กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีตลบขึ้นมาในลำจดจนขมปร่า ทันทีที่ตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานบนอากาศว่างเปล่ากระชากลดลงจากเลขสามสู่เลขสอง รินทร์พลันรับรู้ได้ทันทีว่ากฎเกณฑ์แห่งความเป็นจริงที่เขาเคยเข้าใจได้ถูกฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้อากาศรอบตัวกลายเป็นแผ่นเหล็กหนาทึบกดทับลงบนลาดไหล่จนกระดูกลั่นกรอบ เขาพยายามก้าวเท้าถอยหลังเพื่อตั้งหลัก แต่พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้ากลับสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว รอยแยกสีดำสนิทขยายตัวฉีกกระชากท้องฟ้าจำลองของโรงเรียนเวทมนตร์ออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันว่างเปล่าและดวงตาสีทองคู่โตที่ทอดมองลงมาด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังมองดูแมวตัวน้อยที่จนมุมในกรงขัง
"ไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้ถือครอง 'ระบบพยากรณ์' ที่เหล่าสภาเวทมนตร์ตามหาตัวพลิกแผ่นดิน จะมาซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ผุพังแห่งนี้..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานเสียดแก้วหู ดังลอดออกมาจากร่างเงาสูงตระหง่านที่ก้าวข้ามรอยแยกมิติออกมาอย่างเชื่องช้า เงานั้นสวมเสื้อคลุมยาวปักลวดลายดาราศาสตร์โบราณที่ขยับเคลื่อนไหวได้เองราวกับมีชีวิต ปีกสีดำสนิทคู่ใหญ่สยายออกกว้างจนบังแสงไฟรอบบริเวณจนมืดมิด รอยยิ้มเย้ยหยันที่ประดับอยู่บนมุมปากเรียวบางคู่นั้น... มันคือรอยยิ้มเดียวกับที่รินทร์เคยเห็นในนิมิตอนาคตอันเลวร้ายที่สุด นิมิตที่เขาพยายามเปลี่ยนแปลงมันมาตลอดทั้งปีการศึกษา
รินทร์กัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกจากริมฝีปาก รสชาติเค็มปร่าช่วยดึงสติให้เขาหลุดพ้นจากอาการชาหนึบที่ปลายประสาท มือขวาที่กำด้ามไม้เท้าเวทสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพลังเวทในร่างกายกำลังถูกกดทับจนแทบจับตัวเป็นก้อนแข็ง
*ระบบคำนวณไทม์ไลน์กำลังทำงาน...*
*คำเตือน: เป้าหมายตรงหน้าคือ 'ผู้ผนึกมิติที่แปด' ระดับภัยพิบัติวิญญาณชั้นสูง เกินกว่าขีดจำกัดการรับมือของโฮสต์ในปัจจุบันถึง 340.5 เปอร์เซ็นต์*
เสียงแจ้งเตือนของระบบในหัวดังระรัวจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของกลไกหรือเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง รินทร์หันไปมองข้างกาย อาคิระ อาจารย์สาวผู้เยือกเย็นและไม่เคยแสดงอาการหวาดหวั่นต่อสิ่งใด บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววรู้ทันโลกหรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว มือเรียวบางของเธอยกขึ้นกระชับดาบคาตานะในฝักไม้สีดำแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
"ถอยไป รินทร์..." เสียงของอาคิระลอดไรฟันออกมาด้วยความเค้นหนัก เธอก้าวขึ้นมาบังร่างของลูกศิษย์ไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ว่าแรงกดดันเบื้องหน้าจะทำให้แม้แต่การหายใจยังเป็นเรื่องยากสำหรับเธอก็ตาม "เจ้านี่ไม่ใช่ระดับที่พวกเราจะเอาชนะด้วยกลยุทธ์ปรกติได้ มันคือตัวตนที่หลุดรอดมาจากรอยต่อระหว่างยุคสมัย"
"ถ้าอาจารย์ถอย ผมก็คงเป็นคนขี้ขลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของหอพักนี้แล้วล่ะครับ... อ้ฟ!" รินทร์ฝืนกลืนก้อนเลือดที่ตีขึ้นมาลงคอ พร้อมกับบังคับพลังเวทสีครามในจุดตันหยงให้ไหลเวียนย้อนศร แม้จะรู้ว่ามันจะสร้างภาระมหาศาลให้แก่ร่างกายก็ตาม
ในโลกของไสยเวทและการพยากรณ์ ความรู้คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด และรินทร์ใช้เวลาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเพื่อศึกษาจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตข้ามมิติเหล่านี้ ตาข่ายพยากรณ์ในหัวถูกกางออกอย่างรวดเร็ว ภาพอนาคตหลายร้อยรูปแบบไหลผ่านสมองราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอด้วยความเร็วสูง เขากำลังมองหา... ช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีที่ความมืดคู่นั้นจะเปิดเผย
ร่างสูงเงาสีดำหัวเราะต่ำในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ "น่าขันสิ้นดี มนุษย์ตัวจิ๋วที่ใช้เศษเสี้ยวอนาคตที่ข้าจงใจปล่อยให้เห็น คิดจะมาต่อรองกับโชคชะตาอย่างนั้นหรือ? รินทร์... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการที่เจ้ารอดมาได้จนถึงบทสรุปนี้ เป็นเพราะความฉลาดของเจ้าเอง?"
คำพูดนั้นสะดุดลมหายใจของรินทร์เข้าอย่างจัง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความคิดนับพันแล่นพล่านเข้ามาในหัว ประโยคนั้น... หรือว่าทุกสิ่งที่เขาทำ ทุกการตัดสินใจ ทุกปริศนาที่ไขได้ แท้จริงแล้วถูกชักใยอยู่ภายใต้แผนการบางอย่างมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้น?
"อย่าไปฟังมัน!" อาคิระคำรามลั่น ก่อนที่ร่างเพรียวบางจะพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง ประกายแสงสีเงินวาบขึ้นจากคมดาบคาตานะที่ถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที รังสีดาบคมกริบผ่าอากาศแยกออกเป็นสองส่วนพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของร่างเงาสูงตระหง่านอย่างแม่นยำ
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีทองสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ยามอัสดง ดาบของอาคิระปะทะเข้ากับเกราะพลังงานที่มองไม่เห็นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนจากการปะทะทำให้ร่างของอาจารย์สาวกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เท้าขูดไปกับพื้นหินจนเกิดรอยลึก รินทร์พุ่งเข้าไปรับร่างของเธอไว้ทันที แขนทั้งสองข้างชาหนึบเมื่อต้องรับแรงเหวี่ยงมหาศาล
"อาจารย์!" รินทร์อุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นรอยเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากมุมปากของหญิงสาว
"ฉันไม่เป็นไร..." อาคิระกัดฟันฝืนยืนหยัด ดวงตาคู่คมยังคงจ้องเขม็งไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า "แต่มันกำลังจะเล่นจริงแล้ว รินทร์... ใช้ไพ่ตายใบสุดท้ายของนายซะ ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่มีทางรอดออกไปจากเขตแดนนี้แน่"
รินทร์สูดหายใจเข้าลึก ภายในหัวสมอง ระบบพยากรณ์กำลังส่งเสียงเตือนระดับวิกฤตสีแดงฉาน ไทม์ไลน์ทั้งหมดตรงหน้าถูกย้อมด้วยความตาย เว้นแต่... เส้นทางเดียวที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกแห่งอนาคตอันมืดมิด เส้นทางที่เขาต้องแลกด้วยการสูญเสียการควบคุมพลังเวทบางส่วนไปตลอดกาล
ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วพริบตา ภาพความทรงจำทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เขาเหยียบย่างเข้ามาในโรงเรียนเวทมนตร์ เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้น กลิ่นอายของห้องสมุดเก่าแก่ และความอบอุ่นภายใต้ร่มเงาของหอพักที่คอยปกป้องเขา ล้วนไหลผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ภาพมายตา แต่มันคือเรื่องจริงที่เขาต้องปกป้องด้วยชีวิต
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของรินทร์ก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มผู้หวาดกลัวต่ออนาคตอีกต่อไป แต่เป็นประกายแสงสีครามเข้มข้นที่สะท้อนภาพของจักรวาลทั้งใบ ไพ่ทาโรต์ในมิติจิตสำนึกพลิกคว่ำลงทีละใบด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกังวานราวกับระฆังวัดโบราณ
"ถ้าคุณบอกว่านี่คือโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับก้องกังวานกดทับบรรยากาศรอบตัวจนเงียบสงบลงในพริบตา ไม้เท้าเวทในมือถูกปักลงบนพื้นหินอย่างแรง คลื่นพลังงานสีทองอร่ามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บด
"...ผมก็จะขอเป็นคนเขียนบทสรุปใหม่ด้วยมือของผมเอง!"
ร่างเงาสีดำชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีทองคู่โตหรี่แคบลงด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นวงแหวนเวทมนตร์นับร้อยวงผุดขึ้นล้อมรอบตัวมันกลางอากาศ ร้ายกาจยิ่งกว่านั้นคือ แรงกดดันที่มันเคยใช้กดทับพวกเขากลับถูกสะท้อนกลับด้วยความรุนแรงที่ทวีคูณเป็นเท่าตัว
"นี่มัน... พลังบิดเบือนกฎเกณฑ์งั้นรึ? เจ้าเด็กนี่เติบโตขึ้นถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..." เสียงทุ้มต่ำนั้นเริ่มมีความลังเลเจือปน
อาคิระที่ยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ เผลอยิ้มออกมาบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นฉายแววภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด "นั่นสินะ... เด็กคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าสีเลือดก็เริ่มแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงก้องกังวานของระบบพยากรณ์ดังสนั่นขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ครั้งสุดท้าย พร้อมกับข้อความสีทองตัวหนาที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า
*ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขการปลดล็อกภารกิจลับขั้นสูงสุด: 'ก้าวข้ามขีดจำกัดตำนานบทใหม่'*
*สถานะโฮสต์: พร้อมเลื่อนระดับสู่ผู้พยากรณ์แห่งบรรพกาล*
*คำเตือนจากระบบ: ประตูมิติเบื้องหลังกำลังจะเปิดออก... และผู้ที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น มิใช่ศัตรู... แต่เป็นเงาในอดีตของตัวท่านเอง!*
รินทร์เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อร่างเงาสูงโปร่งอีกร่างหนึ่งก้าวทะลุกระจกมิติที่แตกละเอียดออกมาอย่างเงียบเชียบ และเมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดเจนภายใต้แสงสว่าง... มันคือใบหน้าของตัวเขาเองในวัยที่เติบโตและเยือกเย็นกว่า พร้อมกับรอยยิ้มที่เอ่ยกระซิบเบาๆ ว่า— "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน"
*(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่กับรินทร์และอาคิระมาจนถึงบทรองสุดท้ายนี้นะคะ)*
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 39
คำสัญญาในอนาคต
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!