นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 2

อาจารย์สาวผู้มาพร้อมแฟ้มลับ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่แม้แต่เถ้าถ่านก็ยังไม่เหลือให้เก็บกวาดนะครับ อัครินทร์" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสืบสวนส่วนตัว กลิ่นหอมจางๆ ของชา Earl Grey ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าในแฟ้มเอกสาร ลอยอบอวลอยู่รอบตัวหญิงสาวผู้สวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ปรากฏกรอบหน้าคมคายและดวงตาสีดำสนิทที่กำลังจ้องมองตรงมายังผมด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง ดร.รินรดา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมพิเศษและอาจารย์ผู้กุมความลับของสถาบันวิจัยนิติวิทยาศาสตร์แห่งนี้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะไม้สักตรงกลางเต็มไปด้วยเอกสารคดีเก่าที่ผมเพิ่งดึงข้อมูลออกมาจากสมุดบันทึกเล่มปริศนา ผมขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ใช้ความเงียบเป็นเกราะกำบังขณะที่สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตรรกะในหัวทำงานแข่งกับจังหวะการเต้นของหัวใจ "ผมไม่ได้เล่นสนุกครับอาจารย์ ผมแค่กำลังหาความจริง" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น พยายามซ่อนความสั่นไหวเล็กๆ ไว้เบื้องหลังรอยยิ้มสุภาพ "ความจริงหรือ?" รินรดาทวนคำ มุมปากของเธอยกขึ้นนิดหน่อยในลักษณะที่เรียกว่ารอยยิ้มก็ไม่ใช่ การเย้ยหยันก็ไม่เชิง มันคือรอยยิ้มของผู้ที่มองเห็นกระดานหมากรุกทั้งหมด ขณะที่ผมเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่กำลังเดินไปสู่ตารางมรณะ เธอเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มสีแฟ้มหนึ่งขึ้นมา วางมันลงบนโต๊ะแล้วดันเลื่อนมาตรงหน้าผม "ถ้าคุณหมายถึงรอยเลือดบนพรมหรือคราบเขม่าดินปืนในแฟ้มพวกนั้นล่ะก็... มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ระบบของคุณถูกออกแบบมาให้มองเห็น" คำพูดนั้นทำให้ผมชะงักไปชั่วขณะ *ระบบของผมงั้นหรือ?* นับตั้งแต่คืนวันที่ครอบครัวของผมถูกพรากไปอย่างไร้ร่องรอย สมุดบันทึกเล่มนั้นก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับหน้าต่างอินเทอร์เฟซโปร่งแสงที่คอยประเมินค่าและวิเคราะห์รอยเหลื่อมของกาลเวลาและสถานที่ ผมคิดมาตลอดว่ามันคือพรสวรรค์ที่พระเจ้ามอบให้เพื่อล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรม แต่จากน้ำเสียงของรินรดาในตอนนี้... มันดูเหมือนคำสาปมากกว่าพรเสียอีก [ระบบวิเคราะห์รอยเหลื่อม: ตรวจพบคลื่นสมองของเป้าหมายมีความผันผวนสูง คำเตือน: ความลับระดับสิทธิ์เข้าถึง 'Omega' กำลังถูกเปิดเผยโดยบุคคลภายนอก อัตราความเสี่ยงในการสูญเสียตัวตน: 34.2%] ตัวอักษรสีแดงฉานกะพริบวาบขึ้นในห้วงความคิดของผมทันทีโดยไม่ต้องมองผ่านสายตาจริง ระบบกำลังเตือนภัย... แต่มันเตือนผมถึงตัวตนของรินรดา หรือเตือนผมถึงความโง่เขลาของตัวเองกันแน่? "ดูเหมือนคุณจะเริ่มได้ยินเสียงกระซิบจากมันแล้วสินะครับ" รินรดากล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย เจือด้วยความระคนห่วงใยที่แปลกประหลาดจนผมจับอารมณ์ไม่ถูก "คุณคิดว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นเลือกคุณเพราะความสามารถในการสังเกตอันยอดเยี่ยมของคุณอย่างนั้นหรืออัครินทร์? เปล่าเลย... มันเลือกคุณเพราะคุณมี 'ความว่างเปล่า' มากพอที่จะให้มันใช้เป็นภาชนะต่างหาก" ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นชาและกระดาษเก่าเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของอาจารย์สาวเบื้องหน้า ผมรู้ดีว่าหากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทุกสิ่งที่ผมพยายามไขว่คว้ามาตลอดหลายปีจะพังทลายลงในพริบตา "ถ้ามันคือภาชนะ แล้วผมมีทางเลือกอื่นไหมครับ?" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง ความมุ่งมั่นในแววตาฉายชัดผ่านเลนส์แว่น "หรือว่าผมต้องยอมเป็นแค่เครื่องมือให้สมุดเล่มนั้นชี้นำไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย เหมือนกับ... พ่อแม่ของผม" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันทีเมื่อชื่อของพ่อแม่ถูกเอ่ยขึ้น รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมโน้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมเย็นๆ ของเธอลอยเข้ามาแตะจมูก "คุณมีทางเลือกเสมออัครินทร์..." เสียงกระซิบของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท "แต่ก่อนที่คุณจะเลือกเส้นทางนั้น คุณต้องอ่านหน้าสุดท้ายของแฟ้มนี้ให้จบเสียก่อน... แฟ้มที่บันทึกคดีแรกที่ถูกลบออกจากสารบบของกรมตำรวจ" รินรดายื่นมือเรียวบางไปเปิดหน้าปกแฟ้มสีเทาเข้มออก เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในทันที ภาพถ่ายของสถานที่เกิดเหตุคุ้นตา... บ้านของผมเอง ในคืนวันก่อนเกิดเหตุโศกนาฏกรรม และที่มุมขวาของภาพ มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงสดที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นลายมือของใคร *ลายมือของผมเอง*... ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยเขียนมันมาก่อนในชีวิต [ประกาศจากระบบ: ตรวจพบรอยเหลื่อมของความทรงจำระดับวิกฤต ภารกิจลับเปิดใช้งาน: 'อดีตที่บิดเบี้ยว' (ระดับ SSS) เงื่อนไข: ค้นหาความจริงเบื้องหลังลายมือของท่านภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นจิตวิญญาณจะถูกผนึกถาวรในสมุดบันทึก] หน้าจอสีแดงเข้มสว่างวาบขึ้นปิดบังการมองเห็นทั้งหมด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นจากนอกประตูกระจกฝ้า—เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเราด้วยเจตนาอันตราย และรินรดาก็กำลังขยับยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%