เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตอย่างแผ่วเบา... ดังพอที่จะปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวของรินทร์ให้ตื่นตัวขึ้นทันที
ท่ามกลางความมืดสนิทภายในห้องพักของเขา ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์เล็ดลอดผ่านม่านทึบแสง รินทร์ไม่ได้นอนหลับบนเตียงอย่างที่ใครหลายคนคาดคิด ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานริมหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มสะท้อนแสงเรืองรองจางๆ จากอินเตอร์เฟซระบบ 'Eye of Truth' ที่ลอยเคว้งอยู่เบื้องหน้า
ทักษะระดับสูงถูกเปิดใช้งานอย่างไร้สุ้มเสียง ข้อมูลดิจิทัลสีฟ้าครามไหลวนเป็นวงแหวนรอบม่านตาของเขา วิเคราะห์ความหนาแน่นของอากาศ แรงดันบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยบริเวณระเบียง และที่สำคัญที่สุด... คลื่นความร้อนของร่างกายมนุษย์ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบดั่งเงา
*คลิก*
เสียงกลอนประตูห้องน้ำถูกงัดด้วยลวดเส้นเล็กดังขึ้นอย่างระมัดระวัง เป็นวิธีที่เงียบเชียบและไร้ที่ติสำหรับมืออาชีพ แต่สำหรับรินทร์ที่คำนวณการเคลื่อนไหวของศัตรูผ่านพฤติกรรมเชิงจิตวิทยาและร่องรอยคดีตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา... นี่คือสิ่งที่เขา "รอคอย"
เงาร่างสีดำทะมึนก้าวเข้ามาในห้องนอนอย่างมั่นใจ มันคือผู้มาเยือนยามวิกาลที่สวมชุดรัดรูปสีเข้มกลมกลืนกับความมืด มือข้างหนึ่งถือมีดสั้นเคลือบสารพิเศษสะท้อนแสงไฟสลัว ปลายเท้าก้าวเดินแทบไร้เสียงราวกับปุยฝ้ายที่ตกลงสู่พื้น
เป้าหมายของมันชัดเจน... เตียงนอนที่นูนขึ้นมาคล้ายมีร่างของคนนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่ม
เงาดำเงื้อมือขึ้นสูง เตรียมจะแทงลงไปยังจุดตายของร่างใต้ผ้าห่มด้วยแรงทั้งหมด แต่ในวินาทีที่คมมีดกำลังจะทะลุผ่านผ้าห่มนั้นเอง...
*พรึบ!*
แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องอย่างกะทันหัน ความสว่างจ้าทำให้ผู้บุกรุกถึงกับชะงัก ชั่วพริบตาที่ดวงตาปรับรับแสงไม่ทัน ร่างในชุดดำก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองหลงกลเข้าให้แล้ว
ใต้ผ้าห่มผืนนั้นไม่ใช่ร่างของมนุษย์ แต่เป็นหมอนหลายใบที่ถูกจัดวางไว้อย่างแนบเนียนเพื่อตบตา!
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ผมใช้เวลาเตรียมการมาสามคืนเต็มครับ ผู้มาเยือนยามวิกาล"
เสียงทุ้มและนุ่มนวลของรินทร์ดังขึ้นจากมุมมืดริมหน้าต่าง ผู้บุกรุกสะﻮดเฮือก หันขวับกลับมาพร้อมเงื้อมีดพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์หมายปลิดชีพเหยื่อในพริบตา แต่รินทร์กลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*แกร๊ก! ฉับ!*
สลักกลไกที่รินทร์ติดตั้งไว้กับโครงสร้างพื้นห้องและเพดานทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ตาข่ายเส้นใยนาโนคาร์บอนความเหนียวสูงนับร้อยเส้นดีดตัวขึ้นจากช่องลับใต้พื้น รัดตรึงร่างของผู้บุกรุกเอาไว้กลางอากาศทันที แรงดึงมหาศาลทำให้มีดสั้นในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
"อึก...!" เสียงอุทานลอดออกมาจากภายใต้หน้ากากผ้าสีดำ เป็นเสียงของผู้หญิงที่พยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้น เส้นใยนาโนก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนฝังลึกลงไปในเนื้อผ้า
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสلادมือไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาตรวจสอบค่าพลังของผู้บุกรุกตรงหน้า 'Eye of Truth' ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวอักษรสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนอากาศเพื่อแจ้งเตือนเจ้าของระบบ
[ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคาม: คลาส B]
[ชื่อรหัส: "เงาทมิฬ" (อดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่แปรพักตร์)]
[สถานะ: ถูกพันธนาการ - พลังชีวิต 89%]
[คำเตือน: ตรวจพบรหัสลับพลังงานแปลกปลอมในกระแสเลือดของเป้าหมาย กำลังประเมินความเสี่ยง...]
รินทร์เดินเข้าไปใกล้ชิดขึ้น แววตาของนักวิเคราะห์คดีฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับผู้บุกรุกที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความเคียดแค้นผ่านช่องว่างของหน้ากาก
"คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อเก็บกวาดผมตามคำสั่งขององค์กรใต้ดินธรรมดาใช่ไหมครับ" รินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เฉียบคม "เพราะถ้าเป็นมือสังหารทั่วไป พวกเขาคงไม่เลือกใช้สารพิษตระกูล 'ซีรอส' ป้ายไว้ที่ใบมีดเพื่อหวังละลายอวัยวะภายในหรอก... ใครเป็นคนส่งคุณมา? เอเลน่าเหรอ? หรือว่าเบื้องบนของบริษัทกันแน่?"
เงาทมิฬหัวנסเราะในลำคอ เสียงหัวנסเราะแหบแห้งและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "แกคิดว่าแกฉลาดมากนักรึไง... รินทร์ นายคิดว่านายควบคุมเกมนี้ไว้ได้ทั้งหมดแล้วสินะ นายคิดว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นของนาย..."
รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่น ตาข่ายนาโนคาร์บอนที่ควรจะกักขังอีกฝ่ายไว้อย่างสมบูรณ์ กลับเริ่มมีรอยปริแตก
ชั่ววินาทีนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องพักก็พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ราวกับว่าเตาหลอมโลหะขนาดยักษ์ถูกเปิดใช้งานอยู่ใต้พื้นห้อง ผิวหนังบริเวณลำคอและแขนที่โผล่พ้นชุดสีดำของผู้บุกรุกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาจนน่ากลัว ดวงตาที่เคยเป็นสีดำสนิทค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีทองคำเปลวเปล่งประกายเจิดจ้าในความมืด
*เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!*
เส้นใยนาโนคาร์บอนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีปัจจุบันจะสร้างได้ กลับถูกพลังงานความร้อนมหาศาลหลอมละลายจนขาดสะบั้นลงทีละเส้นอย่างง่ายดายราวกับเส้นด้ายเปื่อยๆ
"แย่ล่ะสิ..." รินทร์พึมพำกับตัวเอง สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เขารีบถอยหลังกรูดเพื่อเว้นระยะห่าง พร้อมทั้งออกคำสั่งผ่านความคิดทันที *ระบบ! เปิดใช้งานเกราะป้องกันฉุกเฉินระดับสูงสุดเดี่ยวนี้!*
[คำเตือน! พลังงานภายนอกเกินขีดจำกัดระบบป้องกัน!]
[ตรวจพบการปลุกพลังของ 'บอสลับ' - แหล่งกำเนิดพลังงานโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้ตึกแห่งนี้กำลังตื่นขึ้น!]
ผู้บุกรุกในชุดดำไม่ได้พยายามจะโจมตีรินทร์อีกต่อไป ร่างของเธอลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างไร้แรงโน้มถ่วง ดวงตาสสีทองคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์แห่งความบ้าคลั่ง ก่อนที่เสียงคำรามต่ำๆ จะดังสะท้อนก้องออกมาจากหน้าอกของเธอ—ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ผู้หญิงคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นเสียงประสานกึกก้องของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ทรงพลังจนกระจกหน้าต่างทุกบานในห้องพักแตกละเอียดเป็นผุยผง
ในวินาทีที่ความมืดมิดรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวเป็นหลุมดำขนาดย่อม รินทร์จ้องมองไปยังร่างที่กำลังลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
และแล้ว... เปลือกตาของร่างที่ถูกครอบงำก็กะพริบช้าๆ ก่อนจะเปิดกว้างขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสองชั้นที่ซ้อนทับกันอยู่ภายใน นัยน์ตาคู่ใหม่ไม่ได้มองมาที่รินทร์ แต่มันมองทะลุผ่านผนังปูนออกไปยังใจกลางเมืองหลวง ราวกับกำลังประกาศการกลับมาของบางสิ่งที่โลกใบนี้ต้องสั่นสะเทือนไปอีกนานแสนนาน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผมมาจนถึงบทนี้นะครับ!
กลลวงนางร้ายพลิกปมแผนจารชน•ตอนที่ 22
ค่ำคืนแห่งความมืดมิด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงนางร้ายพลิกปมแผนจารชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!