รอยร้าวบนผนังคอนกรีตเสริมเหล็กความกว้างสามมิลลิเมตร ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับวิศวกรโยธาที่คุ้นเคยกับการรับแรงเฉือน แต่มันคือหายนะระดับสิบกิกะริกเตอร์สำหรับสถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบของสัดส่วนทองคำ
“ใครเป็นคนเซ็นอนุมัติให้เจาะช่องท่อเมนผ่านคานตัวนี้”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องมือช่างและฝุ่นผงปูนที่ยังลอยฟุ้ง รวินท์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ก้าวเท้าเข้ามาในเขตพื้นที่ก่อสร้างโซน VIP ชั้นสี่ด้วยท่าทีราวกับกำลังเดินตรวจราชการแผ่นดิน มือเรียวใต้ถุงมือผ้าสีขาวแตะลงบนรอยเจาะนั้นเบาๆ ราวกับมันคือบาดแผลฉกรรจ์บนร่างของคนรัก
ธันวาที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนฉบับหน้างานอยู่บนโต๊ะไม้กระดานอัด ชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงกวนประสาทแต่เช้า เขายืดตัวตรงเต็มความสูง สลัดหมวกนิรภัยสีเหลืองออกจากศีรษะ เผยให้เห็นเส้นผมชื้นเหงื่อและดวงตาคมกริบที่ฉายแววท้าทายชัดเจน
“ถ้าคุณเดินดูป้ายเตือนรอบไซต์งานสักนิด คุณก็จะรู้ว่าผมเป็นคนเซ็นเองครับ สถาปนิก...รวินท์” ธันวาจงใจเน้นเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำพักน้ำแรงที่กวนบาทาที่สุดเท่าที่จะทำได้ “และถ้าคุณมีเวลาเปิดอ่านอีเมลที่ผมส่งไปตั้งแต่วนาทีแรกของเมื่อวาน คุณก็จะไม่ต้องเดินหน้าหงิกเป็นตูดเป็ดมาถามคำถามโง่ๆ แบบนี้ถึงหน้างาน”
รวินท์หันขวับกลับมามองคู่สนทนา ดวงตาคมกราบกราบเรียบแต่ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความไม่พอใจ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
“โง่เหรอครับ คุณธันวา?” รวินท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างคุกคาม ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องสบตากันในระยะประชิด “แบบแปลนที่ผ่านการคำนวณและดีไซน์มานานร่วมครึ่งปี ถูกพวกคุณมักง่ายเจาะทำลายโครงสร้างรับน้ำหนักเพียงเพราะขี้เกียจเดินแนวท่ออ้อมอีกสามเมตรเนี่ยนะ คุณเรียกว่าความฉลาดของวิศวกรหรือความเห็นแก่ตัวของคนขี้เกียจกันแน่”
“เฮ้ๆ พูดให้มันดีๆ นะครับคุณชาย” ธันวาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขาก้าวสวนเข้าประชิดจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ปะปนกับกลิ่นเหงื่อและฝุ่นปูน กลายเป็นความเร้าใจที่แปลกประหลาด “ตรงนี้มันคือหน้างานจริง ไม่ใช่โปรเจกต์กระดาษในห้องแอร์ ถ้าเราไม่อ้อมท่อตรงนี้ ทางเดินหนีไฟชั้นล่างจะลดความกว้างลงจนผิดกฎหมายความปลอดภัย และถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาจริงๆ คนที่จะโดนฟ้องจนหมดตัวไม่ใช่ผม แต่เป็นไอ้สถาปนิกจอมเนี้ยบที่เอาแต่สนความสวยงามอย่างไร้รอยต่อจนลืมความจริงข้อนี้ต่างหาก!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของการก่อสร้างไกลๆ เป็นแบ็คกราวด์ รวินท์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหตุผลเชิงโครงสร้างและความปลอดภัยที่ถูกงัดขึ้นมาสู้ แม้ในใจจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความหยิ่งยโสในฐานะหัวหน้าทีมดีไซน์ เขาย่อมไม่มีวันยอมจำนนใครง่ายๆ
“ต่อให้มีเหตุผลเรื่องกฎหมายความปลอดภัย แต่วิธีแก้ปัญหาของคุณมันทุเรศสิ้นดี!” รวินท์ตอกกลับเสียงกร้าว ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่รอยเจาะคาน “คุณทำลายสุนทรียภาพของพื้นที่สาธารณะ คุณคิดจะปล่อยให้รอยปูนโป๊วอุบาทว์นี่โผล่หลาอยู่กลางโถงต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองหรือยังไง”
“ก็ใส่ฝ้าเพดานบังตาซะสิครับ หรือสมองระดับหัวกะทิของสถาปนิกคิดไม่ออกว่าต้องใช้วัสดุตกแต่งอะไรมาปิดบังรอยต่อพวกนี้” ธันวาแย้มยิ้มกวนประสาท มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้คนมองอยากจะพุ่งเข้าไปประทับรอยเท้าสักปิตติ “อ้อ... หรือว่าจินตนาการของคุณมันตีบตันไปหมดแล้ว ตั้งแต่ต้องมาทำงานร่วมกับทีมวิศวกรเถื่อนๆ อย่างผม”
รวินท์โกรธจนลมออกหู มือที่กำไว้ข้างลำตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความคับแค้นใจ ผู้ชายคนนี้คือภัยพิบัติทางอารมณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตการทำงานสามปีของเขา ธันวาไม่เพียงแต่ไม่เคารพผลงานศิลปะของเขา แต่ยังชอบทำตัวเป็นก้อนกรวดในรองเท้าที่คอยขัดขวางทุกย่างก้าวของการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก
“คุณ...!” รวินท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดจนแทบจะระเบิด “เราจะรื้อท่อนี้ออกแล้วทำตามแบบเดิม คุณมีเวลาถึงเที่ยงวันนี้ในการเคลียร์พื้นที่ มิฉะนั้นผมจะทำเรื่องเบิกงบแก้ไขโดยตัดจากค่าแรงของทีมคุณ”
ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่น่ากลัวขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดรวินท์อีกนิดจนแผ่นอกเกือบจะแนบชิดกับอีกฝ่าย รวินท์เผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาปูนคอนกรีตเสียแล้ว
ธันวายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนเสาปูนกั้นขวางทางถอยของรวินท์ไว้ เป็นการกักตัวอีกฝ่ายให้อยู่ในอาณัติโดยสมบูรณ์ กลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์และความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มทำให้หัวใจของสถาปนิกมาดเนี้ยบเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ
“อย่ามาใช้อำนาจบาทใหญ่กับผมนะคุณรวินท์” ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด “ถ้าคุณกล้าสั่งรื้อ... ผมก็จะฟ้องคุณกลับฐานสั่งงานนอกเหนือขอบเขตสัญญา และที่สำคัญที่สุด...”
ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายน้ายวอุ่นจัดแตะลงบนคางแหลมมนของรวินท์อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะบังคับให้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นเงยขึ้นสบตากันตรงๆ
“...ผมไม่ยอมให้ใครมาดูถูกหยาดเหงื่อของลูกน้องผมเด็ดขาด ต่อให้คนๆ นั้นจะหน้าตาดีและหอมขนาดไหนก็ตาม”
รวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธปนความกระดากอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มือเรีย้างง้างขึ้นเตรียมจะตักเตือนคนทะลึ่งด้วยฝ่ามือสักฉาดใหญ่ แต่ทว่า—
“เอ่อ... ขอโทษนะครับ ขัดจังหวะรัก... เอ้ย! ขัดจังหวะทำงานกันหรือเปล่าคะคุณผู้ชายทั้งสอง”
เสียงหวานใสคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟ รวินท์และธันวาผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ทั้งคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน
คุณพิม หัวหน้าโครงการผู้กุมความลับและชนวนเหตุทั้งหมดของความวุ่นวาย ยืนกอดอกพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ เธอกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของสถาปนิกและวิศวกรหยุดหมุนในทันที
“พอดีท่านประธานเพิ่งโทรมาแจ้งการเปลี่ยนแปลงด่วนที่สุด... แบบแปลนโซนนี้ทั้งหมดที่พวกคุณกำลังเถียงกันอยู่เมื่อกี้ จะถูกยกเลิกการก่อสร้างชั่วคราว เพราะทางบริษัทเพิ่งซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงเพิ่ม และพวกคุณสองคน... ต้องย้ายไปกินนอนและแก้แบบร่วมกันที่ไซท์งานต่างจังหวัดโปรเจกต์ใหม่... เริ่มตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเราด้วยกันนะครับ
— นาโนบอทมาสเตอร์
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 1
แบบแปลนนี้ใครสั่งแก้
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!