"วางมีดผ่าตัดลงเสียเถอะรวินท์ สัญชาตญาณของคุณกำลังตะโกนบอกสิ่งที่สมองส่วนเหตุผลปฏิเสธที่จะยอมรับ"
เสียงทุ้มต่ำและติดแหบพร่าของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องชันสูตรที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฟอร์มาลีนและไอเย็นเยียบจากตู้แช่ศพ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อ—รวินท์—ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ปลายมีดในมือของเขายังคงกรีดลงบนผิวหนังเนื้อตายของศพชายวัยกลางคนบนเตียงสแตนเลสอย่างแม่นยำและมั่นคง ราวกับศัลยแพทย์ผู้ไร้ความรู้สึก
"ในห้องนี้ไม่มีสัญชาตญาณ มีเพียงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์" รวินท์ตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากรอยแผลที่เขากำลังเปิดออก "คำพูดของคุณเปรียบเสมือนหมอกควัน คุณศิลา มันบดบังทัศนวิสัยที่ควรจะชัดเจน"
ศิลาพิงร่างสูงโปร่งกับผนังห้อง กอดอกมองท่าทางอันเยือกเย็นนั้นด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แววตาของเขาดูเลื่อนลอยไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาคมกริบดังเดิม—อาการ 'หลุดลอย' ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่เขากำลังต่อสู้กับเศษเสี้ยวความจำที่กระจัดกระจาย
"งั้นลองบอกผมที ว่าทำไมคนตายที่ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้ผืนดินในสุสานเมื่อสิบปีก่อน ถึงได้มายืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือที่สดใหม่บนเตียงผ่าตัดตรงหน้าคุณตอนนี้"
รวินท์ชะงักมือทันที เสียงโลหะกระทบถาดเครื่องมือดังกังวานไปทั่วห้อง เขาวางมีดลงแล้วหันไปหาเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่เพิ่งประมวลผลเสร็จสิ้น หน้าจอแสดงผลกราฟิกสีเขียวตัดกับความมืดมิดในห้อง สัญญาณแจ้งเตือน 'MATCH FOUND' กะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนลมหายใจของเหยื่อที่กำลังจะขาดใจ
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ 'วิเชียร เวชกิจ' ชายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกเหวเมื่อสิบปีก่อน รวินท์เป็นคนเซ็นใบรับรองการตายด้วยตัวเอง—ในวันที่เขายังเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดที่พยายามพิสูจน์ความสามารถต่อหน้าผู้เป็นพ่อ
"ระบบขัดข้อง" รวินท์พึมพำ น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามกดทับ "ลายนิ้วมือที่เลือนรางจากศพสภาพนี้ มักจะเกิดความผิดพลาดในการประมวลผลอัลกอริทึม"
"เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว" ศิลาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นความตายและกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวศพ "นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องจักร แต่มันคือการประกาศศักดาของใครบางคนที่กำลังเล่นตลกกับความจริงที่คุณยึดถือ รวินท์... ศพนี้ตายเมื่อไม่เกินหกชั่วโมงที่ผ่านมา แต่รอยนิ้วมือของเขาเป็นของชายที่ตายไปแล้วเมื่อทศวรรษก่อน"
รวินท์นิ่งเงียบ แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เหนือหัวกะพริบถี่ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ เขาขยับแว่นสายตา มองไปยังรอยตำหนิที่นิ้วชี้ของศพ มันเป็นรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่เขาจำได้แม่นยำ—รอยแผลที่เขารู้ดีว่ามีเพียง 'วิเชียร' เท่านั้นที่มี
เขาก้มลงตรวจดูช่องปากของศพอย่างละเอียดอีกครั้งด้วยไฟฉายปากกา ก่อนจะพบสิ่งที่ทำให้กระดูกสันหลังของเขารู้สึกเย็นวาบ แผ่นป้ายโลหะขนาดเล็กถูกฝังอยู่ใต้โคนลิ้น มีอักขระสลักไว้ด้วยเลเซอร์ว่า 'REBORN: 00'
"นี่มันไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา" รวินท์เอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง ความมั่นใจในตรรกะที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตเริ่มร้าวฉาน "ถ้าคนคนนี้ไม่ใช่ศพที่ฟื้นคืนชีพ ก็แสดงว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผมตรวจสอบในห้องชันสูตรนั้น... มันคืออะไรกันแน่"
ศิลาเดินเข้าไปใกล้ศพมากขึ้น เขาใช้มือที่สวมถุงมือยางลูบผ่านไรผมของเหยื่อ ก่อนจะพบความผิดปกติบางอย่างที่ท้ายทอย มันไม่ใช่รอยแผลผ่าตัด แต่มันคือช่องเสียบพอร์ตขนาดเล็กที่ถูกปิดทับด้วยเนื้อเยื่อเทียมอย่างแนบเนียน
"รวินท์ ถอยออกมา" ศิลาสั่งเสียงเข้ม
"ทำไม?"
"มีคนกำลังดูเราอยู่" ศิลาพยักพเยิดไปที่มุมมืดของห้องชันสูตร ที่ซึ่งกล้องวงจรปิดติดอยู่ ทว่าไฟสัญญาณของมันกลับเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นไปทั่วโรงพยาบาล
ทันใดนั้น หน้าจอมอนิเตอร์ทั้งหมดในห้องก็เปลี่ยนภาพไปพร้อมกัน มันไม่ใช่ภาพจากกล้องวงจรปิด แต่เป็นภาพวิดีโอของรวินท์ในวัยเด็กที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ข้างเตียงศพของผู้เป็นพ่อ และภาพปัจจุบันของเขากับศพตรงหน้า สลับไปมาด้วยความเร็วสูงจนพร่ามัว
ประตูห้องชันสูตรถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังรัวเข้ามา แต่ที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากลำโพงในห้อง
"ยินดีด้วยที่คุณหมอคนเก่งยังไม่ลืมสิ่งที่ตัวเองเคยสร้างขึ้น"
รวินท์หันกลับมามองที่เตียงศพอีกครั้งด้วยใจที่เต้นรัว ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ... ร่างที่ไร้วิญญาณบนเตียงนั้นไม่ได้นอนอยู่นิ่งๆ อีกต่อไป แต่มันกำลังลืมตาขึ้นมองเขา สายตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นไม่ได้บ่งบอกถึงการฟื้นคืนชีพของมนุษย์ แต่มันคือกลไกบางอย่างที่กำลังทำงาน ราวกับศพนี้เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมด้วยโปรแกรมที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ
และในวินาทีที่วิญญาณของเขาเกือบหลุดลอย รวินท์ก็พบว่ามือของศพนั้นกำลังกำนิ้วของเขาไว้แน่น—มันไม่ใช่การกระตุกของกล้ามเนื้อหลังตาย แต่มันคือแรงบีบที่มีเจตนาจะสื่อสารอะไรบางอย่าง... ก่อนที่กระแสไฟฟ้าในห้องจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะเปิดปมและทิ้งปริศนาที่ทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกอยากติดตามต่อในตอนถัดไปนะครับ ขอบพระคุณที่ให้โอกาสพยานปากเอกได้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้ครับ
นิติเวชไร้ศพกับฆาตกรที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 1
ศพที่ขัดแย้งกับเวลา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับฆาตกรที่ไม่มีตัวตน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
