลักฐานและปล่อยให้คนพวกนี้ลอยนวลไม่ใช่สไตล์ของไป๋ลี่หลิน
"ถ้าฉันแต่งงานกับคนตระกูลเฉิน สินสอดสามร้อยหยวนนั้นคงไม่ตกถึงมือฉันสักแดงเดียวสินะครับ?" ลี่หลินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย สีหน้าไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "บอกตามตรงนะ... ฉันเพิ่งหมั้นหมายกับคนอื่นไปแล้ว"
"ห๊ะ! แกพูดว่าอะไรนะ?" เสียงลุงใหญ่ที่ยืนสูบไปป์อยู่หน้าประตูกระแทกเสียงถามด้วยความตกใจ ใบหน้ายับย่นฉายแววไม่เชื่อถือ "แกจะไปหมั้นกับใคร หน้าโง่ที่ไหนมันจะกล้าเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแก!"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากลานดินหน้าบ้าน เสียงรองเท้าคอมแบตเหยียบย่ำลงบนพื้นดินแห้งแล้งดัง *กรับๆ* ตามด้วยเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวทหารซีดจางที่เดินตรงดิ่งเข้ามาอย่างไร้ความเกรงกลัว
กลิ่นอายความดิบเถื่อนและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพยัคฆ์หนุ่มหลุดมาจากป่าลึก ไหล่กว้างหนาทะมึน บดบังแสงแดดยามสายจนมิด ใบหน้าคมสันนิ่งขรึม ดวงตาดุคมกริบกวาดมองผู้คนในบ้านพักตระกูลไป๋ด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาทุกคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
หานตงหยางกวาดสายตาคมปลาบมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของไป๋ลี่หลิน ก่อนที่ริมฝีปากหยักหนาจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่สะั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"ฉันเอง... คนที่มาสู่ขอเธอกลับบ้าน"
ใบชาหอมหมื่นลี้
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ)
บันทึกหอมกลิ่นชาป่ากับสามีหนุ่มยอดนักล่า•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในกลิ่นอายไอน้ำ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหอมกลิ่นชาป่ากับสามีหนุ่มยอดนักล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
