กลิ่นคาวสนิมที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ได้มาจากโลหะชิ้นไหน แต่มันลอยออกมาจากรอยเลือดที่แห้งกรังเป็นปื้นอยู่บนพรมสีครีมของเซฟเฮาส์ รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างบ้าคลั่งไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในใจของเธอเย็นลงเลยแม้แต่น้อย
"ไม่มีรอยงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และที่สำคัญกว่านั้น..." ภาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างเธอ รองเท้าหนังขัดมันของเขาไม่มีแม้แต่ฝุ่นละออง เขาก้มลงมองรอยเลือดนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้า "ผลแล็บเบื้องต้นระบุว่า เลือดหยดนี้ไม่ใช่เลือดมนุษย์ และอาจไม่ใช่เลือดของสิ่งมีชีวิตที่โลกนี้รู้จักด้วยซ้ำ"
รินรดาหันขวับไปมองเขา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความโกรธที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีสุขุม "คุณหมายความว่ายังไง ภาคิน? พยานของฉันหายไป กล้องวงจรปิดถูกตัดสัญญาณในวินาทีเดียวกับที่พยานคนนี้ควรจะให้ปากคำกับอัยการ แล้วคุณจะบอกฉันว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือเรื่องเหนือธรรมชาติงั้นเหรอ?"
ภาคินยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่เป็นการหยามหยันที่แยบยล "ทนายความมักมองหาเหตุผลเพื่ออธิบายความยุติธรรมเสมอ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ในโลกที่คนบางคนมีอำนาจล้นฟ้า ความจริงก็เป็นเพียงอากาศธาตุที่พวกเขาสามารถทำให้ระเหยหายไปได้เมื่อไหร่ก็ได้"
เขาก้าวเดินไปรอบห้องอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบกวาดมองทุกตารางนิ้ว ราวกับเขากำลังมองทะลุผ่านผนังไปเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านบังตา รินรดาเดินตามเขาไปติดๆ เธอไม่ไว้วางใจผู้ชายคนนี้ อดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาคนนี้มีอดีตที่โชกโชนพอๆ กับความฉลาดที่เป็นพิษของเขา
"พยานคนนี้คือจิ๊กซอว์ตัวเดียวที่จะทำให้พ่อของฉันพ้นจากมลทิน" รินรดาเน้นเสียงต่ำ "ถ้าเขาหายไป ฉันจะขุดรากถอนโคนคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ขึ้นมาให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
"แม้แต่กับตัวคุณเองน่ะหรือ?" ภาคินหยุดกะทันหันจนรินรดาเกือบเดินชนเขา "รินรดา ความแค้นเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี แต่มันก็เผาผลาญคนถือมันให้ไหม้เกรียมก่อนที่จะได้แก้แค้นสำเร็จเสมอ คุณกำลังสู้กับคนที่มีทนายปีศาจคอยจัดฉากทุกอย่าง ตั้งแต่หลักฐานไปจนถึงลมหายใจของพยาน"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงสัญญาณเตือนภัยแผ่วเบาดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋าเสื้อของภาคิน เขาหยิบมันขึ้นมาดู แววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงชั่ววูบ ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว
"มีอะไร?" รินรดาถามด้วยความระแวง
"ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องดีสำหรับคุณ" ภาคินตอบพลางเดินไปที่โต๊ะทำงานกลางห้องที่ว่างเปล่า เขาใช้นิ้วเคาะลงบนพื้นผิวไม้มะฮอกกานีอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะพบว่าแผ่นไม้ตรงนั้นมีความผิดปกติเล็กน้อย เขาออกแรงกดลงไปเบาๆ ลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางใต้โต๊ะก็ดีดตัวออก
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอสะดุดเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น มันไม่ใช่ปืน หรือเงินสด แต่เป็นซองจดหมายสีขาวที่ปิดผนึกด้วยตราประทับขี้ผึ้งสีแดงฉาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือตราสัญลักษณ์ของสำนักงานกฎหมายที่ปิดตัวไปเมื่อสิบปีก่อน ในวันที่พ่อของเธอถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
มือของรินรดาสั่นเทาขณะหยิบซองจดหมายขึ้นมา ในนั้นมีเพียงแผ่นกระดาษแผ่นเดียวที่เขียนด้วยลายมือบรรจงงดงามทว่าแฝงความเยือกเย็น
*‘ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงในศาล แต่ถ้าอยากเห็นมัน ลองมองไปที่กระจกเงาดูสิ’*
"รินรดา..." ภาคินเรียกเสียงแผ่ว แต่สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่จดหมาย เขากำลังมองไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดสนิท แต่ม่านสีขาวกลับขยับไหวราวกับมีใครบางคนเพิ่งเดินผ่านมันไปเมื่อครู่นี้
รินรดาหันไปตามสายตาของเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอเห็นรอยนิ้วมือที่เปื้อนสีดำคล้ำประทับอยู่บนกระจกหน้าต่างด้านนอก ซึ่งมันสูงจากพื้นดินกว่าสิบชั้น แต่ที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือภาพเงาสะท้อนในกระจกบานนั้น... มันไม่ใช่เงาของเธอ หรือภาคิน แต่เป็นเงาของชายคนหนึ่งที่ยืนถือร่มสีดำสนิทอยู่ข้างหลังเธอ ทั้งที่ในห้องนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคน
เมื่อเธอกลับหลังหันไปมองอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พบมีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ และเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังแว่วมาจากลำโพงสื่อสารที่วางทิ้งไว้บนพื้น
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณผู้อ่านรู้สึกถึงความกดดันและปมปริศนาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนะคะ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของความจริงกับกระจกเงาสะท้อนใจค่ะ
คดีฆาตกรรมที่ไม่มีศพและรอยยิ้มของทนายปีศาจ•ตอนที่ 1
หลักฐานที่กลายเป็นอากาศ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีฆาตกรรมที่ไม่มีศพและรอยยิ้มของทนายปีศาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
