สถาปนิกหนุ่มมา3D แต่ใจดันแพ้ดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 1

มหาสงครามสตูดิโอ 3 มิติ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ถ้าขอบหน้าต่างตึกคณะสถาปัตย์ฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนืออันเลื่องชื่อของนาย ยังคงเว้นระยะรีบาวด์จากโครงสร้างหลักแค่สิบเซนติเมตรเหมือนที่แก้มาเมื่อเทอมก่อน ฉันเกรงว่าตึกนี้คงได้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพังพินาศในแผ่นดินไหวระดับสามริกเตอร์เร็วกว่ากำหนดนะครับ, คุณชายกรันต์” เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่เจือความเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้นเหนתโต๊ะเขียนแบบสแตนเลสตัวยาวในสตูดิโอ 3 มิติ ชั้นสี่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มันคือเสียงของดาหลา—ผู้หญิงที่กรันต์นึกอยากจะเซ็นชื่อถอดถอนออกจากรายชื่อพาร์ทเนอร์โปรเจกต์วิทยานิพนธ์ระดับชาติใจจะขาด ถ้าไม่ติดว่าภาควิชาจับฉลากสุ่มชื่อด้วยระบบอัลกอริทึมที่ยุติธรรมที่สุดในสามโลก และบังเอิญเหวี่ยงให้สองขั้วอำนาจแห่งปีสี่ต้องมาจมปลักอยู่ภายใต้โปรเจกต์มหาประลัยชิ้นเดียวกัน กรันต์ (กรันต์นท) ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สเปคแรงสูงที่กำลังเรนเดอร์ภาพสามมิติของอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ นิ้วเรียวยาวใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยังคงขยับเมาส์ปากกาอย่างแม่นยำ ทุกเส้นสายที่ปรากฏบนจอสะท้อนตัวตนของเขา—เนียบ ไร้ที่ติ และเต็มไปด้วยกรอบเกณฑ์ของสถาปนิกผู้ยึดมั่นในโครงสร้างและทฤษฎีทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด เขารู้ดีว่าดาหลากำลังยืนอยู่ตรงไหน... ห่างจากโต๊ะของเขาไม่ถึงเมตร กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกระดาษไขและสีอะคริลิกจางๆ ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับแฟ้มผลงานออกแบบภายในที่ถูกโยนลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงทึบหนักๆ “สิบเซนติเมตรนั่นคือระยะ Safety Margin ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการก่อสร้างระดับสากลครับ, คุณดาหลา” กรันต์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนิ่งเรียบไร้ระลอกคลื่นความรู้สึก ราวกับกำลังอธิบายทฤษฎีความแข็งแรงของวัสดุกลางห้องเลกเชอร์ “ถ้าคุณยอมสละเวลาอันมีค่าจากการเลือกเฉดสีพาสเทลไร้สาระบนผนังล็อบบี้ มาเปิดตำราโครงสร้างพื้นฐานดูสักหน้า คุณจะรู้ว่าฟิสิกส์มันไม่ได้ยืดหยุ่นตามรสนิยมแฟชั่นรันเวย์ที่คุณคลั่งไคล้อยู่หรอกนะครับ” ดาหลาแค่นหัวเราะออกจามุมปาก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นทรงเก๋หรี่ลงอย่างจับผิด เธอท้าวแขนทั้งสองข้างลงกับขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้ามาใกล้จนกรันต์ต้องยอมละสายตาจากหน้าจอเพื่อหันมาสบตาเธอนิ่งๆ “แฟชั่นรันเวย์เหรอคะ... อ๊ะ ขอโทษทีครับ ติดปากไปหน่อย” ดาหลากะพริบตาปริบๆ แกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดปากด้วยท่าทางกวนประสาท “ฉันหมายถึง... งานออกแบบภายในที่ทำให้คนใช้งานจริงเขารู้สึกเหมือนมีชีวิตชีวา ไม่ใช่การเดินเข้าไปในบังเกอร์หลบภัยสงครามโลกครั้งที่สองแบบที่หัวสมุห์ทื่อๆ ของนายกำลังร่างอยู่นี่ต่างหาก กรันต์... นี่มันปี 2024 แล้วครับ ตึกกระจกทึบๆ คอนกรีตเปลือยๆ แบบนี้ เขาเลิกสร้างกันตั้งแต่หมดยุคบรูทัลลิสต์แล้วมั้ง” “ถ้าโครงสร้างไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของจินตนาการไร้ขอบเขตของคุณ ตึกนั้นก็เป็นได้แค่สุสานฝังศพคนใช้งานครับ” กรันต์โต้กลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบฉายแววท้าทายอย่างไม่ยอมแพ้ “สถาปัตยกรรมไม่ใช่เรื่องของการแต่งหน้าทาปากให้วัตถุ แต่มันคือรากฐานของชีวิต คุณเข้าใจคำว่า ‘ความยั่งยืน’ บ้างไหมครับ หรือสมองของคุณถูกบรรจุไว้ด้วยแค่เรฟเฟอเรนซ์จาก Pinterest จนหมดแล้ว” บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสตูดิโอกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมทันที สายตาของเพื่อนร่วมชั้นที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว ธาม—เพื่อนสนิทของดาหลาที่นั่งปั่นโมเดลอยู่ไม่ไกล ส่งเสียงกระแอมกระไอพร้อมทำมือเป็นสัญญาณห้ามศึกเบาๆ แต่ดูเหมือนคู่กรณีทั้งสองคนจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีเพียงแรงกดดันทางความคิดและการเชือดเฉือนด้วยวาจาเสียแล้ว ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องโปรเจกต์จบ แต่เป็นสงครามระหว่าง ‘ฟังก์ชัน’ กับ ‘สุนทรียศาสตร์’ ระหว่าง ‘กรอบระเบียบ’ กับ ‘ความบ้าระห่ำ’ ที่สะสมมาตั้งแต่ปีหนึ่ง และตอนนี้มันกำลังระเบิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในห้องสตูดิโอที่อบอ้าวไปด้วยไอความร้อนจากคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่อง “นายมันเป็นพวกอนุรักษ์นิยมหัวโบราณที่กลัวการเปลี่ยนแปลงต่างหากล่ะ” ดาหลายืดตัวตรงขึ้น สีหน้าของเธอจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง แววตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเขา “กลัวว่าถ้าเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในงานออกแบบ นายจะไม่ได้ควบคุมทุกอย่างไว้คนเดียว... นายกลัวการสูญเสียการควบคุมใช่ไหมล่ะ, คุณชายกรันต์นท” คำพูดนั้นสะกิดโดนบางอย่างในใจของกรันต์อย่างแม่นยำ ราวกับเธอถือมีดผ่าตัดแล้วกรีดลงบนแผลเป็นที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเนียบและสมบูรณ์แบบมาตลอดสี่ปี สันจมูกโด่งคมสันขยับเล็กน้อย กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แต่เขาก็ยังคงรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน “อย่าเอาหลักจิตวิทยาดาดๆ มาใช้กับผมเลยครับ, ดาหลา” กรันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของเขาทำให้เขาต้องก้มมองเธอเล็กน้อย “ถ้าคุณคิดว่าไอเดียการออกแบบภายในของคุณมันเจ๋งนัก ก็เชิญร่างแปลนส่วนของlobbyมาให้ผมดูภายในพรุ่งนี้เช้า... แต่บอกไว้ก่อนนะครับ ว่าถ้ามันขัดกับโครงสร้างรับแรงของผมแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ผมจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าคุณแน่” ดาหลาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเชิดคางขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดที่ทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบ “รับทราบครับ... แล้วพรุ่งนี้เราจะได้รู้กันว่า ระหว่างโครงสร้างเหล็กกล้าแข็งกระด้างของนาย กับไอเดียพื้นที่ใช้สอยที่มีชีวิตชีวาของฉัน อันไหนมันจะพังคามือพรีเซนเตอร์ก่อนกัน” ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่พุ่งขึ้นถึงขีดสุดจนแทบจะจุดประกายไฟได้นั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูสตูดิโอ 3 มิติ เสียงกุญแจกระทบกัน และตามด้วยร่างของมีน รุ่นน้องปีสองที่ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “พี่กรันต์คะ... คือว่า...” มีนกวาดสายตามองบรรยากาศอึมครึมรอบโต๊ะ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กรันต์ “อาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์เพิ่งส่งอีเมลมาเปลี่ยนโจทย์กะทันหันค่ะ... ท่านบอกว่า พื้นที่ที่เราต้องออกแบบร่วมกัน ไม่ใช่อาคารสาธารณะทั่วไปแล้ว...” กรันต์รับกระดาษแผ่นนั้นมาด้วยความฉงน ขณะที่ดาหลาชะโงกหน้าเข้ามาอ่านข้อความบนกระดาษนั้นด้วยความสงสัย ดวงตาคมของกรันต์กวาดอ่านบรรทัดแรก และความนิ่งสงบที่เขาสะสมมาตลอดทั้งวันก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อพบว่าโจทย์ใหม่ที่อาจารย์เพิ่งเปลี่ยนให้พวกเขากะทันหันในวินาทีนี้ คือการออกแบบ "ศูนย์บำบัดจิตวิทยาและฟื้นฟูผู้ป่วยโรคซึมเศร้า" ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ตึกเก่าของโรงพยาบาลจิตเวชที่ปิดตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน—สถานที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความลับในอดีตที่กรันต์พยายามหนีมาตลอดชีวิต และเป็นสถานที่ที่ดาหลาเองก็มีความทรงจำฝังใจบางอย่างซ่อนอยู่เช่นกัน ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกของ "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา3D แต่ใจดันแพ้ดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%