"เสียงแจ้งเตือนไร้ตัวตนเมื่อครู่ ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... แต่เป็นคำเตือนที่จงใจส่งตรงถึงเราต่างหากค่ะ"
เรย์กล่าวพางumพลางใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนหน้าต่างอินเทอร์เฟซสีฟ้าครามที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ แสงเรืองรองจากหน้าจอนั้นสะท้อนดวงตาคู่คมที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ข้อมูลโค้ดดิ้งปริศนาที่ปรากฏขึ้นในช่วงท้ายของเหตุการณ์ที่หุบเขาเงาจันทร์ ยังคงทิ้งร่องรอยความผิดปกติไว้ในแคชความจำของระบบ มันคือข้อความที่ถอดรหัสออกมาได้ว่า *'ยินดีต้อนรับสู่ความจริง... นักวิเคราะห์ตัวน้อย'* ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่ามีใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—กำลังจับingตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ทุกฝีก้าว
ภายในห้องพักรับรองของกิลด์ที่ถูกปิดตายด้วยเวทมนตร์ป้องกันการสอดแนม บรรยากาศรอบตัวค่อนข้างอึมครึม ไอเย็นจากระบบปรับอากาศจำลองไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกหนาวเท่ากับเงื่อนงำที่เพิ่งค้นพบ เซนยืนอยู่ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ ร่างสูงโปร่งทอดสายออกไปเบื้องนอก ทัศนียภาพของเมืองหลวงในเกม VRMMO 'New World Online' ยามค่ำคืนระยิบระยับไปด้วยแสงไฟจากผู้เล่นนับแสน ทว่าความเจริญรุ่งเรืองเหล่านั้นกลับดูปลอมเปลือกยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเทียบกับปริศนาเบื้องหลัง
"เธอคิดว่ามันคือกับดักใช่ไหมคะ เรย์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เซนหันกลับมามองคนตัวเล็กกว่า แววตาสีรัตติกาลของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมนิ่งสงบ
"ต่อให้เป็นกับดัก เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินเข้าไปเหยียบมันอยู่ดีค่ะ" เรย์ถอนหายใจยาว ปิดหน้าต่างระบบลงก่อนจะหยิบแผนที่หนังแกะเก่าแก่ขึ้นมาวางกางบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง แผนที่นี้ได้มาจากเควสต์ลับเมื่อสัปดาห์ก่อน เส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ 'เขตต้องห้าม: ป่าสนทมิฬ' ถูกขีดเส้นด้วยหมึกสีแดงเข้มอย่างไร้ทิศทางที่แน่นอน ไม่มีพิกัด ไม่มีแลนด์มาร์ค มีเพียงคำโปรยสั้นๆ ว่า *'ที่ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างเกมกับความจริงเลือนราง'*
การเดินทางที่ไม่มีแผนที่นำทางเริ่มต้นขึ้นในเช้าตรู่ของวันถัดมา แม้จะไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกหรือแสงแดดอบอุ่นตามธรรมชาติ แต่ความกดดันของสภาพแวดล้อมในเขตชายแดนก็เพียงพอที่จะทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว
เรย์ในชุดเกราะหนังเบาสีเข้มกระชับเข้ารูป สะพายธนูเวทคู่ใจไว้ที่แผ่นหลัง เดินนำหน้าผ่านแนวรั้วกั้นเขตปลอดภัยของระบบ ออกสู่ดินแดนรกร้างที่ไร้ซึ่งผู้เล่นคนอื่นย่างกรายเข้ามา พื้นดินเบื้องล่างเปลี่ยนจากหญ้าเขียวขจีเป็นโคลนตมสีดำสนิท ส่งกลิ่นอัปชื้นของซากพืชที่เน่าเปื่อย ทัศนียภาพรอบด้านถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบจนมองเห็นระยะทางไม่เกินสามเมตร
"ระวังพื้นด้วยนะคะ ค่าความทนทานของรองเท้าจะลดลงอย่างรวดเร็วถ้าเหยียบโดนโคลนกรดพวกนั้น" เรย์เอ่ยเตือนเสียงเบา ขณะใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษซากกิ่งไม้ที่ขวางทาง
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ แต่คนที่ต้องระวังมากกว่าน่าจะเป็นนักวิเคราะห์ที่ชอบแบกภาระไว้คนเดียวนะคะ" เซนก้าวเข้ามาเดินเคียงข้างอย่างแนบเนียน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายอีกฝ่าย แม้ในสถานการณ์ที่อันตราย เซนก็ยังมีอารมณ์มาหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทำเอาเรย์ต้องแอบเมินหน้าหนีด้วยความขัดแย้งในใจ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้งเมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในเขตป่าสนทมิฬ ต้นสนโบราณสูงเสียดฟ้าลำต้นสีดำสนิทแผ่กิ่งก้านสาขาคล้ายเงาปีศาจที่กำลังกวักมือเรียก บรรยากาศรอบตัววังเวงจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของตนเองและเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเซน
"แปลกมากค่ะ..." เรย์หยุดเดินกะทันหัน จนเซนเกือบชนเข้าที่แผ่นหลัง เธอทรตัวลงนั่งยองๆ ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นดินที่มีรอยเท้าประหลาด "ร่องรอยพวกนี้... ไม่ใช่ของมอนสเตอร์ทั่วไปในแพץช์ปัจจุบัน คลื่นพลังงานเวทมนตร์ที่หลงเหลืออยู่มีความถี่สูงเกินกว่าที่โค้ดเกมระดับนี้จะประมวลผลได้"
เซนย่อตัวลงข้างๆ สายตาคมกวาดมองรอยเท้าเหล่านั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม "มันคือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์หลัก... ข้อมูลตกค้างที่พยายามสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ในเขตอับสัญญาณ"
คำพูดของเซนทำให้เรย์หันขวับมามอง เขาดูรู้เรื่องพวกนี้ดีเกินกว่าจะเป็นแค่ผู้เล่นระดับท็อปทั่วไป ความสงสัยที่เธอเก็บงำไว้ในใจมานานเริ่มส่งเสียงประท้วงอีกครั้ง แต่ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากซักถามอะไร เสียงหวีดหวิวแหลมเล็กก็กรีดแทงเข้ามาในโสตประสาท
*กริ๊ดดดด—!*
หมอกหนาทึบเบื้องหน้าเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เงาร่างนับสิบพุ่งแหวกความมืดออกมาด้วยความเร็วสูง เรย์ดีดตัวถอยหลังพร้อมกับง้างสายธนูในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณโปรเพลเยอร์ทำงานอย่างเต็มพิกัด ลูกธนูเคลือบเวทมนตร์ธาตุแสงพุ่งแหวกอากาศออกไปปะทะกับเป้าหมายแรกทันที
*ฉับ!*
แสงสว่างวาบจากการโจมตีเปิดเผยรูปร่างของศัตรูให้เห็นชัดเจน มันคือหุ่นเชิดจักรกลโบราณที่ถูกปกคลุมด้วยราสีดำ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างกระหายเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ สัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนอกของพวกมัน... คือตราสัญลักษณ์เดียวกันกับข้อความปริศนาที่ส่งตรงมาหาเรย์เมื่อคืนนี้!
"พวกมันไม่ได้บังเอิญมาดักรอเรา..." เรย์กัดฟันกรวด พยายามคำนวณจำนวนและรูปแบบการเคลื่อนไหวของศัตรูที่กำลังตีวงล้อมเข้ามาอย่างรวดเร็ว "พวกมันรู้ว่าเราจะมาที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว!"
เซนก้าวขึ้นมาขวางหน้าเรย์ไว้ ร่างสูงชักดาบยาวประจำตัวออกจากฝัก ดาบเล่มนั้นเปล่งประกายแสงสีเงินยววงตัดกับความมืดมิดรอบตัว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ชายหนุ่มปรายตามองฝูงหุ่นเชิดนับร้อยที่กำลังกรูกันเข้ามาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ไม่ต้องกังวลไปหรอคะ เรย์" เซนกล่าวเสียงนุ่ม ท่ามกลางเสียงคำรามก้องของกองทัพหุ่นเชิด "ในเมื่อพวกเขาอุส่าห์ส่งคำเชิญมาถึงที่... เราก็แค่ต้องรับไมตรีนั้นไว้ ด้วยการพังประตูบ้านของพวกเขาให้ราบคาบก็พอค่ะ"
ทันทีที่เซนเหวี่ยงดาบออกไป คลื่นดาบพลังงานมหาศาลก็กวาดล้างแนวหน้าของศัตรูจนแตกละเอียดเป็น Jiggle พิกเซลสีฟ้ากระจายเต็มอากาศ แต่ทว่า... ท่ามกลางเศษซากเหล่านั้น หน้าต่างแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานนับร้อยก็เด้งขึ้นตรงหน้าเรย์พร้อมๆ กันด้วยเสียงเตือนที่ดังระรัวจนน่าหนวกหู
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่เขตหวงห้ามระดับสูงสุด]
[คำเตือน: ผู้เล่นกำลังก้าวเข้าสู่ "เขตทดลองที่ศูนย์" (Sector Zero)]
[ข้อความจากระบบปริศนา: ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สร้างลำดับที่ศูนย์]
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรเหล่านี้เสมอตลอดมานะคะ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไป100%เต็มกับบทนี้นะคะ!
ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว•ตอนที่ 39
การเดินทางสู่เขตต้องห้าม
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!