ไกด์สาวหน้าตายกับช่างภาพสายชิลล์ ป่วนทริปล่องใต้•ตอนที่ 1

สัญชาตญาณไกด์ปะทะสัญชาตญาณเด็กโข่ง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
นาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือระบุเวลา 07.42 น. สำหรับคนทั่วไป นี่คือเวลาของการจิบกาแฟแก้วแรกอย่างเพลิดเพลินเคล้ากลิ่นอายทะเลอันดามัน แต่สำหรับ “รตา” ไกด์สาวมือฉมังผู้ยึดมั่นในตารางเวลาทุกกระเบียดนิ้ว ตัวเลขนี้เท่ากับความหายนะระดับสิบเรกเตอร์ นิ้วเรียวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูเคาะลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนรัวๆ เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่กำลังเต้นเร่งด้วยความโกรธ หน้าจอปรากฏแชตกลุ่มไลน์ของทริปกระบี่สามวันสองคืนที่เธอก่อตั้งขึ้น ข้อความล่าสุดของเธอถูกส่งไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว—*[กรุณาตรงต่อเวลาด้วยนะคะ/ครับ ทีมงานทุกคนควรถึงจุดนัดพบที่ท่าเรือในเวลา 07.30 น.]*—แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเครื่องหมายอ่านแล้ว แต่ไร้ซึ่งเงาคำตอบรับจากเป้าหมายหลักของความหงุดหงิด “ให้มันได้อย่างนี้สิ... ช่างภาพอินดี้บ้าบออะไรกัน นี่วันแรกนะ ประเดิมงานแรกก็มาสายเป็นชั่วโมงแล้วมั้งเนี่ย!” รตาสบัดเสียงพึมพำลอดไรฟัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังวาดมองกราดไปทั่วบริเวณท่าเรือข้ามฟากฝั่งกระบี่ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกรุ๊ปทัวร์อื่นๆ เดินขวักไขว่กันจอแจ แต่ไม่มีใครสักคนที่ดูเหมือนช่างภาพสารคดีท่องเที่ยวชื่อดังที่บริษัทเพิ่งจ้างมาแบบฉุกเฉินเลยสักนิด “ใจเย็นก่อนคุณแม่ ประเดี๋ยวริ้วรอยถามหาไม่รู้ด้วยนะ” เสียงใสๆ ของ “พิมพ์” เพื่อนสนิทและผู้ช่วยไกด์คู่ใจดังขึ้น พร้อมกับยื่นแก้วชาไทยเย็นเจี๊ยบมาจ่อตรงหน้า “ดูทำหน้าเข้าซิ ยักษ์ยังอายเลยมั้งนั่น” “จะไม่ให้ฉันโมโหได้ยังไงยัยพิมพ์ ทริปนี้ลูกค้าระดับ VIP ทั้งกลุ่มนะเธอ แล้วดูพ่อพระเอกช่างภาพจำเป็นของเราซิ ป่านนี้คงยังนอนตีพุงอยู่ในห้องแอร์ฉ่ำๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว” รตาคว้าแก้วชาไทยมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับความร้อนรุ่มในอก แต่รสชาติหวานมันกลับไม่ได้ช่วยให้ความดันเธอลดลงเลยสักนิด “ถ้าอีกห้ามนทีเดียวยังไม่โผล่หัวมา ฉันจะโทรไปยกเลิกสัญญาแล้วจ้างเด็กแถวนี้มาถือกล้องแทนจริงๆ ด้วยคอยดู!” “แหม ใจร้ายจังครับคุณไกด์คนสวย... ไล่ออกเร็วจนตั้งตัวไม่ทันแบบนี้ ผมใจแป้วหมดนะเนี่ย” เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเบาๆ ที่ไหล่ ทำ Rata สะดุ้งโหยงจนเกือบทำชาไทยหกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบของตัวเอง รตาหขวับกลับไปมองทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮาวายลายใบไม้สีเขียวเข้มปลดกระดุมบนโชว์แผงอกรำไร กางเกงขาสั้นเหนือเข่า และรองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่น บนบ่าข้างหนึ่งสะพายเป้เดินทางใบโตที่ดูผ่านก็รู้ว่าผ่านศึกมาโชกโชน มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟดำเย็น ส่วนอีกมือ... กำลังยกขึ้นทักทายเธอด้วยรอยยิ้มกวนๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมเรียวรีใต้ปีกหมวกแก๊ปสีดำทอดมองมาด้วยแววตาระรื่น ราวกับโลกใบนี้ไม่มีเรื่องไหนต้องเครียดเลยสักนิด “คุณ...!” รตาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับความหน้าตาเฉยของอีกฝ่าย “นี่คุณกล้าดียังไงมาสาย เกือบจะแปดโมงอยู่แล้วนะรู้ตัวไหม ทีมงานคนอื่นเขามารอตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง นี่คุณเห็นเวลาเป็นเรื่องตลกหรือไงฮะ คุณกรณ์!” “โอโห ทักทายด้วยชื่อเสียงเรียงนามแบบเต็มยศเลย แสดงว่าทำการบ้านมาดี หรือไม่ก็... แอบส่องเฟซบุ๊กผมมาดึกๆ ล่ะสิครับเนี่ย ถึงได้จำชื่อได้แม่นขนาดนี้” กรณ์ หรือที่พิมพ์ชอบแอบกระซิบเรียกว่า ‘เด็กโข่ง’ ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรตาต้องผถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ “ใครเขาจะไปว่างส่องคุณกัน! ฉันเป็นหัวหน้าไกด์ ฉันก็ต้องมีข้อมูลทีมงานทุกคนอยู่แล้วสิยะ!” รตาแหวใส่ หน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหปนเคือง “แล้วนี่อะไร แต่งตัวเหมือนจะไปเดินชายหาด ไม่ใช่มาทำงาน ถือกล้องตัวเดียวนี่นะจะไปถ่ายสารคดีท่องเที่ยว? นี่คุณเข้าใจคอนเซปต์งานที่เราบรีฟไปเมื่อวานหรือเปล่าเนี่ย!” กรณ์ก้มลงมองสำรวจตัวเองอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรตาอยากจะหยิบกล้องในมือเขามาฟาดหัวสักทีสองที “ชุดนี้แหละครับเหมาะที่สุดแล้ว ลุยได้ทุกสถานการณ์ ถ่ายรูปสวย แถมไม่เกะกะเวลาผมต้องวิ่งตามคุณแจแจแจแบบนี้ด้วย” กรณ์พูดหน้าตาเฉย พลางยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “ส่วนเรื่องมาสาย... ต้องขออโทษด้วยจริงๆ พอดีเมื่อคืนมัวแต่เช็กเลนส์กล้องจนตีสาม ตื่นสายไปหน่อย แต่รับรองว่าฝีมือผมไม่สายตามเวลาแน่นอนครับ เชื่อใจช่างภาพระดับรางวัลมาแล้วได้เลย” “เชื่อใจ? คำนี้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของฉันหรอกค่ะคุณกรณ์” รตาเชิดหน้าขึ้น กอดอกแน่น สายตาจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “จำไว้เลยนะ ว่าถ้าทริปนี้มีอะไรสะดุดเพราะความไม่ตรงเวลาของคุณ ฉันจะหักค่าจ้างคุณครึ่งหนึ่งทันที!” “โห ใจร้ายจัง... หักเงินเดือนคนหล่อ ระวังบาปกรรมตามทันนะคุณรตา” กรณ์ยังคงยิ้มรับหน้าตาเฉย ไม่มีความสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับเสียงบ่นเมื่อครู่นี้เป็นเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ยามเช้า พิมพ์ที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับแอบอมยิ้มจนแก้มปริ ดวงตาเป็นประกายวิบวับแบบสิบทิศ มือสะกิดแขนรตาเบาๆ แล้วกระซิบลอดไรฟัน “เฮ้ยแก... มองมุมนี้แล้วเขาก็ดู... ใช้ได้เลยนะเว้ย เคมีคู่กัดบอสกับเด็กส่งของเอ้ย ช่างภาพอินดี้คนนี้มันได้อยู่นะแกรร” “ยัยพิมพ์! แกอยู่ทีมฉันหรืออยู่ทีมอีตาช่างภาพนี่หะ!” รตาหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทจนพิมพ์ต้องรีบหุบยิ้มแล้วทำเป็นมองนกมองไม้ “อะแฮ่ม! เอาล่ะครับ ในเมื่อมากันครบแล้ว (แม้จะช้าไปสี่สิบนาทีก็เถอะ) เราก็รีบไปขึ้นเรือกันเถอะครับ เดี๋ยวแดดจะแรงเกินไป” พิมพ์ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยสถานการณ์ตึงเครียด รีบดันหลังรตาให้เดินนำหน้าไปยังท่าเทียบเรือ รตาฮึดฮัดสะบัดหน้าหนี ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเดินตามมาติดๆ ฝีเท้ายาวๆ ของเขาทำให้ต้องเดินตามหลังเธอเพียงไม่กี่ก้าว ลมทะเลพัดปะทะใบหน้า กลิ่นไอเค็มของน้ำทะเลตีเข้าจมูก พร้อมกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ แต่วันนี้... บรรยากาศที่ควรจะสดชื่นกลับเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อระหว่างไกด์สาวผู้เคร่งครัดกับช่างภาพสายชิลล์ เรือสปีดโบ้ทสีขาวลำใหญ่จอดเทียบท่า เครื่องยนต์คำรามเบาๆ ส่งเสียงเร่งเร้าให้การเดินทางเริ่มต้นขึ้น รตาหันไปแจกแจงรายละเอียดกับลูกทัวร์วีไอพีทั้งหคนอย่างคล่องแคล่ว มือถือไมโครโฟนไร้สายพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟังต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ กรณ์ยืนพิงเสาท่าเรือ มองภาพหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขายกกล้อง DSLR ตัวโปรดขึ้นเล็งผ่านเลนส์ กดชัตเตอร์บันทึกภาพเสี้ยวหน้าของรตาที่กำลังยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าอย่างตั้งใจ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย เสียงชัตเตอร์เบาหวิว *แชะ!* ดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจ รตาชะงัก หันขวับมามองต้นตอของเสียงทันที ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงใหญ่ ส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดว่าอย่าหาทำอีก กรณ์เพียงแต่ยักไหล่กวนๆ ชูสองนิ้วส่งให้ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนแทบอยากจะกระโดดถีบขาคู่ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของรตากลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ นี่มันแค่เริ่มต้นวันแรกเท่านั้น... แล้วอีกสามวันที่เหลือในทะเลกระบี่ เธอจะรอดชีวิต (และรอดจากอาการหัวใจวาย) ไปได้ยังไงกันนะ! รตาเม้มปากแน่น รีบหันกลับไปสนใจลูกทัวร์ต่อ แต่ปลายนิ้วกลับเผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าขึ้นเรือสปีดโบ้ทตามหลังลูกทัวร์คนสุดท้าย โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดเบาๆ รตาหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตไลน์ส่วนตัวที่เพิ่งเด้งเข้ามาจากชื่อของ ‘กรณ์ ช่างภาพ (จำเป็น)’ *[รูปเมื่อกี้สวยมากนะครับคุณไกด์ ถ้าอยากได้ไฟล์เต็มความละเอียดสูง... เย็นนี้มานั่งกินข้าวเคลียร์คิวถ่ายรูปกับผมที่ชายหาดนะ เดี๋ยวส่งให้เป็นกรณีพิเศษ ห้ามเบี้ยวด้วยล่ะ :P]* รตาอ่านข้อความนั้นแล้วแทบจะปรีแตก เธอเงยหน้าขึ้นมองหาเจ้าของข้อความทันที แต่กรณ์กลับเดินนำหน้าขึ้นเรือไปก่อนแล้ว พร้อมกับหันมาส่งยิ้มกวนประสาทให้อีกครั้งก่อนจะก้าวลงเรือไปอย่างสบายใจ ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังร่วมงานกับเทวดาตกสวรรค์หรือซาตานแปลงกายกันแน่เนี่ย! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากแรกกับทริปป่วนๆ นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวหน้าตายกับช่างภาพสายชิลล์ ป่วนทริปล่องใต้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%