“ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาข้าวสารก้นถุงสุดท้ายของข้าไปอีกแม้แต่กระบวยเดียว วันนี้อย่าหาว่าข้า ‘หลินเฟย’ คนนี้ ไม่ยอมเอาเลือดหัวของพวกท่านออกมารดแผ่นดินให้หญ้าขึ้นงามแทนผักกาด!”
เสียงตวาดกร้าวที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองดังสะท้อนก้องไปทั่วกระท่อมหลังคาโหว่ ฝุ่นผงสีเทาหล่นร่วงลงมาจากคานไม้เก่าคร่ำคร่าตามแรงกระแทกของร่างระหงที่เพิ่งดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้ไผ่แข็งกระด้าง หลินเฟยหอบหายใจเข้าปอดลึกๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าเรียวสวยที่ตอนนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตากลมโตคู่คมฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ยังค้างคามาจากความทรงจำอันยุ่งเหยิงในหัว
ให้ตายสิ! วิญญาณนักวิจัยเกษตรอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างนาง อุตส่าห์อดหลับอดนอนพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไร่ทนแล้งจนสำเร็จเป็นผลงานชิ้นโบแดง ทว่ายังไม่ทันได้ลิ้มรสความสำเร็จ ยัยป้าข้างบ้านตัวแสบก็ดันขับรถไถชนแปลงทดลองของนางซะอย่างนั้น! มารู้สึกตัวอีกที สติสัมปชัญญะก็ถูกกระชากให้ร่วงหล่นลงมาอยู่ในร่างของ ‘หลินเฟย’ สะใภ้รองผู้แสนอาภัพแห่งหมู่บ้านสกุลหลิน ยุคโบราณที่แร้นแค้นเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูเปียกน้ำ!
“อ้าวๆ นังลูกสะใภ้ตัวดี ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดีเหมือนกัน! แกอย่ามาทำปากเก่งใส่ฉันนะ!” เสียงแหลมปรี๊ดของนางเฒ่าเฉิน ผู้เป็นแม่สามีใจยักษ์ดังแว่วมาจากลานดินหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงตบโต๊ะดัง *ปัง!* จนถ้วยชามกระเบื้องบิ่นๆ สั่นระรัว “ผัวแกมันตายไปเป็นผีเฝ้าชายแดนตั้งนานแล้ว แกยังกล้าอมข้าวในยุ้งฉางไว้กินคนเดียวรึไง? ส่งกุญแจยุ้งฉางมาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะให้พี่ใหญ่ของแกมาลากตัวแกไปขายให้โรงนวดแป้งทางใต้ซะ!”
หลินเฟยแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบเสียจนคนมองต้องนึกเสียวสันหลังวาบ นางกวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว กระท่อมไม้ไผ่หลังนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับรังหนู ฝาผนังผุพังจนลมหนาวพัดโชกเข้ามาได้ทุกทิศทุกทาง เสบียงอาหารในบ้านน่ะรึ? อย่าว่าแต่ข้าวสารเลย แม้แต่เมล็ดข้าวเปลือกสักเมล็ดก็ไม่มีหลงเหลือ เพราะถูกพวกปลิงสูบเลือดสูบเนื้อในคราบญาติสามีขนเอาไปจนเกลี้ยงเกลาตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว!
ถ้าเป็นเจ้าของร่างเดิมคงได้แต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายยอมจำนนให้นางเฒ่ารังแกจนตัวตาย แต่นี่คือ ‘หลินเฟย’ คนใหม่ คนที่แม้แต่หญ้าคาในแปลงทดลองยังต้องเกรงใจ!
“ท่านแม่พูดจาให้มันน่าฟังหน่อยนะคะ” หลินเฟยค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง สัมผัสความเจ็บร้าวจากรอยฟกช้ำดำเขียวตามเนื้อตัวทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น แต่นางหาได้แสดงความอ่อนแอออกมาไม่ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดุดจดจ้องร่างอ้วนท้วนของนางเฒ่าเฉินที่ยืนเท้าสะเอวรออยู่หน้าประตู “พวกท่านปล้นชิงข้าวสารของบ้านรองไปจนหมดเกลี้ยง แม้แต่เมล็ดพันธุ์ผักกาดที่ข้าเก็บไว้ทำพันธุ์ปีหน้าก็ยังไม่เว้น ตอนนี้ยังกล้าหน้าด้านมาทวงกุญแจยุ้งฉางที่ว่างเปล่าอีกหรือคะ? หรือสมองของท่านมีไว้ประดับกะโหลกเฉยๆ ถึงได้คิดว่าอากาศธาตุจะกลายเป็นแป้งหมั่น头的ขึ้นมาได้?”
*“นัง… นังสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าด่าฉันเรอะ!”* นางเฒ่าเฉินหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นก้อนถ่านไฟลุกโชน นางเงื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนลูกสะใภ้ปากกล้าให้หลาบจำ
ทว่า หลินเฟยกลับไม่หลบเลี่ยง นางเพียงแค่ยกมือขึ้นตั้งฉากอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่จิตใต้สำนึกเกิดความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาด—
*ติ๊ง!*
เสียงใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับม่านแสงสีเขียวมรกตโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตาของนางเพียงผู้เดียว!
[ระบบ ‘สวนส้มปลายฟ้า’ ทำงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์]
[ยินดีต้อนรับท่านเจ้าของสวนสู่มิติลับเกษตรอัจฉริยะ ระดับ 1]
[สถานะปัจจุบัน: พื้นที่ดินดำอุดมสมบูรณ์ 5 ไร่, บ่อน้ำทิพย์ฟื้นฟูพลังชีวิต 1 บ่อ, และคลังแสงเมล็ดพันธุ์พืชหายากจำกัดจำนวน]
[ภารกิจแรกเริ่ม: ปลูกและเก็บเกี่ยว ‘แตงกวาหยกสวรรค์’ ให้สำเร็จภายใน 3 วัน หากล้มเหลว จะถูกริบสิทธิ์การใช้งานมิติลับถาวร]
ดวงตาของหลินเฟยเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที ความตื่นเต้นระคนยินดีพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก มิติลับ! มันื้อมิติลับเกษตรที่นางเฝ้าทะนุถนอมในโลกเดิมตามติดวิญญาณข้ามภพมาด้วยจริงๆ! แบบนี้ต่อให้ตระกูลเฉินจะใจดำอำมหิตแค่ไหน นางก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวขอทานใครกินอีกต่อไปแล้ว!
“หยุดมือเดี๋ยวนะ!” หลินเฟยเอ่ยเสียงเฉียบขาด พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าท่อนไม้ฟืนที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาตวัดขู่ตรงหน้า ทำให้นางเฒ่าเฉินที่กำลังพุ่งเข้ามาต้องเบรกตัวโก่งจนเกือบหน้าคะมำ
“แก… แกกล้าเอาไม้ขู่แม่สามีรึ! ไอ้หลินเฟย แกมันอัปpรีมีมารยา!” นางเฒ่าเฉินกรีดร้องโวยวายลั่นบ้าน เรียกให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่อยากรู้อยากเห็นเริ่มชะביมามุงดูที่รั้วบ้านไม้ไผ่กันอย่างเนืองแน่น
หลินเฟยหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเหยียดยิ้มเย็นชา กวาดสายตามองหน้าชาวบ้านที่กำลังซุบซิบกันด้วยความสะใจระคนดูแคลน ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัดพอดีคำให้คนนอกได้ยินกันทั่วหน้า
“ท่านแม่พูดให้มันดีๆ นะคะ! สามีของข้า ‘ไป๋อวี้’ แม้จะไปราชการชายแดนและไม่ได้ส่งข่าวคราวมานาน แต่ทหารกล้าที่ออกหน้าแทนบ้านเมือง ย่อมมีเบี้ยหวัดหลวงส่งมาเจือจูนครอบครัวตามกฎหมาย ท่านแม่เล่นขนเอาข้าวของเงินทองในบ้านรองไปจนหมดเกลี้ยงแถมยังจะขับไล่ข้าให้ไปขายตัว แบบนี้เขาเรียกว่ารังแกครอบครัวทหารนอกวาระ! หากเรื่องนี้ถึงหู ‘ท่านเจ้ากรมการคลัง’ หรือทางการเมืองหลวงเข้า ไม่รู้ว่าหัวของคนตระกูลเฉินทั้งบ้านจะยังอยู่บนบ่าดีหรือเปล่าคะ?”
สิ้นคำพูดนั้น บริเวณหน้ากระท่อมก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ชาวบ้านที่กำลังมุงดูต่างพากันสูดปากด้วยความตกใจ ใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลเฉินมักเอาเปรียบสะใภ้รองผู้นี้มาโดยตลอด แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหลินเฟยที่เคยอ่อนแอจะกล้าเอา ‘กฎหมายบ้านเมือง’ และ ‘เจ้ากรมการคลัง’ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและเด็ดขาดมาขู่ตลบหลังเช่นนี้!
นางเฒ่าเฉินหน้าซีดเผือดลงทันที แม้หล่อนจะไม่รู้ว่าเจ้ากรมการคลังคือใคร แต่คำว่า ‘ทหารหลวง’ และ ‘กฎหมาย’ ก็มากพอที่จะทำให้คนชนบทหวาดกลัวจนตัวสั่นได้ “แก… แกขู่ฉันเรอะ นังตัวดี!”
“ข้าไม่ได้ขู่ แต่ข้ากำลังเตือนด้วยความหวังดีต่างหากล่ะคะ” หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้ากระท่อมแล้วกระแทกประตูไม้ปิดใส่หน้าพวกมันเสียงดัง *ปัง!* อย่างไม่ไว้หน้า
บรรยากาศภายในกระท่อมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลินเฟยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก นางทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แล้วตั้งสิติดตามเรียกหน้าต่างระบบมิติลับขึ้นมาทันที
เบื้องหน้าของนาง ปรากฏภาพจำลองแปลงดินสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของดินอุดมสมบูรณ์ ไอน้ำจางๆ ลอยละล่องขึ้นมาจากบ่อน้ำทิพย์ใสสะอาดจนมองเห็นปลาตัวเล็กๆ ว่ายวนอยู่ด้านล่าง บนชั้นวางข้างบ่อมีซองเมล็ดพันธุ์สีทองอร่ามวางอยู่ซองหนึ่ง—‘แตงกวาหยกสวรรค์’
“หึ แค่ปลูกแตงกวาให้โตภายในสามวัน สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านพืชไร่อย่างฉัน มันก็แค่เรื่องเด็กๆ เล่นขายของเท่านั้นแหละ”
หลินเฟยคิดในใจอย่างมั่นอกมั่นใจ นางส่งจิตเข้าไปในมิติลับ หยิบเมล็ดพันธุ์แตงกวาหยกสวรรค์ออกมาหนึ่งเมล็ด พร้อมกับตักน้ำทิพย์จากบ่อใส่ขันไม้เก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้องเพื่อเตรียมนำไปหยอดลงแปลงดินหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างที่นางเฒ่าเฉินจงใจทิ้งไว้ให้พืชผลตายซาก
ทว่า ทันทีที่นางก้าวเท้าเปิดประตูหลังบ้านออกไปเพื่อจะเริ่มลงมือพลิกฟื้นสวนหลังบ้านตามภารกิจ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหายากและกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวก็พลันปะทะเข้าที่ปลายจมูกอย่างกะทันหัน
หลินเฟยชะงักฝีเท้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ นางหรี่ตามองฝ่าความสลัวของเงาไม้ไผ่หลังบ้านที่ควรจะว่างเปล่า ทว่ากลับปรากฏเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยืนพิงต้นส้มโออยู่เงียบๆ
บุรุษผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีกปิดบังใบหน้าครึ่งบน ทิ้งไว้เพียงสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่นางอย่างพินิจพิจารณา ราวกับพญาอินทรีที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อตัวน้อยในกรงเล็บ
“เจ้า… เป็นใคร?” หลินเฟยขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น นางกระชับขันน้ำและท่อนไม้ในมือแน่น พร้อมถอยหลังกวาดสายตาระวังภัยอย่างเต็มที่
บุรุษปริศนาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาไม้ กลิ่นอายความกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบกายคล้ายจะเย็นเยือกกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง เขาก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้ขนลุกซู่ แต่กลับแฝงไปด้วยความเวทนาและคลั่งไคล้ระคนกันอย่างประหลาด
“ภรรยาตัวน้อย… สามีกลับมารับเจ้าแล้วเหตุใดจึงต้องถือไม้ทำร้ายกันด้วยเล่า หืม?”
ดวงตากลมโตของหลินเฟยเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น—สามี? สามีที่ตายไปเป็นผีเฝ้าชายแดนของเจ้าของร่างเดิมไม่ใช่เรอะ! ทำไมตอนนี้ถึงได้โผล่มาในสภาพที่ดูอันตรายและทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าพญายมราชแบบนี้ล่ะฟะ!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนสวนส้มแห่งนี้นะคะ!
เซียนเกษตรสาวกับเจ้ากรมการคลังผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมซอมซ่อ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้ากรมการคลังผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!