"หากเจ้าตายไปได้เสียก็ดี มู่เหยา... กลิ่นเนื้อไหม้เกรียมของเจ้า คงเป็นเครื่องหอมชั้นเลิศที่ข้าจะมอบให้ท่านอ๋องในคืนเข้าหออย่างไรเล่า"
น้ำเสียงแหลมเล็กทว่าเต็มไปด้วยความเหยียดหยามของ ‘หลี่มู่ชิง’ พี่สาวต่างมารดาผู้มีความงามดุจดอกโบตั๋นแต่จิตใจกลับเป็นพิษร้ายดั่งงูเห่า ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทที่พร่าเลือน ความร้อนระอุจากเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินเรือนไม้ใจกลางจวนตระกูลหลี่มิอาจสู้ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่างได้ กลิ่นควันไฟฉุนกึกปะทะเข้ากับจมูกจนแทบสำลัก แต่นี่มิใช่การสำลักควันธรรมดา... นี่คือกลิ่นของความตายที่นางเพิ่งพ้นผ่านมา
หลี่มู่เหยาลืมตาขึ้น!
ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสง บัดนี้กลับฉายแววคมกล้าดุจใบมีดโกนที่เพิ่งผ่านการลับคมจนเฉียบขาด นางมิได้อยู่ในกองเพลิงที่แผดเผาจวนอีกต่อไป หากแต่เป็นห้องนอนที่คุ้นเคยในอดีต กลิ่นอายของกำยานไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่รอบกายทำให้นางตระหนักได้ทันทีว่า... กงล้อแห่งชะตากรรมได้หมุนย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
นางกวาดสายตามองมือเรียวบางที่ปราศจากรอยไหม้พุพอง รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างแผ่วเบา "สวรรค์ช่างมีตาส่งข้ากลับมาเพื่อกระชากหน้ากากของพวกเจ้า... ก่อนที่หมากกระดานนี้จะเริ่มเดินอีกครั้ง"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินใกล้เข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออกอย่างเสียมารยาท สาวใช้คนสนิทที่นางเคยไว้ใจ ‘ชุ่ยเอ๋อร์’ เดินถือถ้วยยาเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลับสั่นระริกด้วยความกลัว
"คุณหนูรอง... ดื่มยาบำรุงเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินสั่งกำชับว่าหากท่านดื่มหมดถ้วย อาการป่วยที่เป็นมาหลายวันจะทุเลาลง" ชุ่ยเอ๋อร์กล่าวเสียงสั่น น้ำเสียงนั้นไร้ซึ่งความอาทรที่มีต่อเจ้านาย นางยื่นถ้วยกระเบื้องสีครามที่ส่งกลิ่นยาขมปร่าให้
หลี่มู่เหยาเหลือบมองถ้วยยาในมือนั้นด้วยสายตาที่เย็นชา กลิ่นของ ‘ดอกราตรีพิษ’ ที่แฝงอยู่ในยาบำรุงนี้รุนแรงจนแทบจะกลบกลิ่นของสมุนไพรจีนอื่นๆ เสียสิ้น ในชาติที่แล้ว นางโง่เขลาถึงขนาดดื่มมันลงไปจนสิ้นใจตายในห้องนอนอย่างไร้ทางสู้ แต่ในครานี้... ทุกหยดหยาดของพิษร้ายนี้ จะต้องย้อนกลับไปสนองผู้ที่มอบให้!
"วางไว้ที่นั่นเถิด" หลี่มู่เหยากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนชุ่ยเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย "ข้ายังไม่อยากดื่มตอนนี้... เจ้าออกไปก่อน ข้าต้องการพักผ่อน"
"แต่คุณหนูเจ้าคะ... ฮูหยินบอกว่าหากยาเย็นตัวลง ประสิทธิภาพจะลดลง ท่านต้องดื่มเดี๋ยวนี้!" ชุ่ยเอ๋อร์เริ่มเร่งเร้า มือที่ถือถ้วยยาเริ่มสั่นเทาอย่างปิดไม่มิด
หลี่มู่เหยาลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับทิ้งตัวลงมาประบ่า นางขยับกายไปใกล้ชุ่ยเอ๋อร์จนอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาอย่างประหลาด นางไม่ได้ดูอ่อนแอและน่าสมเพชเหมือนคนเก่าอีกต่อไป แต่ท่าทีสง่างามและแววตาที่เยือกเย็นนั้นราวกับราชินีที่กำลังตัดสินโทษทาสรับใช้
"เจ้ากำลังกลัวสิ่งใดกัน? กลัวว่าข้าจะไม่ดื่ม... หรือกลัวว่าข้าจะรู้ว่าถ้วยยานี้มีอะไรผสมอยู่กันแน่?"
ชุ่ยเอ๋อร์หน้าถอดสี ถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนชนเข้ากับโต๊ะน้ำชา "ขะ... คุณหนูพูดเรื่องอะไรเจ้าคะ บ่าวไม่เข้าใจ"
"ไม่เข้าใจงั้นหรือ?" มู่เหยาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังกังวานก้องห้องนอนดุจเสียงกระดิ่งที่บาดลึก "หากเจ้าไม่เข้าใจ... งั้นข้าจะให้เจ้า ‘ชิม’ เพื่อทบทวนความจำสักหน่อยเป็นอย่างไร"
นางคว้าข้อมือของสาวใช้ไว้อย่างรวดเร็ว แรงมหาศาลที่ไม่ได้มาจากร่างของคุณหนูผู้บอบบางบีบข้อมือชุ่ยเอ๋อร์จนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มู่เหยาฉวยถ้วยยาในมืออีกฝ่ายขึ้นมา แล้วใช้ปลายเล็บกดจี้ไปที่จุดชีพจรบนลำคอของสาวใช้จนอีกฝ่ายต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะกรอกน้ำยาสีดำเข้มนั้นลงไปจนหมดสิ้น!
"แคก... แคก! คุณหนู! ท่านทำอะไร!" ชุ่ยเอ๋อร์สำลักยาจนใบหน้าบิดเบี้ยว นางทรุดลงกับพื้นพยายามใช้นิ้วล้วงคอ แต่มู่เหยากลับนั่งมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าดุจมองมดปลวก
"ยาบำรุงดีๆ เช่นนี้ ข้าแบ่งให้เจ้าส่วนหนึ่งถือเป็นน้ำใจจากเจ้านายที่แสนดีอย่างไรเล่า" มู่เหยาเอ่ยเสียงเรียบ "ไปเถิด... ไปหาฮูหยินของเจ้า บอกนางว่ายารสชาติดีมาก แต่ดูเหมือนจะมีส่วนผสมที่ผิดเพี้ยนไปเสียหน่อย"
ชุ่ยเอ๋อร์พยายามคลานออกไปจากห้องด้วยความทุรนทุราย มู่เหยามองตามร่างนั้นไปจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมามองกระจกทองเหลืองบานเก่า เห็นภาพสะท้อนของตนเองที่ใบหน้าเริ่มมีความเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว นางรู้ดีว่าเวลามีจำกัด การจะเอาตัวรอดในวังวนที่แสนเน่าเฟะนี้ นางต้องหา ‘พันธมิตร’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน... ซึ่งก็คือบุรุษผู้ที่นางเคยเกลียดชังเข้าไส้ในชาติก่อน
ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงฝีเท้าขององครักษ์เงาดังขึ้นที่หน้าต่าง มู่เหยาไม่ได้ตกใจ นางเพียงแค่หยิบพู่กันขึ้นมาจดบันทึกบางอย่างลงบนกระดาษสา ก่อนจะโยนมันออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันไปมอง
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังก้องขึ้นจากเงามืดหลังม่านปักลายดอกโบตั๋น
"เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดว่าข้าจะช่วยเจ้า... ในเมื่อเจ้าคือหมากที่ตระกูลหลี่ส่งมาเพื่อสังหารข้าในคืนแต่งงาน"
ร่างสูงโปร่งของ ‘ฉีอ๋อง’ ปรากฏกายขึ้นในความมืด ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นจ้องมองนางอย่างจับผิด มือหนาวางอยู่บนด้ามกระบี่ที่ข้างเอว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
มู่เหยาสงบนิ่ง นางคลี่ยิ้มบางที่ดูตราตรึงใจจนฉีอ๋องชะงักไปชั่วขณะ นางก้าวเดินเข้าไปหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาท่านอ๋องผู้เยือกเย็นถึงกับต้องชะงักงัน
"ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านอ๋อง... แต่ข้ามาเพื่อ ‘ยื่นข้อเสนอ’ ที่ท่านไม่มีทางปฏิเสธ หากท่านไม่อยากให้แคว้นอู๋ล่มสลายภายในสามปี เพราะคำทำนายที่ท่านกำลังปกปิดอยู่เป็นความลับสุดยอดอย่างไรล่ะเพคะ"
เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าเรื่องราวการแก้แค้นของหลี่มู่เหยาในครานี้ จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามไปพร้อมกับนางจนจบตอนนะคะ!
หมากกระดานนี้ ข้าขอเป็นผู้เดินเอง•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากกองเพลิง
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ ข้าขอเป็นผู้เดินเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
